เอ이다(ADA) กำลังกลับมาฟื้นตัวตามกระแสรีบาวด์ของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ โดยมีสัญญาณสะสมจากกลุ่มกระเป๋าเงินรายใหญ่หนุนราคา ขณะเดียวกันระดับราคา ‘0.243 ดอลลาร์’ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะแนวต้าน–แนวรับสำคัญที่จะชี้ทิศทางระยะสั้นของเหรียญ
ตามรายงานจากสื่อต่างประเทศ เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) เอ이다ขยับขึ้นมาแถว 0.25 ดอลลาร์ และในมุมมองเชิงเทคนิคบนกรอบ 3 วัน ระดับ ‘0.243 ดอลลาร์’ ถูกมองเป็นจุด ‘แบ่งเขต’ ที่จะบอกได้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นจะไปต่อหรือสะดุดลง นักวิเคราะห์คริปโตอย่าง อาลี ชาร์ตซ์(Ali Chartz) ระบุว่าราคาโซนนี้เปรียบเหมือน ‘สมรภูมิซื้อ–ขาย’ ที่ทั้งฝั่งกระทิงและหมีต้องช่วงชิงกัน
อาลี ชาร์ตซ์ อธิบายว่า หากเอ이다สามารถยืนเหนือ ‘0.243 ดอลลาร์’ ได้อย่างมั่นคง แนวโน้มรีบาวด์ระยะสั้นมีโอกาสเดินหน้าต่อ แต่ถ้าระดับดังกล่าวหลุดลงในกรอบวัน อาจเป็นสัญญาณเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างตลาดขาลง โดยในมุมมองของเขา หากเกิดการหลุดแนวรับสำคัญนี้ ความเสี่ยงที่ราคาจะถอยลงไปทดสอบโซนต่ำสุดของปีบริเวณ 0.10 ดอลลาร์จะเพิ่มสูงขึ้น
‘ความคิดเห็น’ แม้โซน 0.243 ดอลลาร์จะเป็นแค่ตัวเลขหนึ่งบนกราฟ แต่พฤติกรรมราคาและปริมาณซื้อขายรอบบริเวณนี้กำลังสะท้อนว่าตลาดกำลังตัดสินใจว่าจะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นจริงจัง หรือเพียงเป็นเด้งสั้นในตลาดขาลง
ในเชิงฟันดาเมนทัล สัญญาณจากฝั่งผู้เล่นรายใหญ่เอนเอียงไปทางฝั่งซื้อ มากกว่าฝั่งขาย ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียล ‘เอ็กซ์(X)’ ที่ใช้ชื่อว่า มินเทิร์น(Mintern) เปิดเผยข้อมูลว่า จำนวนกระเป๋าเงินที่ถือเอ이다ตั้งแต่ 10 ล้าน ADA ขึ้นไป เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 424 กระเป๋าภายในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 5.2% ในช่วง 9 สัปดาห์ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่ม “วาฬ” ยังเดินหน้าสะสมเอ이다อย่างต่อเนื่องในช่วงราคาย่อตัว
ด้านราคาตลาด เอ이다ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุดดีดตัวราว 5% ขึ้นมาซื้อขายบริเวณ 0.25 ดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้นมากกว่า 9% ในช่วงเวลาเดียวกัน การฟื้นตัวของตลาดคริปโตโดยรวม ผนวกกับแรง ‘สะสม’ จากนักลงทุนรายใหญ่ ทำให้เอิดา(ADA) กำลังอยู่บน ‘เส้นแบ่ง’ สำคัญในเชิงเทคนิค
ท้ายที่สุด คำถามคือราคาจะสามารถ ‘รักษาแนว 0.243 ดอลลาร์’ ไว้ได้หรือไม่ เพราะหากยืนเหนือได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสลุ้นภาพฟื้นตัวระยะสั้นต่อเนื่อง แต่หากหลุดลงมา เอิดาอาจเผชิญแรงกดดันด้านขายจนต้องกลับไปทดสอบโซนต่ำใกล้ 0.10 ดอลลาร์อีกครั้ง ทำให้ระดับราคานี้กลายเป็นตัวแปรหลักของทิศทางเอิดาในช่วงถัดไปอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0