Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โทเค็นไอซ์ดันกระแสหุ้น AI สหรัฐฯ-คริปโต เชื่อมตลาดการเงินโลกเทรด 24 ชั่วโมง

ความต้องการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากนักลงทุนทั่วโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมี ‘หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์(AI)’ เป็นตัวจุดกระแสหลัก ขณะที่นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองข้ามกรอบ ‘ตลาดหุ้นในประเทศ’ และหันมาวาง ‘พอร์ตโฟลิโอระดับโลก’ มากขึ้น ซึ่งแนวโน้มนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเทคโนโลยี ‘โทเค็นไอซ์’ และการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงเริ่มเข้ามาเปลี่ยนโฉมระบบการเงินดั้งเดิม

เมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) โยฮัน แคร์บราต(Johann Kerbrat) ผู้บริหารฝ่ายคริปโตของโรบินฮูด เปิดเผยบนเวทีงาน ‘Consensus 2026’ ที่เมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา ว่า ความต้องการซื้อหุ้นสหรัฐฯ จากนักลงทุนต่างชาติ “เพิ่มขึ้นอย่างมาก” พร้อมชี้ว่า แกนกลางของกระแสนี้คือ ‘บริษัทเทคโนโลยีด้าน AI’ ที่กำลังดึงเม็ดเงินจากทั่วโลกเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าหลายประเทศยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ อยู่มาก ทั้งจากกฎเกณฑ์ภายในประเทศและโครงสร้างของสถาบันการเงินท้องถิ่น

แคร์บราตมองว่า นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของยุทธศาสตร์การลงทุน เขาระบุว่า นักลงทุนไม่ควรจำกัดมุมมองอยู่แค่สินทรัพย์ในประเทศอีกต่อไป แต่ควรขยับมาสร้าง ‘พอร์ตการลงทุนระดับโลก’ โดยใช้แพลตฟอร์มที่สามารถซื้อขายข้ามเขตเวลาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ‘คำ’ อย่างแพลตฟอร์มเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลและหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเค็น เริ่มถูกมองเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของตลาดทุนยุคดิจิทัล

เทคโนโลยีที่ถูกยกให้เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ ‘โทเค็นไอซ์(Tokenization)’ และ ‘ระบบซื้อขาย 24 ชั่วโมง’ แคร์บราตระบุว่า ตลาดการเงินในอนาคตจะมองการซื้อขายตลอดวันและการชำระราคาแบบเกือบเรียลไทม์เป็น “มาตรฐานขั้นต่ำ” ไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป ‘คำ’ สินทรัพย์ที่ถูกโทเค็นไอซ์จะสามารถยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ให้ต่างจากบริการซื้อขายหลักทรัพย์แบบเดิม ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดบัญชี การโอนย้ายสินทรัพย์ ไปจนถึงการกระจายความเสี่ยงแบบข้ามตลาด

ในประเด็นสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ แคร์บราตส่งสัญญาณ ‘ระมัดระวังแต่เริ่มมองในเชิงบวก’ โดยยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมา กฎเกณฑ์ของสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมคริปโตและโทเค็นไม่เป็นมิตรนัก ทั้งจากการบังคับใช้ที่เข้มงวดและความไม่ชัดเจนเชิงกฎหมาย แต่ล่าสุดการสื่อสารกับผู้กำหนดนโยบายเริ่ม “ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” ซึ่งหากแนวโน้มนี้เดินหน้าต่อไป จะเป็นแรงหนุนต่อทั้งตลาดคริปโตและแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลที่อิงสหรัฐฯ

‘คำ’ ความไม่แน่นอนด้านกำกับดูแล ถูกมองมาโดยตลอดว่าเป็นตัวถ่วงสำคัญของแพลตฟอร์มเทรดและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ทั้งในมิติการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การดึงสภาพคล่องจากต่างประเทศ และการรักษาความสามารถในการแข่งขันกับศูนย์กลางการเงินอื่นอย่างสิงคโปร์หรือดูไบ การผ่อนคลายเชิงนโยบายหรืออย่างน้อยการให้กรอบกติกาที่ชัดเจน จึงอาจกลายเป็นปัจจัยเร่งให้เม็ดเงินทุนไหลกลับเข้าสู่สหรัฐฯ มากขึ้น

ในฝั่งผลิตภัณฑ์ ‘โทเค็นไอซ์’ โรบินฮูดได้เริ่มรุกตลาดยุโรป ด้วยการเปิดตัว ‘หุ้นโทเค็นไอซ์’ ที่อ้างอิงมูลค่าจากสินทรัพย์พื้นฐานในรูปแบบตราสารอนุพันธ์ นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงบนบล็อกเชน โดยไม่ต้องผ่านระบบนายหน้าซื้อขายแบบเดิม แคร์บราตเปิดเผยว่า แผนถัดไปคือการขยายจากหุ้นไปสู่สินทรัพย์ทางเลือกอื่น เช่น ‘สินทรัพย์ภาคเอกชน’ และ ‘กองทุนรวมการลงทุนส่วนบุคคล’ อย่างกองทุนไพรเวตอีเควิตี

เขาย้ำว่า ‘คำ’ ความสามารถในการเข้าถึงการลงทุนในบริษัทก่อนเข้าตลาด (Pre-IPO) เป็นสิทธิ์ที่นักลงทุนทั่วไปควรได้รับ ไม่ใช่โอกาสที่ “จำกัดเฉพาะนักลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติพิเศษเท่านั้น” การนำโครงสร้างการลงทุนก่อน IPO มาผ่านกระบวนการโทเค็นไอซ์ จึงถูกมองว่าเป็นวิธีเปิดประตูให้ ‘นักลงทุนรายย่อย’ เข้าถึงดีลที่เคยปิดเฉพาะวงใน ซึ่งอาจเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันในตลาดทุนระยะยาว

ในวงเสวนาเดียวกัน ชื่อของ ‘คราเคน(Kraken)’ แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในสหรัฐฯ ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในฐานะตัวอย่างของผู้เล่นที่กำลังขยับจาก “เว็บเทรดคริปโตแบบดั้งเดิม” ไปสู่ ‘แพลตฟอร์มการเงินครบวงจร’ ปัจจุบันคราเคนให้บริการเทรดคริปโตหลักอย่าง บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) ควบคู่กับบริการอนุพันธ์ (Derivatives), สเตกกิง (Staking) และการดูแลสินทรัพย์ (Custody) สำหรับลูกค้าองค์กร

แม้ในตลาดซื้อขายคริปโตสปอต คราเคนจะมีปริมาณการซื้อขายตามหลังผู้เล่นรายใหญ่อย่าง OKX, ไบน์บิต และคอยน์เบส(COIN) แต่ในตลาดอนุพันธ์ คราเคนยังคงรักษาบทบาทสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มที่มีสภาพคล่องและโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้ แคร์บราตมองว่า ‘คำ’ ความได้เปรียบในอนาคตจะไม่ใช่การ “ก๊อปปี้บริการเดิมๆ” แต่คือการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น การปล่อยกู้โดยใช้คริปโตเป็นหลักประกัน การตั้งวงเงินสินเชื่ออัตโนมัติ และการซื้อขาย 24 ชั่วโมงที่เชื่อมโยงทั้งสินทรัพย์ดิจิทัลและสินทรัพย์ดั้งเดิม

กระแส ‘โทเค็นไอซ์’ และ ‘การซื้อขายตลอดเวลา’ สะท้อนภาพใหญ่ของการปรับโครงสร้างตลาดการเงินโลก สินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนตัวเข้าหากันมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ ‘ความต้องการหุ้นกลุ่ม AI’ จากต่างชาติพุ่งสูง และเริ่มถูกนำมาผูกกับโครงสร้างโทเค็นบนบล็อกเชน สายธารระหว่าง ‘ไฟแนนซ์ดั้งเดิม’ และ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ จึงค่อยๆ เบลอเส้นแบ่งไปทีละน้อย

ตลาดคาดว่า การผนวกกันของหุ้นสหรัฐฯ คริปโต และเทคโนโลยีโทเค็นไอซ์ จะช่วยยกระดับ ‘การเข้าถึงการลงทุน’ ของผู้ใช้ทั่วโลก เร่งการไหลเวียนของเงินทุนข้ามพรมแดน และผลักให้ ‘พอร์ตการลงทุนแบบโลกาภิวัตน์’ กลายเป็นดีฟอลต์สำหรับนักลงทุนยุคใหม่ ‘ความคิดเห็น’ อย่างไรก็ตาม หากกฎระเบียบและโครงสร้างกฎหมายไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ความเร็วของการเติบโตอาจถูกจำกัด และเสี่ยงเปิดช่องให้เกิดปัญหาด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนและเสถียรภาพตลาดในระยะยาว ซึ่งทำให้การออกแบบกรอบกำกับดูแลที่สมดุลยิ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1