Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โซลานา(SOL) ดีดขึ้นแรงแต่เสี่ยงแค่ชอร์ตสควอซ OI หด–ฝั่งลองล้นตลาดยังไม่ยืนยันขาขึ้นจริง

โซลานา(SOL) กำลังดีดตัวขึ้นท่ามกลางกระแส ‘ชอร์ตคัฟเวอริ่ง’ ในตลาดอนุพันธ์ แต่หลายฝ่ายมองว่านี่อาจยังไม่ใช่ ‘โครงสร้างขาขึ้นจริง’ ของราคา เนื่องจากตัวชี้วัดสำคัญอย่าง ‘มูลค่ามิ결제สัญญา’ กำลังลดลง ทั้งที่ราคาฟื้นตัว ซึ่งเป็นสัญญาณคลาสสิกของ ‘ชอร์ตสควอซ’ มากกว่าการกลับตัวอย่างยั่งยืนของโซลานา(SOL)

ณ ตอนนี้ โซลานา(SOL) ซื้อขายราว 87 ดอลลาร์ ต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงต้นเดือนมกราคม 2025 ที่ประมาณ 295.91 ดอลลาร์ ราว 69% แม้ราคาจะฟื้นบางส่วน แต่ข้อมูลจากบางกระดานเทรดชี้ว่า อัตราส่วนระหว่างฝั่งลองต่อชอร์ตทะลุ 3 ต่อ 1 และราว 65.5% ของนักลงทุนรายย่อยถือฝั่งลองอยู่ ตัวเลขนี้ถือว่าผิดปกติสำหรับสินทรัพย์ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญหลายเส้น

‘คำ’สำคัญในภาพนี้คือ ‘มูลค่ามิ결제สัญญา (Open Interest, OI)’ ปัจจุบัน OI อยู่แถว 2.2 พันล้านดอลลาร์ และมีทิศทางลดลงต่อเนื่อง แม้ราคาโซลานา(SOL) จะยกตัวขึ้น นั่นทำให้สมมติฐานที่ว่า การขึ้นรอบนี้ไม่ได้มาจาก ‘เม็ดเงินใหม่ไหลเข้า’ แต่เกิดจาก ‘การปิดชอร์ต’ ของผู้เล่นเดิม มีน้ำหนักมากขึ้น

โครงสร้างตลาดหนุนมุมมองนี้ชัดเจนขึ้น เมื่อมองลึกไปที่ตัวเลข OI และอัตราส่วนลอง–ชอร์ต ‘คำ’ที่ต้องแยกให้ชัดคือ อัตราส่วนลอง–ชอร์ต บอกเพียงจำนวน ‘สถานะ’ ไม่ได้บอกขนาด ‘เม็ดเงิน’ ดังนั้น สัดส่วน 3 ต่อ 1 หมายถึงจำนวนเทรดเดอร์ฝั่งลองมากกว่าชอร์ต 3 เท่า ไม่ได้แปลว่าเงินฝั่งลองใหญ่กว่าชอร์ต 3 เท่าในเชิงปริมาณ เมื่อรวมกับภาพที่ว่า สัดส่วนฝั่งลองสูง แต่ OI กลับลดลง จึงตีความได้ว่าตลาดกำลังถูกยกขึ้นด้วย ‘การปิดชอร์ต’ ไม่ใช่ ‘การเปิดลองใหม่’ ขนาดใหญ่

ข้อมูล ‘ฟันดิงเรต’ หรือค่าธรรมเนียมระหว่างฝั่งฟิวเจอร์สก็ช่วยยืนยันทิศทางเดียวกัน ปัจจุบันฟันดิงเรต 4 ชั่วโมงอยู่แถว 0.0038% ถือว่าเกือบเป็นกลาง ไม่ได้สะท้อนการไหลเข้าของฝั่งลองเชิงรุกที่มักเห็นในช่วง ‘ขาขึ้นจริง’ ของโซลานา(SOL)

ฝั่งข้อมูลการล้างพอร์ต (liquidation) ยิ่งตอกย้ำภาพตลาดอนุพันธ์ที่เปราะบาง ช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ จนราคาโซลานา(SOL) ทรุดลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ที่ 77.91 ดอลลาร์ จากนั้นวันที่ 5 มีนาคม สถานะชอร์ตถูกล้างคิดเป็น 75.6% ของการล้างพอร์ตทั้งหมด หรือราว 2.58 ล้านดอลลาร์ มากกว่าสถานะลองที่ถูกล้างซึ่งอยู่ราว 0.83 ล้านดอลลาร์ ราวสามเท่า

ภาพรวมจึงออกมาในรูปแบบ ‘ชอร์ตถูกบีบให้ปิด → ราคาดีดขึ้น’ ซึ่งเป็นโครงสร้างการขึ้นที่พื้นฐานค่อนข้างบาง ‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักเก็งกำไรคือ การขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยแรงปิดชอร์ต หากโมเมนตัมสะดุด มักจะกลับตัวแรงได้เช่นกัน เพราะไม่มีฐานเม็ดเงินลองใหม่รองรับมากพอ

ในเชิงเทคนิค ระดับราคาที่ต้องจับตาสำหรับโซลานา(SOL) ช่วงสั้นค่อนข้างชัด หากราคาสามารถผ่านโซน 90–92 ดอลลาร์ไปได้ พร้อมกับ OI เพิ่มขึ้นควบคู่กัน นั่นจะเป็นสัญญาณว่า ตลาดเริ่มเปลี่ยนจาก ‘ชอร์ตสควอซ’ ไปสู่ ‘โมเมนตัมขาขึ้น’ ที่มีเม็ดเงินใหม่หนุน หลังจากนั้น ด้วยความที่โซลานา(SOL) เป็นสินทรัพย์เบตาสูง การดีดตัว 20–30% ในเวลาไม่นานถือว่าเป็นไปได้

แต่หากโซน 90–92 ดอลลาร์กลายเป็นแนวต้านแข็ง และสถานะลองที่แออัดถูกบังคับล้าง ทิศทางกลับจะกลายเป็นแรงขายกดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าระดับ 80 ดอลลาร์ถูกทะลุลงมา ความเสี่ยงต่อการเกิด ‘ล้างพอร์ตลูกโซ่’ จะยิ่งสูงขึ้น ปัจจุบันดัชนี ‘ความกลัวและความโลภ’ อยู่ที่ระดับ 9 ซึ่งจัดเป็น ‘ความกลัวสุดขีด’ แต่สัดส่วนฝั่งลองของนักลงทุนยังสูง ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าสามารถเกิดแรงย่อตีกลับเพื่อล้างสถานะลองได้ทุกเมื่อ

ในมุมมองระยะกลาง เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน แถวบริเวณ 150 ดอลลาร์ ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวต้านหลักของโซลานา(SOL) ขณะที่โซนต้นร้อยดอลลาร์ถูกมองเป็นเพดานราคาในระยะสั้น หากไม่มีเม็ดเงินใหม่และปริมาณสัญญาเปิดคงค้าง (OI) ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ การทะลุผ่านระดับเหล่านี้อาจทำได้ยาก

ในขณะที่โครงสร้างอนุพันธ์ของโซลานา(SOL) ดูเปราะบางมากขึ้น กระแสเงินบางส่วนเริ่มเคลื่อนย้ายไปยังโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานบนบิตคอยน์(BTC) แทน โดยเฉพาะโครงการเลเยอร์ 2 ที่พยายามสร้างสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่รวดเร็วบนเครือข่ายบิตคอยน์ เพื่อรองรับดีไฟน์และตลาดอนุพันธ์ที่ซับซ้อนขึ้น กลุ่มนี้กำลังท้าทายพื้นที่ที่เดิมทีถูกครองโดยโซลานา(SOL) และอีเธอเรียม(ETH) เลเยอร์ 2

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระดับมหภาคอย่าง ‘คำ’เรื่องกฎเกณฑ์กำกับเลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์ ยังคงเป็นตัวถ่วงสำคัญต่อการเกิดรอบขาขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยอนุพันธ์ล้วนๆ ในคริปโต ไม่ว่าจะเป็นฝั่งโซลานา(SOL) หรือโปรเจกต์เลเยอร์ 2 ต่างๆ

ท้ายที่สุด ภาพรวมของโซลานา(SOL) ในตอนนี้ยังเป็นภาวะที่ ‘ทิศทางราคา’ ถูกกำหนดโดย ‘แรงปิดสถานะ’ มากกว่า ‘กระแสเงินลงทุนใหม่’ เว้นแต่ว่ามูลค่ามิ결제สัญญา (OI) จะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันการไหลเข้าของทุนใหม่ โอกาสที่การฟื้นตัวรอบนี้จะยืดเยื้อและกลายเป็นเทรนด์ขาขึ้นที่ยั่งยืน ยังถือว่าจำกัดอยู่พอสมควร

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1