Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บล็อกฟิลส์(BlockFills) ยื่นล้มละลายแชปเตอร์ 11 สะท้อนคริปโตวินเทอร์กระทบลึกตลาดสินเชื่อสถาบัน

บล็อกฟิลส์(BlockFills) ยื่นล้มละลายแชปเตอร์ 11 สะท้อนคริปโตวินเทอร์กระทบลึกตลาดสินเชื่อสถาบัน / Tokenpost

บริษัทเทรดและปล่อยกู้คริปโต ‘บล็อกฟิลส์(BlockFills)’ ในชิคาโก กลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของ ‘คริปโตวินเทอร์’ หลังบริษัทแม่ ‘เรลลิซ(Reliz Ltd.)’ พร้อมบริษัทที่เกี่ยวข้องอีก 3 แห่ง ยื่นขอรับความคุ้มครองภายใต้กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ตามกฎหมายล้มละลายสหรัฐแบบแชปเตอร์ 11(Chapter 11) ต่อศาลล้มละลายกลางรัฐเดลาแวร์

จากเอกสารศาลที่โค인데스크(Coindesk) ตรวจสอบ เรลลิซรายงานว่ามี ‘สินทรัพย์’ อยู่ราว 5,000万–1억ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 748억–1,496억วอน) แต่มี ‘หนี้สิน’ สูงถึง 1억–5억ดอลลาร์ (ประมาณ 1,496억–7,479억วอน) ช่องว่างระหว่างสินทรัพย์และหนี้ที่ถ่างกว้างสะท้อนว่า โมเดลเทรดและปล่อยกู้ของบล็อกฟิลส์ไม่สามารถรับแรงกระแทกจากความผันผวนตลาดคริปโตที่ลากยาวมาได้

บล็อกฟิลส์ระบุในแถลงการณ์ว่า การยื่น ‘แชปเตอร์ 11 แบบสมัครใจ’ มีเป้าหมายเพื่อ ‘รักษามูลค่าและเพิ่มอัตราการฟื้นคืนเงินให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มากที่สุด’ บริษัทอธิบายว่า “หลังจากหารืออย่างกว้างขวางกับนักลงทุน ลูกค้า และเจ้าหนี้ เราเห็นว่าการดำเนินการภายใต้แชปเตอร์ 11 เป็นทางเลือกที่มีความรับผิดชอบมากที่สุดในการปกป้องมูลค่าธุรกิจและเพิ่มการชำระคืนให้ทุกฝ่าย” พร้อมย้ำว่ากระบวนการภายใต้การกำกับของศาลจะช่วยให้โครงสร้างหนี้ปรับตัวอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้

บริษัทเผยด้วยว่าได้ยื่นคำร้องขอปรับโครงสร้างแบบแชปเตอร์ 11 ต่อศาลล้มละลายกลางเดลาแวร์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2026 (เวลาท้องถิ่น) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการเข้าสู่กระบวนการปรับองค์กรเต็มรูปแบบ

‘ภาวะขาดสภาพคล่อง’ ของบล็อกฟิลส์ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น โค인데스크รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า บริษัทขาดทุนไปราว 7,500만ดอลลาร์ (ประมาณ 1,122억วอน) และเริ่มเดินหน้าหาผู้ซื้อกิจการหรือผู้ให้เงินทุนฉุกเฉินเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ บล็อกฟิลส์ได้แจ้งหยุดให้บริการฝาก–ถอนของลูกค้าชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าเป็นผลจาก “สภาวะตลาดและฐานะการเงินล่าสุด”

ตอนนั้นบริษัทให้คำมั่นว่าจะเร่งฟื้นสภาพคล่องของแพลตฟอร์มผ่านการหารือกับนักลงทุนและลูกค้า แต่ท้ายที่สุดก็เลือกไปสู่เส้นทางแชปเตอร์ 11 ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาด้านเงินทุนลึกและกว้างกว่าที่เคยสื่อสารออกมา 'ความคิดเห็น' ปัญหาแบบนี้มักบ่งชี้ว่าโครงสร้างเลเวอเรจและการบริหารความเสี่ยงมีช่องโหว่เชิงระบบ ไม่ใช่แค่แรงกระแทกชั่วคราวจากตลาด

นอกจากปัญหาการเงินแล้ว ‘ความเสี่ยงทางกฎหมาย’ ยังซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลงไปอีก ด้านโดมิเนียน แคปิตอล(Dominion Capital) บริษัทเงินทุนสหรัฐ ได้ยื่นฟ้องบล็อกฟิลส์ โดยกล่าวหาว่าบริษัท ‘นำสินทรัพย์คริปโตของลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์’ เก็บรักษาทรัพย์สินอย่างไม่เหมาะสม ผสมเงินลูกค้ากับเงินบริษัท และปกปิดการขาดทุนครั้งใหญ่

ในการต่อสู้คดีดังกล่าว โค인데스크รายงานว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งออก ‘คำสั่งห้ามชั่วคราว (TRO)’ ต่อบล็อกฟิลส์ พร้อม ‘สั่งอายัดทรัพย์สิน’ บางส่วนของบริษัท ประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกในศาลคือการจัดการ ‘บิตคอยน์(BTC) จำนวน 70 เหรียญ’ ซึ่งทำให้ข้อสงสัยเรื่องการดูแลสินทรัพย์ลูกค้ายิ่งถูกจับตา 'ความคิดเห็น' ในโลกคริปโต ข้อกล่าวหาว่ามีการใช้สินทรัพย์ลูกค้าผิดประเภทมักเป็นสัญญาณอันตราย เพราะบั่นทอนความเชื่อมั่นได้เร็วกว่าความผันผวนของราคาเสียอีก

ในเชิงธุรกิจ บล็อกฟิลส์เป็นผู้ให้บริการด้าน ‘สภาพคล่อง–การระดมทุน–บริหารความเสี่ยง’ สำหรับลูกค้าสถาบัน เช่น เฮดจ์ฟันด์ บริษัทจัดการกองทุน มาร์เก็ตเมคเกอร์ และบริษัทขุดคริปโต โดยให้บริการปล่อยกู้–กู้ยืมคริปโต การซื้อขายอนุพันธ์ และการเทรดนอกตลาด (OTC) แบบครบวงจร

บริษัทอ้างว่าปริมาณซื้อขายในปี 2025 อยู่ที่กว่า 600억ดอลลาร์ (ประมาณ 8조 9,748억วอน) เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อนหน้า พร้อมฐานลูกค้าสถาบันราว 2,000 ราย รายชื่อผู้ลงทุนที่อยู่เบื้องหลังรวมถึง ซัสเควฮานนา ไพรเวต อิควิตี้ อินเวสต์เมนท์ส, CME เวนเจอร์ส, ซิมเพล็กซ์ เวนเจอร์ส, C6E และผู้ให้บริการเงินกู้คริปโต เน็กโซ(Nexo Inc.) การที่บริษัทระดับนี้ยังถูกแรงกดดันจนต้องเข้าแชปเตอร์ 11 สะท้อนว่าภาวะ ‘คริปโตวินเทอร์’ ส่งผลลึกถึงตลาดสินเชื่อและอนุพันธ์สำหรับสถาบัน ไม่ใช่แค่ตลาดเทรดรายย่อย

ด้านโครงสร้างผู้บริหาร โค인데스크ระบุว่า นิโคลัส แฮมเมอร์(Nicholas Hammer) ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของบล็อกฟิลส์ได้ก้าวลงจากตำแหน่ง โดย โจเซฟ เพอร์รี(Joseph Perry) ถูกดันขึ้นมารับบทบาทซีอีโอชั่วคราว การเปลี่ยนตัวผู้นำท่ามกลางกระบวนการฟื้นฟูกิจการบ่งชี้ว่า คณะกรรมการต้องการ ‘คนใหม่’ มาจัดการโครงสร้างหนี้ เจรจากับเจ้าหนี้ และทำความสะอาดสมุดบัญชี

'ความคิดเห็น' สำหรับตลาดคริปโตฝั่งสถาบัน เคสของบล็อกฟิลส์จะถูกจับตามองในฐานะบททดสอบว่าระบบ ‘เลเวอเรจ’ และ ‘การบริหารความเสี่ยง’ ในโครงสร้างสินเชื่อ–อนุพันธ์สามารถปรับตัวให้เข้มแข็งขึ้นได้แค่ไหน ภายใต้การกำกับของศาล จุดชี้ชะตาจะอยู่ที่การจัดการสินทรัพย์ลูกค้า การสะสางข้อพิพาททางกฎหมาย และการคัดกรองว่าธุรกิจหลักส่วนใด ‘คุ้มค่าที่จะรักษาไว้’ หรือควรถูกยกเลิกในที่สุด

ท้ายที่สุด เส้นทางแชปเตอร์ 11 ของบล็อกฟิลส์จะไม่เพียงกำหนดอนาคตบริษัทเท่านั้น แต่ยังอาจส่งสัญญาณไปยังทั้งผู้ให้กู้ นักลงทุน และผู้กำกับดูแลว่า ‘มาตรฐานใหม่’ ของความโปร่งใสและการคุมความเสี่ยงในตลาดคริปโตสถาบันควรหน้าตาเป็นอย่างไรในยุคหลังคริปโตวินเทอร์

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1