โอพีแล็บส์(OP Labs) ผู้พัฒนาแกนหลักของระบบเลเยอร์2 ‘ออปติมิซึม(OP)’ ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ด้วยการปลดพนักงาน 20 คน ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดเลเยอร์2 ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่คือสัญญาณของกลยุทธ์ ‘เลือกและโฟกัส’ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในระบบนิเวศออปติมิซึม(OP)
เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) จิง หวัง(Jing Wang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโอพีแล็บส์(OP Labs) เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าบริษัทได้ตัดสินใจปลดพนักงาน 20 คนในกระบวนการปรับโครงสร้างภายใน โดยย้ำว่าการปรับลดครั้งนี้ไม่ใช่เพราะปัญหาด้านการเงิน แต่เป็นการจัดเรียง ‘ยุทธศาสตร์’ ใหม่ให้ชัดเจนขึ้น หวังระบุว่าบริษัทได้แจ้งพนักงานที่ได้รับผลกระทบล่วงหน้าผ่านการสื่อสารภายใน ก่อนจะประกาศต่อสาธารณะ
ในข้อความที่ส่งผ่านแพลตฟอร์มสื่อสารภายใน ‘สแล็ก(Slack)’ หวังเน้นว่า “การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ‘การเงิน’ แต่อย่างใด” พร้อมยืนยันว่าโอพีแล็บส์มีเงินทุนเพียงพอและมีศักยภาพในการดำเนินงานต่อเนื่องได้อีกหลายปี เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าบริษัทต้องการทำให้โครงสร้างการตัดสินใจ ‘เรียบง่าย’ มากขึ้น และมุ่งเน้นทำ ‘งานที่น้อยลงแต่ทำให้ดีมากๆ’ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใต้เป้าหมายระยะยาวของระบบนิเวศออปติมิซึม(OP)
‘ความคิดเห็น’
การสื่อสารชัดเจนว่าการปลดคนไม่ใช่เพราะขาดทุน แต่เพื่อโฟกัสกลยุทธ์ ถือเป็นการพยายามลดแรงสั่นสะเทือนด้านความเชื่อมั่นในระยะสั้นของชุมชนและนักลงทุน โดยเฉพาะในตลาดเลเยอร์2 ที่ผู้เล่นใหญ่กำลังเร่งขยายตัวอย่างหนัก
การตอบสนองของตลาดต่อข่าวนี้มาอย่างรวดเร็ว ราคาของออปติมิซึม(OP) ลดลงราว 3% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แม้ตัวเลขการร่วงลงจะไม่รุนแรงมาก แต่ก็สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางในอนาคตของโปรเจกต์ อย่างไรก็ตาม ด้วยการยืนยันจากผู้บริหารว่าเรื่องนี้เน้นไปที่ ‘การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้าง’ มากกว่าปัญหาเงินสด ทำให้มุมมองของตลาดระยะกลางถึงยาวอาจขึ้นอยู่กับความเร็วของการพัฒนาและการขยายระบบนิเวศออปติมิซึม(OP) มากกว่าการเคลื่อนไหวระยะสั้นของราคา
โอพีแล็บส์(OP Labs) ทำหน้าที่เป็นทีมแกนหลักที่พัฒนาเครือข่ายเลเยอร์2 ‘ออปติมิซึม(OP)’ ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดภาระของเมนเชนของอีเธอเรียม(ETH) ผ่านการประมวลผลธุรกรรมนอกเชน ก่อนจะสรุปผลกลับขึ้นไปยังเมนเน็ต จุดขายของเลเยอร์2 คือการทำให้ธุรกรรมถูกลงและเร็วขึ้น ในช่วงที่ค่าธรรมเนียมและความหนาแน่นของเครือข่ายอีเธอเรียมกลับมาถูกพูดถึงมากขึ้น คำถามสำคัญคือโอพีแล็บส์จะ ‘จัดลำดับความสำคัญ’ งานด้านใด และจะจัดสรรทรัพยากรนักพัฒนาอย่างไรหลังการปลดคนรอบนี้
ปัจจุบันระบบนิเวศออปติมิซึมได้ขยายตัวจากเครือข่ายเดี่ยวไปสู่โครงสร้าง ‘โอพีสแต็ก(OP Stack)’ ที่เปิดให้โครงการต่างๆ สร้างเชนของตัวเองบนเทคโนโลยีชุดเดียวกัน ตัวอย่างสำคัญ เช่น เบส(Base) ของกระดานเทรดชั้นนำอย่างคอยน์เบส, ยูนิเชน(Unichain) ของแพลตฟอร์มดีไฟชื่อดังยูนิสวาป และโซเนียม(Soneium) ที่เกี่ยวข้องกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่างโซนี การเลือกใช้ ‘โอพีสแต็ก’ สะท้อนความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีเลเยอร์2 ของออปติมิซึม และเป็นหนึ่งในเสาหลักของการเติบโตของระบบนิเวศออปติมิซึม(OP)
อย่างไรก็ตาม วงการเริ่มจับตาความเป็นไปได้ของการ ‘เปลี่ยนเทคโนโลยีสแต็ก’ ในเครือข่ายบางแห่งที่ใช้โอพีสแต็กอยู่แล้ว โดยมีรายงานภายนอกบางส่วนระบุว่า กระแสข่าวเกี่ยวกับ ‘ความเปลี่ยนแปลงของโอพีสแต็กในเบส(Base)’ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันราคาโทเคน OP ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้การปลดพนักงานของโอพีแล็บส์(OP Labs) ครั้งนี้อาจถูกตีความมากกว่าการปรับบุคลากรธรรมดา แต่อาจเป็นการเร่ง ‘อัปเกรดความเร็วในการตัดสินใจและการลงมือทำ’ ภายในองค์กร เพื่อยืนระยะให้ได้ในสงคราม ‘มาตรฐานเทคโนโลยี’ ของตลาดเลเยอร์2 ที่กำลังร้อนแรง
‘ความคิดเห็น’
เมื่อเลเยอร์2 รายใหญ่ต่างผลักดันเทคโนโลยีของตัวเองให้กลายเป็น ‘มาตรฐานกลาง’ ใครที่ตัดสินใจเร็ว ปรับตัวไว และโฟกัสทรัพยากรได้คมกว่า มีโอกาสสูงที่จะดึงโปรเจกต์ใหม่ๆ และสภาพคล่องเข้ามาในระบบของตัวเองมากขึ้น การปลดคนรอบนี้จึงอาจเป็นหมากกลยุทธ์เพื่อให้โอพีแล็บส์(OP Labs) คล่องตัวพอจะรับมือกับการแข่งขันระลอกถัดไปมากกว่าจะเป็นสัญญาณถอยหลังของออปติมิซึม(OP)
ด้านโค인데스크รายงานว่า ได้ติดต่อไปยังโอพีแล็บส์(OP Labs) เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัดส่วนการปลดพนักงานและข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ ซึ่งหากมีข้อมูลออกมาเพิ่มเติมในระยะถัดไป อาจช่วยให้ตลาดมองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่ากลยุทธ์ใหม่ของออปติมิซึม(OP) จะเดินหน้าไปในทิศทางใด และจะส่งผลอย่างไรต่อสมดุลการแข่งขันในกลุ่มเลเยอร์2 โดยรวม
ความคิดเห็น 0