ตลาดคริปโตกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ และ ‘ริปเปิล(XRP)’ นำทีมรีบาวด์ ดันบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน *แนวต้านสำคัญ* ของแต่ละเหรียญกำลังกลายเป็นตัวแปรหลัก ที่จะชี้ทิศทาง ‘รอบหน้า’ ของตลาดออลต์คอยน์
ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ราคาคริปโตหลักโดยรวมปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะ อีเธอเรียม(ETH) และ ริปเปิล(XRP) ที่บวกขึ้นมาราว 6% ช่วยฟื้น ‘sentiment’ ของตลาดให้กลับมาเป็นบวกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายเหรียญยังติดอยู่บริเวณโซนแนวต้านสำคัญ ทำให้ทิศทางรอบถัดไปยังไม่ชัดเจน และต้องลุ้นการ ‘เบรก’ ระดับราคาเหล่านี้ให้ได้ก่อน
อีเธอเรียม(ETH) ปิดสัปดาห์ด้วยการปรับขึ้นราว 6% จนขึ้นมาแตะโซนแนวต้านสำคัญแถว 2,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.51 ล้านบาท) แม้จะเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรไหลออกมาที่บริเวณนี้ จนทำให้แรงขึ้นชะงักลงชั่วคราว แต่โครงสร้าง ‘ขาขึ้นระยะสั้น’ ยังไม่เสียหาย
ถ้าแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง และราคาสามารถ *ทะลุ* 2,400 ดอลลาร์ พร้อมยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคง นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ามีโอกาสเห็น ‘ขยายรอบขาขึ้น’ ไปถึงโซน 2,800 ดอลลาร์ (ราว 4.10 ล้านบาท) ได้ไม่ยาก ‘ความคิดเห็น’ แกนสำคัญของอีเธอเรียม(ETH) ตอนนี้ คือการเปลี่ยน 2,400 ดอลลาร์ จากแนวต้านเดิม ให้กลายเป็นแนวรับใหม่ หากทำได้ เทรนด์เชิงบวกจะยิ่งแข็งแรงขึ้น
ริปเปิล(XRP) ฟื้นตัวเด่นไม่แพ้กัน โดยดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 1.4 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,053 บาท) พร้อมทำผลตอบแทนรายสัปดาห์ราว 6% ถ้าระดับราคา 1.4 ดอลลาร์ ยังถูก ‘รักษา’ ให้กลายเป็นฐานรับใหม่ได้ต่อเนื่อง ฝั่งผู้ซื้อยังมีโอกาสคุมเกมไว้ในมือ
แนวต้านถัดไปของริปเปิล(XRP) อยู่ที่แถว 1.6 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,346 บาท) ซึ่งเคยเป็นจุดที่ราคาถูกกดลงมาอย่างหนักในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หากรอบนี้สามารถฝ่า 1.6 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ชัดเจน มีโอกาสสูงที่ ‘ขาลงระยะยาว’ ที่ลากยาวมานานจะสิ้นสุดลง และเปิดทางให้ราคาขยับขึ้นไปทดสอบโซน 2 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,932 บาท) อีกครั้ง
ฝั่งเอ이다(ADA) ภาพรวมยังถือว่า ‘ไม่ไปไหนไกล’ มากนัก โดยตลอดสัปดาห์ราคาขยับขึ้นเพียงราว 1% เท่านั้น แม้จะยังพอทรงตัวเหนือโซนแนวรับ 0.24 ดอลลาร์ (ประมาณ 352 บาท) ได้ แต่รูปแบบราคาที่ทำ ‘จุดสูงใหม่ต่ำลงเรื่อย ๆ’ เริ่มกลายเป็นแรงกดดันต่อแนวโน้ม
แนวต้านหลักของเอ이다(ADA) ตอนนี้อยู่แถว 0.28 ดอลลาร์ (ประมาณ 410 บาท) ซึ่งราคายังไม่สามารถขึ้นไปทดสอบได้เลยมากกว่าหนึ่งเดือน การจะหลุดออกจากเฟสอ่อนตัวลง จำเป็นต้องเห็นการ ‘เบรก’ 0.28 ดอลลาร์ อย่างชัดเจน ‘ความคิดเห็น’ หากยังผ่านระดับนี้ไม่ได้ โอกาสถูกขายกดลงมาทดสอบแนวรับเดิมย่อมมีต่อเนื่อง
ไบแนนซ์คอยน์(BNB) ฟื้นจากโซนแนวรับแถว 580 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.5 แสนบาท) และปิดสัปดาห์ด้วยการบวกขึ้นมาราว 5% ปัจจุบันซื้อขายกันอยู่บริเวณ 630 ดอลลาร์ (ประมาณ 9.2 แสนบาท) โดยมีเป้าหมายด้านบนถัดไปที่แนวต้าน 690 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.01 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายของไบแนนซ์คอยน์(BNB) ยังไม่ได้เร่งตัวขึ้นตามราคา ทำให้ตลาดเริ่มมีคำถามว่า ‘รอบดีดนี้’ จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน ถ้าแรงซื้อไม่หนาแน่นขึ้นกว่านี้ ความเป็นไปได้ที่ราคาจะเคลื่อนไหวแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 580–690 ดอลลาร์ แบบ ‘ไซด์เวย์ในกรอบกล่อง’ ก็ยังมีสูง
ด้านโทเคน ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ แม้ราคาจะปรับขึ้นกว่า 7% ในรอบสัปดาห์ แต่หลังจากทะลุโซน 40 ดอลลาร์ (ประมาณ 58,656 บาท) ขึ้นมาได้ กลับเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนัก ขณะนี้แนวต้านเชิงโครงสร้างที่แข็งแรงกำลังก่อตัวแถวบริเวณ 45 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,988 บาท)
จุดที่น่าจับตาเป็นพิเศษ คือราคายังเคลื่อนไหวอยู่ภายในรูปแบบ ‘ลิ่มขาลง (Falling Wedge)’ ซึ่งเริ่มก่อตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โครงสร้างลักษณะนี้ในเชิงเทคนิค มักสร้างแรงกดดันต่อราคาในระยะสั้น แต่ถ้าเกิดการ ‘เบรกขึ้น’ ออกจากลิ่มดังกล่าวได้สำเร็จ จะเปิดทางให้ราคาไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) มีพื้นที่ขึ้นต่อถึงโซน 50 ดอลลาร์ (ประมาณ 73,320 บาท) ได้ ขณะที่หากดีลไม่ผ่าน และราคา ‘เบรกลง’ แทน ตลาดอาจได้เห็นการกลับลงไปทดสอบแนวรับที่ 35 ดอลลาร์ (ประมาณ 51,324 บาท) และ 30 ดอลลาร์ (ประมาณ 43,992 บาท) อีกครั้ง
โดยรวมแล้ว ภาพของตลาดออลต์คอยน์ตอนนี้คือการ ‘รีบาวด์ท่ามกลางแนวต้าน’ หลายเหรียญเริ่มฟื้นตัว แต่ยังติดอยู่บริเวณโซนราคาสำคัญที่ต้องลุ้นการฝ่าให้ได้ โดยเฉพาะอีเธอเรียม(ETH) และริปเปิล(XRP) ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้นำอารมณ์ตลาด หากทั้งสองเหรียญสามารถทะลุแนวต้านหลักและยืนเหนือระดับนั้นได้สำเร็จ ทิศทางโดยรวมของตลาดออลต์คอยน์อาจเปลี่ยนจาก ‘รีบาวด์สั้น’ ไปสู่ ‘รอบขาขึ้นใหม่’ ได้ แต่ในระยะสั้น ‘การต่อสู้ที่แนวต้าน’ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0