ไพคอยน์(PI) หยุดร่วงต่อเนื่องและเริ่มดีดกลับ พยายามยืนเหนือระดับ ‘0.20 ดอลลาร์’ อีกครั้ง หลังจากช่วงก่อนหน้าราคาพุ่งแรงแล้วถูกเทขายจนความผันผวนพุ่งสูง แต่บรรยากาศในตลาดเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อมีการอัปเดตสำคัญจาก ไนท์เวิร์ก(Pi Network) ที่ถูกเปิดเผยในช่วงสุดสัปดาห์
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไพคอยน์ถือเป็นหนึ่งในอัลท์คอยน์ที่เหวี่ยงแรงที่สุด โดยเช้าวันศุกร์ราคาพุ่งขึ้นราว 30% จนเข้าใกล้ 0.30 ดอลลาร์ ทำระดับสูงสุดในรอบประมาณ 5 เดือน แรงซื้อหลักมาจากกระแสข่าวว่า กระดานเทรดคริปโตขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง ‘คราเคน’ เตรียมลิสต์ไพคอยน์(PI) เข้าซื้อขาย ทำให้ราคาไต่ขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับจุดต่ำสุดตลอดกาลที่ 0.1312 ดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์
อย่างไรก็ตาม แรงขึ้นดังกล่าวอยู่ได้ไม่นาน แรงขายทำกำไรเริ่มเทเข้ามาอย่างรวดเร็วเช้าวันเสาร์ ราคาดิ่งลงเป็นเลขสองหลักและร่วงกลับมาบริเวณ ‘0.20 ดอลลาร์’ อีกครั้ง กระทั่งวันอาทิตย์ ที่ตลาดคริปโตทั้งกระดานเผชิญแรงปรับฐาน ไพคอยน์ก็ไหลหลุดระดับ 0.20 ดอลลาร์ ลงไปช่วงสั้น ๆ ก่อนจะดีดกลับขึ้นมาได้ราว 4% ภายในวันเดียว และกลับมาซื้อขายเหนือระดับดังกล่าวอีกครั้ง การฟื้นตัวรอบนี้ถูกมองว่าได้แรงหนุนจากการรีบาวด์ของ บิตคอยน์(BTC) รวมถึงอัปเดตเชิงเทคนิคภายใน ‘ไพเน็ตเวิร์ก’ ที่ถูกปล่อยออกมาเกือบพร้อมกัน
‘ความคิดเห็น’ ช่วงราคาที่ผันผวนแบบนี้ มักสะท้อนว่าตลาดกำลังพยายามหาจุดสมดุลใหม่ หลังจากรับข่าวบวกชุดใหญ่ ทั้งเรื่องลิสต์คราเคนและการพัฒนาเครือข่าย
ในฝั่งเครือข่าย ไพเน็ตเวิร์ก Core Team ได้ทยอยปล่อยอัปเดตสำคัญหลายรายการในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้อัปเกรดโปรโตคอลเป็นเวอร์ชัน v19.9 เสร็จสิ้นไปก่อนแล้ว และวางไทม์ไลน์สำหรับเวอร์ชันถัดไป v20.2 ไว้ที่วันที่ 12 มีนาคม
วันที่ที่ชุมชนรอคอยมากที่สุดคือ 14 มีนาคม หรือ ‘Pi Day’ ซึ่งตรงกับค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ π (3.14) ทำให้ถูกยกให้เป็นวันสำคัญของระบบนิเวศไพเน็ตเวิร์ก ปีนี้ ทีมงานใช้โอกาสนี้ประกาศความคืบหน้าหลักสองเรื่องพร้อมกัน คือ ยืนยันการอัปเกรดเป็น v20.2 เสร็จสมบูรณ์ และเปิดตัว ‘ไพ ลLaunchpad (Pi Launchpad)’ บนเทสต์เน็ต
‘ไพ ลLaunchpad’ ขณะนี้ยังเข้าใช้งานได้ผ่านเฉพาะ ‘Pi Browser’ แต่ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือหลักในการขยายระบบนิเวศในอนาคต เพราะมาพร้อมแนวคิด ‘โมเดลโทเค็นเชิงระบบนิเวศ’ รูปแบบใหม่ ที่เน้นให้โปรเจกต์ต่าง ๆ พัฒนาบริการหรือแอปพลิเคชันที่ใช้ได้จริงบนฐานของไพ และออกแบบโครงสร้างจูงใจเพื่อดึงผู้ใช้งานเข้ามาในแพลตฟอร์มมากขึ้น
เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้ไพคอยน์(PI) ถูกใช้ในเคสจริงให้มากขึ้น แทนที่จะเป็นเพียงโทเค็นเพื่อเก็งกำไร ราคาบนกระดานเทรด
ด้านโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย การประกาศล่าสุดยังรวมถึงการเดินหน้า ‘ไมเกรตสู่เมนเน็ต’ ระลอกที่สอง เปิดให้ผู้ใช้จำนวนมากขึ้นย้ายเข้าสู่สภาพแวดล้อมเมนเน็ตจริง เพิ่มความพร้อมก่อนการเปิดเมนเน็ตเต็มรูปแบบในอนาคต
อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือ การเริ่มแจกจ่าย ‘รางวัลชุดแรก’ ให้กับผู้ตรวจสอบ (Validator) ที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) แล้ว กลุ่มนี้คือผู้ที่ช่วยดูแลกลไกยืนยันตัวตนบนเครือข่าย ถือเป็นการให้ ‘อินเซนทีฟ’ เพื่อจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในระบบการตรวจสอบและรักษาความน่าเชื่อถือของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
ควบคู่กันนั้น ไพเน็ตเวิร์กยังเดินหน้าผลักดันการใช้งานเชิงพาณิชย์มากขึ้น ด้วยการผสาน ‘ระบบจ่ายเงินด้วยไพ’ เข้าไปใน ‘Pi App Studio’ ทำให้นักพัฒนาสามารถใส่ฟังก์ชันรับ–จ่ายด้วยไพคอยน์ภายในแอปได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยสร้างระบบนิเวศการชำระเงินภายในแพลตฟอร์มให้หนาแน่นขึ้นตามจำนวนแอปและผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น
‘ความคิดเห็น’ เมื่อการย้ายเมนเน็ต การให้รางวัลวาลิเดเตอร์ และการขยายการชำระเงินด้วยไพ เดินหน้าไปพร้อมกัน จะยิ่งทำให้ภาพของไพเน็ตเวิร์กในสายตาตลาดชัดขึ้นว่าเป็นโปรเจกต์ที่พยายามสร้างการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ขุดฟรีบนมือถือ
แม้ราคาไพคอยน์(PI) จะยังคงแกว่งแรงทั้งขึ้นและลง สะท้อนความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในระยะสั้น แต่เมื่อการพัฒนาเครือข่าย การย้ายสู่เมนเน็ต และการสร้างเคสการใช้งานจริงของไพเน็ตเวิร์กเดินหน้าไปพร้อม ๆ กัน ความสนใจจากนักลงทุนในตลาดก็ดูจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง นักลงทุนกำลังจับตาว่า ‘ความสามารถในการใช้งานจริง’ ของไพเน็ตเวิร์กในระยะถัดไป จะสามารถเปลี่ยน ‘การเก็งข่าว’ ให้กลายเป็น ‘มูลค่าที่จับต้องได้’ บนกราฟราคาได้มากน้อยแค่ไหนในช่วงต่อจากนี้
ความคิดเห็น 0