Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินไหลออกดิไฟ(DeFi) หายวับ 7% ใน 24 ชม. TVL เหลือครึ่งเดียว แม้บิตคอยน์(BTC) ดึงสภาพคล่องเพิ่ม 73.6%

ตลาด ‘ดิไฟ(DeFi)’ กำลังเผชิญภาวะ ‘เงินไหลออก’ หนักกว่าที่หลายคนคิด แม้ราคา บิตคอยน์(BTC) จะเริ่มดีดตัวขึ้น แต่สภาพคล่องในระบบดิไฟกลับหายวับอย่างรวดเร็ว โปรโตคอลหลักหลายรายมียอดเงินล็อกลดลง ขณะที่บางเชนถูกมองว่าใกล้กลายเป็น ‘เชนร้าง’ ที่แทบไม่มีทุนจริงไหลเวียนอยู่แล้ว

นักวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนด้านคริปโต @waleswoosh โพสต์กราฟบน X ชี้ให้เห็นว่า กระแสเงินไหลออกจากดิไฟในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้กำลังเกิดขึ้นด้วยความเร็วที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยอ้างอิงข้อมูลจากดิไฟลามา(DeFiLlama) พบว่า ‘อีเธอเรียม(ETH)’ มียอดมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกล็อกไว้ในระบบ (TVL) หายไปแล้ว 13.54% ขณะที่ ‘โซลานา(SOL)’ ลดลง 15.15% ด้าน ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ ร่วงแรงถึง 15.71% และ ‘เนียร์โปรโตคอล(NEAR)’ ทรุดลง 25.68% สะท้อนแรงกดดันต่อแพลตฟอร์มดิไฟอย่างหนัก

ในทางกลับกัน ‘บิตคอยน์(BTC)’ กลับเห็นเม็ดเงินไหลเข้าดิไฟบนเครือข่ายของตัวเองมากขึ้น TVL ของบิตคอยน์เพิ่มขึ้นถึง 73.60% ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่โปรเจกต์ ‘Iron’ (ไอรอน) ก็ขยายตัว 23.42% การเคลื่อนไหวนี้ถูกตีความได้ว่า เงินทุนในตลาดกำลังถอยออกจากโครงสร้างดิไฟที่เสี่ยงสูง ไปหาสินทรัพย์หรือโมเดลที่ถูกมองว่า ‘ปลอดภัยกว่า’ ทั้งด้านกลไกและความโปร่งใส ‘ความคิดเห็น’ การที่ทุนเทไปหาบิตคอยน์ บ่งชี้ว่าตลาดเริ่มกลับมาพึ่งพา “สินทรัพย์หลัก” มากกว่าการเสี่ยงกับโปรโตคอลดิไฟรุ่นใหม่ที่ยังพิสูจน์ตัวเองไม่ครบวงจร

ปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เงินไหลออกคือ ‘ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย’ ที่ปะทุซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุ ‘แฮ็ก’ โปรโตคอลดิไฟกลายเป็นเรื่องถี่จนผู้ลงทุนเริ่มหมดความอดทน กรณีล่าสุดของ ‘เคลป์ดาว(KelpDao)’ มีเงินไหลออกจากระบบถึงราว 300 ล้านดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในภาพรวมอย่างหนัก และยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าระบบดิไฟจำนวนมากยังขาดมาตรการป้องกันเชิงโครงสร้าง

จุดแข็งดั้งเดิมของดิไฟคือ ‘ยอมล็อกเงินเพื่อแลกกับผลตอบแทน’ แต่ตอนนี้ข้อดีนั้นกำลัง ‘หมดมนต์ขลัง’ เมื่อ “ผลตอบแทนลดลง แต่ความเสี่ยงกลับเพิ่มขึ้น” ทำให้ผู้ลงทุนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่าดิไฟยังคุ้มค่าอยู่หรือไม่ ‘ความคิดเห็น’ ในมุมของนักลงทุนเชิงสถาบัน เมื่อ “อัตราผลตอบแทนปรับลด แต่ความเสี่ยงระบบยังสูง” โมเดลแบบนี้มักถูกจัดเข้าหมวด “ไม่ผ่านเกณฑ์ลงทุน” โดยอัตโนมัติ

ตัวเลขภาพใหญ่สะท้อนปัญหานี้อย่างชัดเจน มูลค่า TVL รวมของดิไฟทั้งตลาดลดลงอีก 7% ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ล่าสุดอยู่เพียงราว 122,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับจุดสูงแถว 229,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคม 2025 เรียกได้ว่าเหลือแค่ประมาณ ‘ครึ่งเดียว’ เท่านั้น การหดตัวในระดับนี้หมายความว่า สภาพคล่องที่เคยเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมดิไฟกำลังหายไปอย่างมีนัยสำคัญ

ท้ายที่สุด ภาพที่เห็นตอนนี้จึงไม่ใช่แค่ภาวะฟื้นตัวครึ่งๆ กลางๆ ของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ แต่คือ ‘สัญญาณอ่อนแรงเชิงโครงสร้าง’ ของระบบนิเวศดิไฟทั้งชุด หากกระแสเงินไหลออกยังยืดเยื้อต่อเนื่อง เครือข่ายหลักอย่าง ‘อีเธอเรียม(ETH)’, ‘โซลานา(SOL)’ และเชนอื่นๆ ที่พึ่งรายได้จากค่าธรรมเนียมและกิจกรรมในดิไฟเป็นหลัก อาจต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นทั้งในแง่ราคาสินทรัพย์, รายได้จากโปรโตคอล และจำนวนผู้ใช้งาน ตลาดจึงจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ดิไฟจะสามารถดึง ‘สภาพคล่อง’ กลับคืนมาได้หรือไม่ เพราะหากไม่สำเร็จ วงจรขาลงของดิไฟรอบนี้อาจลากยาวกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้มาก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1