กระแสสกุลเงินดิจิทัลสาย ‘อินเทลลิเจนซ์(AI)’ ยังพุ่งต่อเนื่องหลังการกล่าวสุนทรพจน์บนเวที GTC ของ เจนสัน หวัง( Jensen Huang) ซีอีโอของเอ็นวีเดีย(NVDA) จุดกระแส ‘AI โมเมนตัม’ ให้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อหวังโชว์โรดแมปโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นถัดไป นักลงทุนจึงหันมาลุยซื้อโทเคนจากโครงการบล็อกเชนที่เกี่ยวข้องกับ AI กันอย่างคึกคัก
ตัวเด่นในรอบนี้คือ ‘เนียร์โปรโตคอล(NEAR)’ ที่ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในเหรียญ AI ตัวท็อปของรอบขาขึ้นครั้งนี้ ราคาของเนียร์โปรโตคอลพุ่งขึ้นมากกว่า 10% ภายใน 24 ชั่วโมง กลับไปแตะระดับแรงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันโทเคน FET ของโปรเจกต์ AI แบบกระจายศูนย์ ‘อาร์ติฟิเชียล ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ อัลไลแอนซ์(Artificial Superintelligence Alliance)’ ก็ทะยานขึ้นระหว่างวันสูงสุดราว 20% ก่อนจะอ่อนแรงลงเล็กน้อยในช่วงท้าย
อีกหนึ่งเหรียญที่แรงตามกระแส AI คือ เวิลด์คอยน์(WLD) โปรเจกต์ยืนยันตัวตนบนบล็อกเชนที่ร่วมก่อตั้งโดย แซม อัลต์แมน(Sam Altman) ซีอีโอของโอเพ่นเอไอ(OpenAI) ราคาของเวิลด์คอยน์ขยับขึ้นราว 10% ไปยืนบริเวณ 0.40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 600 บาท ซึ่งเป็นโซนสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ด้านโทเคนของเครือข่ายกระจายศูนย์ ‘กราสส์(GRASS)’ ที่ให้ผู้ใช้แชร์แบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตเพื่อรับรางวัล ก็พุ่งขึ้นถึง 13% ทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ของปี 2026
แรงซื้อในกลุ่ม AI ส่วนหนึ่งมาจากมุมมองที่แข็งแกร่งของเอ็นวีเดียต่ออนาคต ‘โครงสร้างพื้นฐาน AI’ ในงาน GTC หวังระบุว่า ยอดคำสั่งซื้อชิปที่รอการส่งมอบ (backlog) อาจพุ่งแตะระดับราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,491 ล้านล้าน 5 แสนล้านบาท ภายในปี 2027 พร้อมเปิดเผยว่ากลุ่มไฮเปอร์สเกลคลาวด์รายใหญ่เป็นลูกค้าหลักที่ปัจจุบันกินสัดส่วนราว 60% ของรายได้เอ็นวีเดีย ‘คำ’ สะท้อนชัดว่าบริษัทอยู่ใจกลางคลื่นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของโลก
อีกจุดที่ช่วยต่อเชื้อจินตนาการของตลาดคือแนวคิด ‘เอเจนติก AI(Agentic AI)’ ที่หวังหยิบยกขึ้นพูดถึงบนเวที โดยอ้างอิงโปรเจกต์โอเพ่นซอร์ส ‘โอเพ่นคลอว์(OpenClaw)’ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนา เอเจนติก AI หมายถึงปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบ ‘เอเจนต์อัตโนมัติ’ ที่สามารถตั้งเป้าหมาย ตัดสินใจ และลงมือทำงานได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งของมนุษย์ทุกขั้น
เอ็นวีเดียกำลังต่อยอดแนวคิดนี้สู่ภาคธุรกิจผ่านโซลูชันระดับองค์กรชื่อ ‘นีโมคลอว์(NemoClaw)’ ที่ออกแบบมาเพื่อให้บริษัทต่างๆ สร้างและใช้งาน AI เอเจนต์ได้ปลอดภัยขึ้น เน้นการปกป้องข้อมูลอ่อนไหวไม่ให้หลุดออกสู่ภายนอก แต่ยังคงความสามารถในการทำงานอัตโนมัติในระดับองค์กร ‘คำ’ ทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่คือก้าวสำคัญของ AI เอเจนต์เชิงพาณิชย์
แม้หวังจะไม่ได้เอ่ยถึงคำว่า ‘คริปโต’ โดยตรงในสุนทรพจน์ แต่ในหมู่นักลงทุนกลับเกิดกระแสคาดหวังว่า เมื่อเอเจนต์ AI พัฒนาสู่ขั้นที่สามารถ ‘ทำธุรกรรม-เจรจา-ประสานงาน’ กันเอง ระบบการชำระเงิน การชำระหนี้ และการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรย่อมกลายเป็นฟังก์ชันสำคัญ และหนึ่งในอินฟราสตรักเจอร์ที่ตอบโจทย์ที่สุดอาจเป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่รองรับสินทรัพย์ดิจิทัล ‘คำ’ ความคิดนี้กำลังผลักให้หลายโปรเจกต์เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์สำหรับคอมพิวต์พาวเวอร์ การเทรนโมเดล AI และการโฮสต์เอเจนต์อัตโนมัติ แข่งกับแพลตฟอร์ม AI แบบรวมศูนย์ขนาดใหญ่
ในตลาดหุ้นสหรัฐ หุ้นเอ็นวีเดียซึ่งมักถูกใช้เป็น ‘บารอมิเตอร์ของเทรด AI’ ก็ปิดบวกหลังสุนทรพจน์เช่นกัน ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นทันทีราว 2% หลังจบการกล่าวบนเวที ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยและมาปิดตลาดที่ระดับบวกประมาณ 1.5% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า ‘ความคิดเห็น’ การที่หุ้นเอ็นวีเดียยังเดินหน้าสร้างจุดสูงใหม่เรื่อยๆ สะท้อนความเชื่อมั่นในธีม AI ฝั่งตลาดการเงินดั้งเดิม ซึ่งกำลังส่งแรงกระเพื่อมมายังตลาดสกุลเงินดิจิทัล ผ่านการเก็งกำไรในเหรียญสาย AI อย่างเนียร์โปรโตคอล(NEAR), FET, เวิลด์คอยน์(WLD) และโครงการโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์อื่นๆ อย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0