อ้างอิงจากข้อมูลของโค인워즈(CoinWarz) เมื่อวันที่ 13 ‘บิตคอยน์(BTC) 채굴 난도(Difficulty)’ มีแนวโน้มจะปรับลดลงราว 2.9% ภายในวันศุกร์นี้ หลังความเร็วในการสร้างบล็อกช้ากว่าเป้าหมายที่เครือข่ายกำหนดไว้ ทำให้ระบบต้องเข้าโหมดปรับสมดุลโดยอัตโนมัติ
ปัจจุบันบิตคอยน์มีเวลาเฉลี่ยในการสร้างบล็อกอยู่ที่ราว 10.30 นาที นานกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 10 นาทีเล็กน้อย ส่งผลให้การปรับ ‘Difficulty’ รอบถัดไปคาดว่าจะลดลงประมาณ 2.91% กลไกนี้จะถูกปรับทุกๆ ราว 2 สัปดาห์ เพื่อให้เครือข่ายรักษาความเร็วการค้นหาบล็อกให้อยู่ในระดับคงที่ และรองรับปริมาณ ‘แฮชเรต(Hashrate)’ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
เมื่อ ‘난도’ ลดลง โอกาสที่นักขุดจะค้นพบบล็อกด้วยกำลังประมวลผลเท่าเดิมย่อมเพิ่มขึ้น ช่วยลดภาระต้นทุนให้ฝั่งนักขุดบางส่วน อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังมานี้ดูเหมือนว่า ‘แฮชเรต’ รวมของเครือข่ายได้ปรับตัวลดลงตามสภาพตลาด หากราคาบิตคอยน์ฟื้นตัวต่อเนื่องและ ‘ความสามารถทำกำไร’ ของการขุดดีขึ้น ก็มีโอกาสที่นักขุดจะนำเครื่องขุดกลับมาออนไลน์หรือขยายกำลังการขุดอีกครั้ง
ด้านบริษัทวิเคราะห์ออนเชนอย่างคริปโตควอนต์(CryptoQuant) ชี้ว่าในรอบวัฏจักรนี้ กลุ่มนักขุดมีพฤติกรรม ‘ขายสุทธิ’ มากขึ้น โดยปริมาณบิตคอยน์ที่เก็บอยู่ในกระเป๋าของนักขุดลดลงจากราว 1,862,000 เหรียญ เหลือประมาณ 1,801,000 เหรียญ หมายความว่ามีบิตคอยน์ราว 61,000 เหรียญถูกส่งออกมาสู่ตลาด ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการขุดอย่าง 라이엇 플랫폼스(Riot Platforms), 마라톤 디지털(Marathon Digital) และ 코어 사이언티픽(Core Scientific) ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ร่วมเทขายด้วย ‘ความคิดเห็น’ สะท้อนแรงกดดันด้านกระแสเงินสดและต้นทุนการดำเนินงานของนักขุดรายใหญ่ที่ยังคงสูง
ขณะเดียวกัน ราคาบิตคอยน์(BTC) ล่าสุดเคลื่อนไหวแถวโซน 74,300 ดอลลาร์ หลังแรงขึ้นต่อเริ่มชะลอตัว การปรับลด ‘채굴 난도’ รอบนี้อาจช่วยให้ธุรกิจขุดหายใจโล่งขึ้นระยะสั้น แต่หากแรงจูงใจด้านกำไรทำให้ ‘แฮชเรต’ กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง เครือข่ายก็จะเข้าสู่รอบการปรับขึ้นความยากใหม่โดยอัตโนมัติ ทำให้ ‘บิตคอยน์ 채굴 난도’, ‘Hashrate’ และกระแส ‘ขายเหรียญจากนักขุด’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ตลาดคริปโตกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้
ความคิดเห็น 0