โดจ์คอยน์(DOGE) กำลังกลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้ง เมื่อ ‘วาฬ’ รายใหญ่เริ่มสะสมเหรียญรอบใหม่ ท่ามกลางกระแสคาดหวัง ‘ETF โดจ์คอยน์’ ที่ทำให้เม็ดเงินเริ่มไหลเข้ามากขึ้นในตลาดอนุพันธ์และผลิตภัณฑ์สำหรับนักลงทุนสถาบัน
ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนไลน์ Santiment Intelligence ระบุว่า กระเป๋าเงินที่ถือมากกว่า 1,000,000 DOGE จำนวน 149 กระเป๋า ขณะนี้ถือครองโดจ์คอยน์รวมกันกว่า 108,520,000,000 DOGE คิดเป็นมูลค่าราว 11.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การเคลื่อนไหวของวาฬก็เด่นชัดขึ้นอย่างมาก โดยธุรกรรมโอนที่มีมูลค่าเกิน 100,000 ดอลลาร์ ภายในวันเดียวพุ่งขึ้นเป็น 739 รายการ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนว่าฝั่งผู้เล่นรายใหญ่เริ่มกลับมาขยับพอร์ตกันอีกครั้ง
ฝั่ง ‘ดีลของสถาบัน’ ก็เริ่มคึกคัก หลังหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศจัดให้โดจ์คอยน์เป็น ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมีอย่างน้อย 5 ผลิตภัณฑ์ประเภท ETF และ ETP ที่อ้างอิงราคาโดจ์คอยน์ซื้อขายอยู่ในตลาดโลก ตัวอย่างล่าสุดคือผลิตภัณฑ์ ETP โดจ์คอยน์ของ 21Shares ที่เพิ่งเปิดตัวและเริ่มเทรดได้ไม่นาน ‘ความคิดเห็น’ การยกระดับไปสู่สินทรัพย์ที่มีผลิตภัณฑ์สถาบันห่อหุ้ม ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเหรียญมีมที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเพียงกระแสชั่วคราว
อย่างไรก็ดี กระแสเงินทุนยังไม่ได้เทเข้ามาในโดจ์คอยน์แบบทิศทางเดียว รายงานการไหลเข้าของเงินทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมชี้ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน แต่เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงโดจ์คอยน์ยังมีเงินทุนไหลออกสุทธิราว 300,000 ดอลลาร์ ‘ความคิดเห็น’ ภาพนี้สะท้อนว่า นักลงทุนบางส่วนยังใช้การรีบาวด์รอบนี้เป็นจังหวะทำกำไรระยะสั้น แต่ทิศทางใหญ่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก็ยังเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งในแง่การยอมรับจากสถาบันและสภาพคล่องของตลาด
ด้านราคา โดจ์คอยน์(DOGE) เคลื่อนไหวค่อนข้างแข็งแรง เมื่อเทียบกับเหรียญหลักอย่างบิตคอยน์(BTC) ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา โดจ์คอยน์ปรับตัวขึ้นราว 10.78% มาเคลื่อนไหวบริเวณ 0.1089 ดอลลาร์ โดยในวันพุธที่ผ่านมา ราคาได้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดระยะสั้นแถว 0.1103 ดอลลาร์ ขณะที่บิตคอยน์ในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 0.93% เท่านั้น
ตลาดอนุพันธ์ของโดจ์คอยน์ก็ดูคึกคักตามราคา มูลค่ามิ결제약정 (Open Interest) ในสัญญาอนุพันธ์เพิ่มขึ้นราว 7% ภายในวันเดียว มาที่ประมาณ 1.71 พันล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันมีการบังคับปิดสถานะชอร์ต (Short Squeeze) รวมกว่า 4.54 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยหนุนแรงซื้อและเร่งให้ราคาปรับตัวขึ้นแรงกว่าเดิม ‘ความคิดเห็น’ การเพิ่มขึ้นของ Open Interest พร้อมกับการล้างชอร์ตจำนวนมาก มักตีความได้ว่าตลาดกำลังเปลี่ยนสมดุลจากฝั่งขายไปสู่ฝั่งซื้อ
แต่หากมองจากตัวชี้วัดเทคนิคัล กระแสขาขึ้นของโดจ์คอยน์ยังไม่ได้อยู่ในจุดที่ “ล็อก” แนวโน้มบวกแบบเต็มตัว ดัชนี RSI ยังคงอยู่บริเวณ 35.37 ซึ่งจัดว่าอยู่ในโซนที่แรงขายยังคงเหนือกว่าแรงซื้อในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วัน (30-day Simple Moving Average) แถว 0.091 ดอลลาร์ ทำให้สัญญาณเชิงบวกในกรอบระยะสั้นยังไม่ถูกทำลาย หากราคาไม่หลุด ‘แนวรับ’ เส้นนี้ การกลับขึ้นไปทดสอบและทะลุโซน 0.11 ดอลลาร์อีกครั้งยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าหลุดลงมา มีโอกาสที่ราคาจะย่อตัวลงมาทดสอบบริเวณ 0.105 ดอลลาร์
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ ‘ปัจจัยอีลอน มัสก์(Elon Musk)’ และแพลตฟอร์ม X (เดิมคือทวิตเตอร์) โดยตลาดยังคงมีความหวังว่า โดจ์คอยน์อาจถูกนำไปใช้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการชำระเงินบนระบบเพย์เมนต์ของ X ในอนาคต แม้จนถึงตอนนี้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการใดๆ ก็ตาม ‘ความคิดเห็น’ ข่าวลักษณะนี้มักกระตุ้นเก็งกำไรได้ดี แต่ก็สร้างความผันผวนให้ราคามากเช่นกัน นักลงทุนจึงควรแยกแยะระหว่าง “ความคาดหวัง” กับ “การประกาศใช้งานจริง”
หากเทียบด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,475 วอน มูลค่าการถือครองของวาฬโดจ์คอยน์ในปัจจุบันก็เป็นตัวเลขที่สูงมากในมุมมองนักลงทุนรายย่อย ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเอเชียหรือในประเทศอื่นๆ เมื่อสภาพคล่องและความต้องการจากสถาบันเพิ่มขึ้นเช่นนี้ คำถามต่อไปคือ กระแสแข็งค่าของโดจ์คอยน์(DOGE) จะเป็นเพียง ‘ดีดสั้น’ ตามแรงชอร์ตสควอซ หรือจะต่อยอดกลายเป็นรอบขาขึ้นใหม่ที่ได้รับแรงหนุนจาก ‘ETF โดจ์คอยน์’ และกระแสสะสมเหรียญของวาฬ
ท้ายที่สุด ทิศทางถัดไปของโดจ์คอยน์น่าจะขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก คือ หนึ่ง การซื้อสะสมของวาฬจะเดินหน้าต่อเนื่องแค่ไหน และสอง ผลิตภัณฑ์สำหรับสถาบัน เช่น ETF และ ETP จะสามารถดึงเม็ดเงินใหม่เข้ามาได้ต่อเนื่องหรือไม่ หากทั้งสองฝั่งยังคงหนุนตลาด ราคาก็มีโอกาสได้เห็นแรงผลักดันรอบใหม่ แต่ถ้าแรงซื้อชะลอลง การแกว่งตัวผันผวนในกรอบจำกัดก็ยังเป็นภาพที่หลีกเลี่ยงได้ยากสำหรับโดจ์คอยน์ในช่วงถัดไป
ความคิดเห็น 0