บิตคอยน์(BTC) ร่วงจากจุดสูงสุดราว 126,198 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ลงมาเคลื่อนไหวแถว 74,631 ดอลลาร์ แต่แอนโทนี ส카라มูชชี ผู้ก่อตั้ง ‘สกายบริดจ์แคปิตอล’ กลับมองว่าการปรับฐานรอบนี้เป็นเพียง ‘การย่อปกติ’ ไม่ใช่จบรอบขาขึ้น พร้อมย้ำว่ายังมีมุมมองเชิงบวกอย่างแข็งแรงต่อบิตคอยน์(BTC) เขาเผยว่าตัวเองเริ่มซื้อที่ระดับ 15 ดอลลาร์และยังทยอยสะสมต่อ พร้อมเชื่อว่าทิศทางตลาดอาจเปลี่ยนเป็นขาขึ้นได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้เป็นต้นไป
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ในการให้สัมภาษณ์กับ SoFi ส카라มูชชีอธิบายสาเหตุการย่อตัวรอบนี้ว่า มาจาก ‘ความคาดหวังเชิงบวกด้านกฎระเบียบที่ถูกเทขาย’ และ ‘การปลดเลเวอเรจจากสถานะเก็งกำไรที่ร้อนแรงเกินไป’ ก่อนหน้านี้ บิตคอยน์(BTC) พุ่งแรงบนความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act และ GENIUS Act ภายในปี 2025 แต่เมื่อการออกกฎหมายล่าช้ากว่าที่ตลาดคาด สถานะใช้มาร์จินก็ถูกบังคับปิด ขณะที่เหล่า ‘วาฬ’ ก็เทขายตามมา ส่งผลให้ราคาร่วงลงมาราว 50% จากจุดสูงสุด เขามองภาพนี้ว่าไม่ใช่ ‘สัญญาณเตือน’ แต่มองเป็นเพียง ‘ค่าตั๋วเข้าเกม’ ของตลาดกระทิงรอบใหม่
‘คำ’ แนวโน้มฟื้นตัวไตรมาส 4 – เดิมพันกับวัฏจักร ‘Halving’
แกนกลางของมุมมองส카라มูชชี คือ วัฏจักร ‘Halving’ ทุก 4 ปีของบิตคอยน์(BTC) ที่จะลดรางวัลตอบแทนนักขุดลงครึ่งหนึ่ง เขาชี้ว่าตอนนี้เดินทางมาจุดกลางของรอบใหม่แล้ว ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าช่วงนี้มักเป็นเฟส ‘พักตัวกลางทาง’ ก่อนจะกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง เขาคาดว่า ‘ในไตรมาส 4 ปีนี้’ เราจะเริ่มเห็นกิจกรรมบนเครือข่ายและแรงซื้อบิตคอยน์(BTC) กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมตั้งเป้าราคาไว้ที่ราว 150,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
ในมุมมองระยะยาว ส카라มูชชีไปไกลกว่านั้น โดยเชื่อว่าบิตคอยน์(BTC) มีศักยภาพไล่ตามมูลค่าตลาดของทองคำที่ราว 30 ล้านล้านดอลลาร์ได้ หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ราคาปัจจุบันยังมี ‘อัพไซด์’ เพิ่มขึ้นได้อีกราว 20 เท่า อย่างไรก็ตาม เขาเน้นว่าจุดสนใจหลักไม่ใช่ความผันผวนระยะสั้น แต่เป็น ‘การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง’ ของดีมานด์ในอีกหลายปีข้างหน้า
‘คำ’ เจเนอเรชันใหม่จะเป็นแรงผลักดันให้บิตคอยน์กลายเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่เขามองบวกต่อบิตคอยน์(BTC) คือ ปรากฏการณ์ ‘เปลี่ยนผ่านระหว่างเจเนอเรชัน’ ปัจจุบัน เม็ดเงินจำนวนมากยังไหลหาที่พักพิงในทองคำทุกครั้งที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า กลุ่มคนที่จะก้าวขึ้นมาบริหารสินทรัพย์ก้อนใหญ่ของโลก คือ เจเนอเรชันที่เติบโตมากับสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้พวกเขามีโอกาสสูงที่จะมองบิตคอยน์(BTC) เป็น ‘เครื่องมือเก็บมูลค่าดิจิทัล’ ที่คุ้นเคยมากกว่าทองคำ
ส카라มูชชีย้ำว่า จุดแข็งของบิตคอยน์(BTC) คือความ ‘เคลื่อนย้ายง่าย’ ผสมกับ ‘ความหายาก’ ที่ฝังอยู่ในโค้ด ตอบโจทย์การเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าได้ไม่ต่างจากทองคำ แต่ส่งโอนข้ามโลกได้ภายในไม่กี่นาที สิ่งนี้อาจทำให้บิตคอยน์(BTC) ถูกมองเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ ในมุมมองของนักลงทุนรุ่นใหม่
‘คำ’ กลยุทธ์ลงทุน: ศึกษาให้ลึก ลงทุนให้เล็ก ถือให้ยาว
แม้จะมองบวกอย่างมาก ส카라มูชชียังเตือนให้นักลงทุนเข้าตลาดบิตคอยน์(BTC) อย่างระมัดระวัง โดยแนะนำให้ ‘ศึกษาให้มากพอ’ ก่อนเริ่มลงทุน จากนั้นจึงค่อยจัดสรรเงินเพียง 1–2% ของพอร์ตมาเสี่ยงกับสินทรัพย์นี้ และต้องยอมรับแนวคิดการถือครองระยะยาวอย่างน้อย 4–5 ปีขึ้นไป เขาย้ำว่า “ถ้ามีคน 100 คน ใช้เวลาเรียนรู้บิตคอยน์คนละ 100 ชั่วโมง จะมีอย่างน้อย 90–95 คนที่ตัดสินใจซื้อในท้ายที่สุด” ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนความเชื่อว่าการทำความเข้าใจเทคโนโลยีและคุณสมบัติของบิตคอยน์(BTC) มักนำไปสู่การถือครองจริง
ณ ตอนนี้ บิตคอยน์(BTC) ย่อแรงจากจุดสูงสุดและยังคงแกว่งตัวในกรอบกว้าง ทำให้ตลาดถกเถียงกันหนักขึ้นว่า การปรับฐานรอบนี้คือจุดเริ่มต้นขาลงรอบใหญ่ หรือเป็นเพียง ‘แรงสั่นสะเทือนเพื่อสะสม’ ก่อนวิ่งขึ้นรอบใหม่กันแน่ การวางเดิมพันของส카라มูชชีบนวัฏจักร Halving และเม็ดเงินจากสถาบันที่อาจไหลเข้ามากขึ้นในอนาคต กำลังจุดกระแสให้ตลาดหันกลับมาจับตาบิตคอยน์(BTC) อีกครั้ง ท่ามกลางคำถามเดิมที่ยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจนว่า รอบหน้า ‘ทองคำดิจิทัล’ จะพาไปไกลแค่ไหน
ความคิดเห็น 0