โปรโตคอลดีฟายสายผลตอบแทนบนโซลานา(SOL) อย่าง ‘แครรอต(Carrot)’ ประกาศยุติการให้บริการแบบถาวร หลังรับแรงกระแทกเต็มๆ จากการถูกแฮ็กของโปรโตคอลอนุพันธ์ชื่อดังอย่าง ดริฟต์ โปรโตคอล(Drift Protocol) ส่งผลให้มูลค่ารวมที่ล็อกไว้(TVL) ของแครรอตหายไปกว่า 93% สะท้อนความเสี่ยงของการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเพียงเจ้าเดียวในโลกดีฟาย(DeFi)
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ ‘โค인데สก์(CoinDesk)’ แครรอตระบุว่า ช่องโหว่และการโจมตีที่เกิดขึ้นกับดริฟต์ โปรโตคอลเมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่ ‘รุนแรงถึงขั้นวิกฤต’ ทำให้แพลตฟอร์มไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ แครรอตจึงตัดสินใจปิดโปรโตคอลแบบถาวร และเปิดให้ผู้ใช้งานถอนสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ได้จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม หลังจากนั้นโปรโตคอลจะปรับเลเวอเรจเป็น 0 และทยอยปิดสถานะสภาพคล่องเพื่อนำไปชำระคืนโทเคน CRT ให้กับผู้ถือครอง
แครรอตเคยใช้โครงสร้างพื้นฐานและสภาพคล่องที่เชื่อมโยงกับดริฟต์ โปรโตคอลในการบริหารจัดการเงินฝากของผู้ใช้งาน ทำให้ทันทีที่เกิดเหตุแฮ็ก มูลค่ารวมที่ล็อกไว้ของโปรโตคอลก็ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจาก ‘ดีฟายลามา(DefiLlama)’ ระบุว่า TVL ของแครรอตร่วงจากราว 28 ล้านดอลลาร์ก่อนเกิดเหตุ เหลือเพียงประมาณ 1.99 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน หดตัวกว่า 93% หากคิดเป็นเงินวอนเกาหลีใต้จากประมาณ 4,130 ล้านวอน เหลือราว 294 ล้านวอนเท่านั้น
เหตุแฮ็กดริฟต์ โปรโตคอลถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน ‘การโจมตีขนาดใหญ่ที่สุด’ ของปี 2026 โดยแฮ็กเกอร์ใช้เทคนิคทาง ‘วิศวกรรมสังคม’ (Social Engineering) ล่อหลอกจนสามารถยึดสิทธิ์การเข้าถึงระดับผู้ดูแลระบบ(Admin) ได้ ก่อนจะดึงสินทรัพย์ออกจากโปรโตคอลไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าทั้งระบบ เหตุการณ์นี้ไม่ได้สร้างบาดแผลแค่กับแครรอตเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงโปรเจกต์ที่เชื่อมต่อกัน เช่น กอนต์เล็ต(Gauntlet), ไพรม์ไฟแนนซ์(PrimeFi) และ เอลีเมนทัล ดีฟาย(Elemental DeFi) ที่ต่างได้รับผลกระทบด้านสภาพคล่องและความเชื่อมั่นตามมา
ด้านสถิติภาพรวมตลาด ดีฟายลามาระบุว่า ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว ตลาดคริปโตเผชิญเหตุโจมตีและช่องโหว่รวม 25 เคส มูลค่าความเสียหายรวมราว 630 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขขาดทุนรายเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 เป็นต้นมา โดยเฉพาะ ‘เคลป์(Kelp)’ ที่ถูกโจมตีคิดเป็นมูลค่าประมาณ 293 ล้านดอลลาร์ และ ‘ดริฟต์ โปรโตคอล’ ที่เสียหายราว 285 ล้านดอลลาร์ สองเหตุการณ์นี้รวมกันคิดเป็นมากกว่า 90% ของความสูญเสียทั้งหมดในเดือนดังกล่าว
‘ความคิดเห็น’
กรณีแครรอตต้องปิดโปรโตคอลเพราะผลพวงจากดริฟต์ โปรโตคอล เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า การพึ่งพา ‘โครงสร้างพื้นฐานเดี่ยว’ ในระบบดีฟายอาจกลายเป็นจุดเปราะบางขนาดใหญ่ หากเกิดเหตุด้านความปลอดภัยขึ้น ไม่เพียงความเสียหายด้านเม็ดเงินของโปรโตคอลหลักที่ถูกโจมตี แต่ยังลามไปถึงบริการที่เชื่อมต่อกันทั้งสายโซ่อุปทานทางการเงิน ทำให้ความสามารถในการดำเนินงานระยะยาวของโปรเจกต์เล็กๆ พังทลายลงในเวลาอันสั้น นักลงทุนและผู้พัฒนาโปรโตคอลจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงของ ‘อินฟราสตรักเชอร์’, โมเดลการจัดการสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ และมาตรการ ‘ความปลอดภัยเชิงรุก’ มากขึ้นในระบบนิเวศดีฟายบนโซลานา(SOL) และเครือข่ายอื่นๆ ทั่วทั้งตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
ความคิดเห็น 0