X แพลตฟอร์มโซเชียลชื่อดังที่เดิมรู้จักกันในชื่อทวิตเตอร์ กำลังเผชิญสัญญาณน่าคิด เมื่อหัวข้อ ‘คริปโต’ กลายเป็นหัวข้อที่ถูกผู้ใช้ ‘ซ่อน’ หรือมิวต์มากที่สุดบนแพลตฟอร์ม แซงทั้งการเมือง ความขัดแย้งในอิหร่าน กีฬา และการเงิน สถานการณ์นี้สะท้อนทั้งปัญหา ‘สแปม’ และคอนเทนต์คุณภาพต่ำจาก ‘AI slop’ ที่ท่วมฟีด และบ่งชี้ว่ากระแสการพูดคุยเรื่องสกุลเงินดิจิทัลบน X กำลังถอยหลังลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) นิกิตา เบียร์(Nikita Bier) หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X เปิดเผยว่า หัวข้อคริปโตถูกผู้ใช้มิวต์มากกว่าทุกหมวดหมู่ใหญ่บนแพลตฟอร์ม ทั้งที่ X เคยถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางของ ‘คริปโตทวิตเตอร์’ ฟีเจอร์มิวต์นี้เปิดให้ผู้ใช้แบบพรีเมียมสามารถซ่อนหัวข้อที่ไม่สนใจออกจากฟีดชั่วคราวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยเบียร์เคยอธิบายตอนเปิดตัวว่าเป็น “เครื่องมือเอาไว้ดันหรือกด ‘slop’” กล่าวคือช่วยให้คอนเทนต์ที่ผู้ใช้มองว่าเป็นขยะหรือไร้คุณภาพถูกมองเห็นน้อยลง
ควบคู่กันนั้น X ก็เร่งปราบปรามคอนเทนต์คุณภาพต่ำและโพสต์จากบอตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเปลี่ยนนโยบาย API เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยตัดการเข้าถึงของแอปที่จูงใจให้ผู้ใช้โพสต์คอนเทนต์แลกกับรางวัลหรือผลตอบแทนทางการเงิน การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้แอปประเภท ‘InfoFi’ ที่ถูกกล่าวหาว่าทำให้ฟีดคริปโตใน X เต็มไปด้วยสแปมที่สร้างด้วย AI
ความตึงเครียดระหว่างเบียร์กับชุมชนคริปโตก็เริ่มปะทุขึ้น ในโพสต์ที่ต่อมาถูกลบ เบียร์โทษว่าการมองเห็นของคริปโตทวิตเตอร์ลดลงเพราะการโพสต์ซ้ำๆ และการตอบกลับที่ไร้สาระจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กี ยองจู(Young Ju Ki) ผู้ก่อตั้งคริปโตเคว้นท์(CryptoQuant) ออกมาคัดค้าน โดยย้ำว่า “ปัญหาคือ X แยกไม่ออกระหว่างบัญชีจริงกับสแปมที่สร้างโดย AI” พร้อมระบุว่า การที่ X เลือก ‘ปิดกั้นคริปโต’ มากกว่าจะลงทุนพัฒนาระบบตรวจจับบอตให้ฉลาดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ “absurd” หรือเหลวไหลเกินรับได้ ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนความไม่พอใจในหมู่นักลงทุนและผู้ใช้งานสายคริปโตที่มองว่าพวกเขากลายเป็นเหยื่อของอัลกอริทึม ซึ่งเหมารวมคอนเทนต์จริงกับสแปมเข้าไว้ด้วยกัน
โปรไฟล์ของเบียร์เองก็ถูกจับตามองมากขึ้น หลังจากเขาเริ่มรับบทที่ปรึกษาให้มูลนิธิโซลานา(Solana Foundation) เมื่อเดือนมีนาคม ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2025 ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน X เปิดตัวฟีเจอร์ ‘Smart Cashtags’ ให้ผู้ใช้ไอโฟนในสหรัฐและแคนาดาใช้ดูข้อมูลราคาได้แบบเรียลไทม์ในแอปเดียว ครอบคลุมทั้งบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH), ริปเปิล(XRP) ไปจนถึงหุ้นของแพลตฟอร์มเทรดคริปโตอย่างโคอินเบส(COIN) และบริษัทถือบิตคอยน์รายใหญ่สัญชาติสหรัฐอย่างไมโครสตราทีจี(MSTR) โดยไม่ต้องกดออกจาก X ไปเปิดแอปอื่น
ถึงแม้ X จะเพิ่มฟีเจอร์มาทางการเงินและคริปโตอย่างต่อเนื่อง แต่บรรยากาศในตลาดกลับไม่ค่อยเป็นใจ ดัชนี ‘ความกลัวและความโลภ’ ของคริปโตยังติดอยู่ในโซน ‘ความกลัว’ ที่ระดับ 29 สะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุน ขณะที่ข้อมูลจากกูเกิลเทรนด์ชี้ให้เห็นว่า ความสนใจในการค้นหาคำว่า ‘crypto’, ‘cryptocurrency’ และ ‘Bitcoin’ พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดช่วงต้นปี 2026 ก่อนจะชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมนี้ชี้ให้เห็นว่าความร้อนแรงของกระแสคริปโตในหมู่คนทั่วไปเริ่มเย็นลง ไม่ได้จำกัดแค่ใน X เท่านั้น
ท้ายที่สุด การที่หัวข้อคริปโตถูกซ่อนมากที่สุดบน X ดูจะเป็นผลจากหลายปัจจัยผสมกัน ทั้ง ‘สแปม’ และ ‘AI slop’ ที่ถาโถม ฟีดที่เต็มไปด้วยโพสต์ซ้ำๆ และบอต รวมถึงกระแสความสนใจในตลาดคริปโตที่ลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด คำถามคือแพลตฟอร์มอย่าง X จะสามารถฟื้นบทบาทในฐานะ “ลานสนทนาหลักของคนเล่นคริปโต” ให้กลับมาได้หรือไม่ หรือบรรยากาศที่เงียบเหงาจะยืดเยื้อต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับทิศทางนโยบายคอนเทนต์ของ X ในระยะถัดไป และการตอบรับของตลาดคริปโตโดยรวมว่าจะกลับมาจุดกระแสได้อีกครั้งหรือเปล่า
ความคิดเห็น 0