ศาลสหรัฐสั่งจำคุก 24 ปี โจรกรรม ‘เมตา1 คอยน์’ หลอกเหยื่อคริปโตเสียหายกว่า 20 ล้านดอลลาร์
ศาลสหรัฐมีคำพิพากษาต่อ *คดีคริปโตเมตา1 คอยน์(Meta 1 Coin)* หนึ่งในกรณี ‘คริปโตหลอกลวง’ ที่ถูกจับตาในวงการลงทุน โดยตัดสินจำคุก ‘โรเบิร์ต ดันแล็ป(Robert Dunlap)’ เป็นเวลา 276 เดือน หรือราว 24 ปี หลังพบว่าหลอกขายเหรียญโดยอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากภาพวาดและทองคำ ก่อนโกยเงินจากเหยื่อราว 1,000 ราย เป็นมูลค่าประมาณ 20 ล้านดอลลาร์
ตามเอกสารของศาลรัฐบาลกลางรัฐฟลอริดา ดันแล็ปถูกตัดสินว่ามีความผิดฐาน ‘สมคบคิดฉ้อโกงทางไปรษณีย์และทางสื่อสาร’ และถูกลงโทษจำคุกยาว พร้อมคำสั่งทางแพ่งให้ชดใช้เงินที่ยักยอกไปมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์คืนแก่ผู้เสียหาย นอกเหนือจากโทษอาญาที่ได้รับ
ในแผนการหลอกลวงครั้งนี้ ดันแล็ปและพวกโปรโมตว่า *เมตา1 คอยน์* เป็นเหรียญที่มี ‘ทรัพย์สินจริง’ ค้ำประกัน โดยอ้างว่ามีผลงานศิลปะมูลค่าไม่ใช่แค่ 100 ล้านดอลลาร์ แต่สูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์เป็นหลักประกัน พร้อมระบุชื่อศิลปินระดับโลกอย่าง ‘ฟาน โก๊ะ’ และ ‘ปิกัสโซ’ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันที่อยู่เบื้องหลังโครงการ
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลฝั่งอัยการพบว่า กลุ่มของดันแล็ปไม่เคยครอบครองผลงานเหล่านั้นจริง แม้จะมีความพยายามทำสัญญาซื้อขายภาพวาด แต่ก็ไม่เคยจ่ายเงินปิดดีล ผลคือ ‘สินทรัพย์ค้ำประกัน’ ที่ใช้หลอกนักลงทุนเป็นเพียงเรื่องแต่งทั้งหมด
นอกจากงานศิลปะ ดันแล็ปยังดึง ‘ทองคำ’ มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ โดยอ้างว่าเมตา1 คอยน์ได้รับการค้ำประกันด้วยทองคำคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ แต่จากบันทึกของศาล ระบุว่าทรัพย์สินที่อ้างนั้นแท้จริงเป็นแค่ “สิทธิการขุดบนที่ดินของรัฐที่ไม่มีใบอนุญาต” ซึ่งแทบไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ‘คำ’ ที่ใช้ขายฝันเรื่องความปลอดภัยและผลตอบแทนจากสินทรัพย์จริง จึงกลายเป็นกลไกสำคัญของการหลอกลวงในคดีนี้
เพื่อดึงดูดเม็ดเงินเพิ่ม ดันแล็ปโปรโมตกับนักลงทุนว่าเมตา1 คอยน์ให้โอกาสทำกำไรสูงถึง 224,923% โดย “ไม่มีความเสี่ยงขาดทุนเงินต้น” ข้อเสนอที่แทบเป็นไปไม่ได้ในโลกการลงทุนกลับดึงคนเข้ามามากราว 1,000 ราย และสร้างความเสียหายรวมประมาณ 20 ล้านดอลลาร์
เงินจากการระดมทุนไม่ได้ถูกนำไปใช้พัฒนาโครงการหรือซื้อทรัพย์สินอย่างที่กล่าวอ้าง แต่ส่วนหนึ่งถูกใช้สำหรับ *ใช้ชีวิตหรูหรา* เอกสารการสืบสวนชี้ว่าดันแล็ปใช้เงินของเหยื่อราว 215,000 ดอลลาร์ ซื้อรถเฟอร์รารี(Ferrari) และยังใช้จ่ายกับรถคันอื่นและค่าใช้จ่ายส่วนตัว ขณะที่นักลงทุนต้องรับภาระขาดทุน
แม้หน่วยงานกำกับดูแลจะเริ่มเข้ามาควบคุม แต่ดันแล็ปก็ยังเดินหน้าหาเงินต่อไป หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ได้รับคำสั่งศาลให้ ‘อายัดทรัพย์สิน’ ของโครงการแล้ว เขายังคงจัดเว็บบินาร์โปรโมตเมตา1 คอยน์ ดึงดูดนักลงทุนรายใหม่อย่างต่อเนื่อง จนถูกศาลพิพากษาให้มีความผิดฐานละเมิดคำสั่งศาลทางแพ่งเพิ่มเติม
ในชั้นพิจารณาคดี ดันแล็ปยังใช้แนวคิดแบบ ‘พลเมืองอธิปไตย’ (sovereign citizen) อ้างว่าศาลไม่มีอำนาจตัดสินตัวเอง พร้อมยื่นเอกสารพยายามตั้ง “ภาระผูกพัน” ต่ออัยการและเจ้าหน้าที่ศาล แต่ทั้งหมดไม่เป็นผล คณะลูกขุนมีคำตัดสินชัดเจนว่าดันแล็ปมีความผิดฐานสมคบคิดฉ้อโกง
“ความคิดเห็น” กรณีเมตา1 คอยน์กลายเป็นอีกตัวอย่างสำคัญในโลกคริปโตที่แสดงให้เห็นว่า ‘การอ้างทรัพย์สินค้ำประกันเทียม’ และ ‘การโฆษณาผลตอบแทนเวอร์เกินจริง’ สามารถขยายความเสียหายได้รวดเร็วเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวน นักลงทุนจำนวนมากมักถูกดึงดูดด้วยคำว่า ‘ผูกกับสินทรัพย์จริง’ หรือ ‘การันตีกำไรสูง’ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและความปลอดภัยบนบล็อกเชนกลับมาเตือนอีกครั้งว่า การตรวจสอบที่มาทรัพย์สิน คณะทำงาน และสถานะทางกฎหมายของโครงการ “ก่อนลงทุนทุกครั้ง” เป็นเกราะป้องกันชั้นแรกในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงและผู้ไม่หวังดี
ความคิดเห็น 0