ข้อมูลบนเชนชี้ว่า ‘บิตคอยน์(BTC) 채굴자’ กำลังเข้าใกล้จุดที่แรงขายเริ่มหมดแรง หลังจากเผชิญภาวะกำไรลดลงและเทขายจำนวนมากต่อเนื่องนับจากการ ‘ฮาล์ฟวิ่ง’ ปีที่แล้ว ขณะนี้สัญญาณ ‘บังคับขาย’ จากฝั่งผู้ขุดเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน ทำให้ตลาดจับตาว่านี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่ของบิตคอยน์หรือไม่
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของสื่อคริปโตต่างประเทศ XWIN รีเสิร์ช เจแปน ระบุในบทวิเคราะห์แบบควิกเทคว่า บิตคอยน์กำลังเข้าสู่ช่วง ‘ซัพพลายเริ่ม枯竭’ และเคลื่อนตัวไปสู่เฟสการขยับราคาแบบขับเคลื่อนด้วย ‘ดีมานด์’ มากขึ้น ด้านข้อมูลจากผู้ให้บริการ ‘วูบล็อกเชน’ เผยว่า บริษัทขุดบิตคอยน์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เทขายบิตคอยน์ไปแล้วกว่า 32,000 เหรียญในไตรมาส 1 ปี 2026 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในมิติรายไตรมาส
แรงขายที่เพิ่มขึ้นของฝั่งผู้ขุดผูกโยงโดยตรงกับ ‘ฮาล์ฟวิ่งบิตคอยน์ 2024’ เมื่อรางวัลบล็อกถูกลดจาก 6.25BTC เหลือ 3.125BTC แต่ ‘แฮชเรต’ เครือข่ายยังคงทยอยทำจุดสูงสุดใหม่ ทำให้ ‘ความยากในการขุด’ ปรับขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ‘ราคาแฮช’ ร่วงลงต่ำกว่าจุดคุ้มทุน ส่งผลให้ผู้ขุดจำนวนมากจำเป็นต้องนำเหรียญที่ถืออยู่ออกขายเพื่อระดมเงินหมุนเวียน บางรายเริ่มเบนทิศทางไปสู่ธุรกิจ ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ และโครงสร้างพื้นฐาน ‘คอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูง(HPC)’ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากบิตคอยน์
ข้อมูลบนเชนสะท้อนภาพเดียวกัน ‘เงินทุนสำรองของผู้ขุด’ ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ตัวชี้วัด ‘การเปลี่ยนแปลงสถานะสุทธิ’ ยังคงติดลบต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้ขุดขายเหรียญมากกว่าที่สะสมเข้า อย่างไรก็ตาม XWIN รีเสิร์ชมองว่าความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นในจังหวะล่าสุดที่ ‘ดัชนีสถานะผู้ขุด(Miner Position Index, MPI)’ แม้ยังอยู่ในแดนลบ แต่ ‘ความเข้มข้นของแรงขาย’ ลดลงอย่างมาก
พูดง่าย ๆ คือ ผู้ขุดยังคงขายบิตคอยน์อยู่ก็จริง แต่ปริมาณไม่ได้มากพอจะกดดันตลาดอย่างรุนแรงเหมือนช่วงก่อนหน้า ‘ความคิดเห็น’ บางส่วนในตลาดมองว่าช่วงที่แรงขายจากฝั่งผู้ขุดเริ่มอ่อนตัว มักเป็นช่วงที่วัฏจักรของบิตคอยน์เปลี่ยนจาก ‘เฟสเพิ่มซัพพลาย’ ไปสู่ ‘เฟสซัพพลายร่อยหรอ’ และค่อย ๆ ส่งต่ออำนาจกำหนดราคาสู่ฝั่ง ‘ดีมานด์’ อย่างเต็มตัว
โครงสร้างแบบนี้สอดคล้องกับวงจรคลาสสิกของบิตคอยน์ ที่ภาระซัพพลายจากผู้ขุดจะค่อย ๆ เบาลง หลังผ่านช่วงเทขายเพื่อปรับตัวตามฮาล์ฟวิ่ง เมื่อแรงขายจากเหมืองถูกดูดซับไปทีละน้อย ทิศทางราคาถัดจากนี้จึงมีแนวโน้มถูกกำหนดด้วยปัจจัยฝั่งดีมานด์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระแสเงินไหลเข้า ETF บิตคอยน์, การเข้ามามีส่วนร่วมของสถาบันการเงินรายใหญ่ หรือภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก
ณ วันที่ 18 บิตคอยน์ซื้อขายอยู่บริเวณ 77,169 ดอลลาร์ ต่อเหรียญ ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2.69% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วนค่าเงินวอนเกาหลีอยู่ที่ 1,467.80 วอนต่อดอลลาร์ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยกำลังจับตาว่า ‘แรงขายจากผู้ขุดที่อ่อนแรงลง’ จะกลายเป็น ‘สัญญาณเริ่มต้น’ ของการฟื้นตัวรอบใหม่ของบิตคอยน์หรือไม่ ท่ามกลางความคาดหวังต่อเฟส ‘ดีมานด์นำราคา’ ที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างช้า ๆ
ความคิดเห็น 0