ทรอน(TRX) ขยายบทบาทอย่างชัดเจนในไตรมาส 1 ปี 2026 หลังแรงหนุนจากการใช้งาน ‘สเตเบิลคอยน์’ การยอมรับจากสถาบัน และการรุกโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้เครือข่ายมีน้ำหนักมากขึ้นในตลาดคริปโต โดยรายงานของ Messari Research ระบุว่า มูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์บนทรอนเพิ่มขึ้น 4.9% จากไตรมาสก่อน สู่ 85,800 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เครือข่ายประมวลผลการโอน เทเธอร์(USDT) รวมกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสเดียว สะท้อนว่าทรอนยังรักษาจุดยืนในฐานะเครือข่ายต้นทุนต่ำสำหรับการชำระเงินได้อย่างแข็งแกร่ง
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) TokenPost อ้างรายงานของ Messari Research ว่า จุดเด่นของทรอนในไตรมาสนี้ไม่ได้อยู่แค่การเป็นบล็อกเชนเลเยอร์ 1 แต่กำลังถูกวางตำแหน่งเป็นเครือข่ายกระจาย ‘สเตเบิลคอยน์’ ระดับโลก และเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจแบบ ‘agentic’ ในอนาคต รายงานระบุว่า ปริมาณ USDT บนทรอนอยู่ที่ 84,500 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 98.6% ของตลาดสเตเบิลคอยน์ทั้งหมดบนเครือข่าย ขณะที่ USDD เพิ่มขึ้นแรง 81.5% จากไตรมาสก่อน แตะ 969.5 ล้านดอลลาร์ จากอานิสงส์ของโปรแกรมสร้างผลตอบแทนบน JustLend และความต้องการใช้งาน vault ที่ให้ผลตอบแทน ส่งผลให้ทรอนยังคงถูกมองเป็นหนึ่งในเครือข่ายหลักสำหรับการใช้สเตเบิลคอยน์ร่วมกับ อีเธอเรียม(ETH)
ตัวเลขการใช้งานจริงก็ออกมาแข็งแกร่งเช่นกัน ทรอนมีธุรกรรมเฉลี่ยต่อวัน 10.9 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 7.0% จากไตรมาสก่อน ส่วนจำนวนแอดเดรสที่ใช้งานต่อวันเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2 ล้าน เพิ่มขึ้น 13.7% ในทางกลับกัน จำนวนแอดเดรสใหม่ลดลง 20% เหลือ 177,480 แอดเดรส ภาพนี้บ่งชี้ว่ากิจกรรมบนเครือข่ายเติบโตจากผู้ใช้เดิมและการกลับมาใช้งานซ้ำ มากกว่าการไหลเข้าของผู้ใช้หน้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ถือ USDT อยู่แล้วและเลือกใช้ทรอนบ่อยขึ้นในช่วงที่ค่าธรรมเนียมลดลง
โครงสร้างค่าธรรมเนียมของทรอนยังเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ รายงานระบุว่าค่าธรรมเนียมรวมในไตรมาส 1 อยู่ที่ 610 ล้านดอลลาร์ ลดลง 7.0% จากไตรมาสก่อน แม้ยังเป็นทิศทางขาลง แต่ถือว่าชะลอตัวลงมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ลดลงถึง 38% ปัจจัยหลักยังมาจากข้อเสนอด้านธรรมาภิบาลในเดือนสิงหาคม 2025 ที่ปรับลดค่าธรรมเนียมลง 60% ผลคือ ต้นทุนธุรกรรมเฉลี่ยที่ถูกลงช่วยหนุนการใช้งาน แม้จะกดดันรายได้ของเครือข่ายในระยะสั้น แต่ก็ย้ำภาพลักษณ์ ‘เครือข่ายชำระเงินต้นทุนต่ำ’ ของทรอนได้ชัดเจนขึ้น
ด้านมูลค่าตลาดและราคาของโทเคนก็สะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุน มูลค่าตลาดหมุนเวียนของ TRX เพิ่มขึ้น 10.3% จากไตรมาสก่อน สู่ 29,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาโทเคนขยับขึ้น 10.2% มาอยู่ที่ 0.31 ดอลลาร์ หนึ่งในแรงหนุนสำคัญคือความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่คลี่คลายลง หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ หรือ SEC ยกฟ้องข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อมูลนิธิทรอนในช่วงต้นเดือนมีนาคม และคดีดังกล่าวถูกปิดอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา ทำให้ความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่กดดันทรอนมานานเริ่มหมดไป
หลังแรงกดดันด้านกฎหมายลดลง การยอมรับจากสถาบันก็เดินหน้าเร็วขึ้น ทรอนเข้าร่วมโครงการพาร์ตเนอร์คริปโตของมาสเตอร์การ์ด ช่วยเชื่อม TRX และ USDT เข้ากับเครือข่ายการชำระเงินจริง ขณะเดียวกัน แองเคอเรจ ดิจิทัล ซึ่งเป็นธนาคารคริปโตภายใต้การกำกับดูแลในสหรัฐ ก็ประกาศแผนรองรับบริการรับฝากสินทรัพย์สำหรับ TRX ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนว่า ทรอนไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายโอนสินทรัพย์บนเชนเท่านั้น แต่กำลังเชื่อมต่อเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น นอกจากนี้ การลิสต์บนแพลตฟอร์มอย่าง Bitstamp, Gemini และ BitMart US ยังช่วยเพิ่มการเข้าถึงของนักลงทุนในวงกว้าง
ในฝั่งดีไฟ ภาพรวมออกมาคละกัน มูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกทั้งหมด หรือ TVL เพิ่มขึ้น 7.1% สู่ 4,700 ล้านดอลลาร์ แต่ JustLend ซึ่งเป็นโปรโตคอลใหญ่สุดบนทรอน กลับมี TVL ลดลง 10.3% เหลือ 3,300 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับการเติบโตของโปรโตคอลหนี้มีหลักประกันที่เกี่ยวข้องกับ USDD ซึ่งดึงเม็ดเงินบางส่วนออกไป ขณะเดียวกัน ปริมาณซื้อขายบน DEX เฉลี่ยต่อวันลดลง 25.4% เหลือ 63 ล้านดอลลาร์ และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 อย่างไรก็ดี รายงานมองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของทรอน แต่สอดคล้องกับภาวะชะลอตัวของตลาดสปอตคริปโตโดยรวม
อีกจุดที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือการขยายตัวในด้าน AI โดยทรอน DAO วางบทบาทของเครือข่ายให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ ‘เศรษฐกิจแบบ agentic’ ที่เอเจนต์ AI สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้เอง Wirex เปิดตัวระบบชำระเงินแบบ agentic บนทรอน ขณะที่ AINFT เปิดตัว ‘Bank of AI’ เพื่อให้เอเจนต์ AI สามารถบริหารสินทรัพย์ผ่านโปรโตคอลดีไฟได้ นอกจากนี้ ทรอนยังเข้าร่วมบอร์ดของ Agentic AI Foundation ร่วมกับ Circle และ เจพีมอร์แกน และมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐาน Open Wallet Standard ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความพยายามของทรอนในการเข้าไปกำหนดมาตรฐานด้านกระเป๋าเงิน การชำระเงิน และการบริหารสินทรัพย์ของ AI ตั้งแต่ระยะแรก
ทรอน DAO ยังเพิ่มขนาดกองทุน AI จาก 100 ล้านดอลลาร์ เป็น 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยตั้งเป้าลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลบนเชน ตลาดข้อมูล และเครื่องมือสำหรับเอเจนต์อัตโนมัติ หากก่อนหน้านี้ทรอนถูกมองว่าเด่นเรื่องสเตเบิลคอยน์และการโอนเงินเป็นหลัก ทิศทางใหม่ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าเครือข่ายต้องการขยับไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับกิจกรรมทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น
ในเชิงเทคนิค โปรโตคอลทรอนยังเดินหน้าปรับปรุงเครือข่ายต่อเนื่อง อัปเกรด GreatVoyage-v4.8.1 รองรับ ARM64, JDK17 และการจัดแนวตาม EIP-6780 ส่วนเวอร์ชันถัดไปอย่าง v4.8.2 มีแผนเพิ่มความสามารถด้าน BLS12-381, ฟีเจอร์ที่เป็นมิตรกับเทคโนโลยีพิสูจน์ความรู้เป็นศูนย์ หรือ ZK และปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลแฮชของบล็อกเก่า ควบคู่กับการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการกระเป๋าเงินและโครงสร้างพื้นฐานอย่าง MetaMask, Zerion, WalletConnect, Blockaid และ Zero Hash ซึ่งช่วยให้ทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้งานเข้าถึงระบบนิเวศได้ง่ายขึ้น
ด้านความปลอดภัยและการกระจายศูนย์ของเครือข่ายก็มีทั้งจุดแข็งและคำถามที่ยังต้องติดตาม ปริมาณการสเตกทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 46.2 พันล้าน TRX และอัตราการสเตกแตะ 48.7% แต่โครงสร้างผู้ตรวจสอบธุรกรรมยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มซูเปอร์รีพรีเซนเททีฟ 27 ราย โดย 10 อันดับแรกถือครองคะแนนเสียงรวมกัน 57.2% แม้โครงสร้างแบบนี้จะช่วยเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย แต่ในมุมของธรรมาภิบาลก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง
โดยสรุป ทรอน(TRX) ปิดไตรมาส 1 ปี 2026 ด้วยสถานะที่แข็งแรงขึ้นทั้งในฐานะเครือข่าย ‘สเตเบิลคอยน์’ ระบบชำระเงินต้นทุนต่ำ และแพลตฟอร์มที่ต้องการขยายไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ Messari Research มองว่า จุดแข็งของทรอนอยู่ที่ค่าธรรมเนียมต่ำ สภาพคล่องสเตเบิลคอยน์สูง และความเร็วในการประมวลผล ซึ่งอาจทำให้เครือข่ายรองรับได้ทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและเอเจนต์อัตโนมัติในอนาคต ความท้าทายต่อจากนี้คือ แผนด้าน AI จะเปลี่ยนเป็นกิจกรรมบนเชนและรายได้จริงได้มากแค่ไหน และทรอนจะต่อยอดการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยสเตเบิลคอยน์ไปสู่ระบบนิเวศที่กว้างขึ้นได้หรือไม่
ความคิดเห็น: หากทรอนสามารถเปลี่ยนกระแส AI ให้กลายเป็นการใช้งานจริงบนเครือข่ายได้สำเร็จ มูลค่าของ TRX อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับบทบาทด้านการโอนเงินเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะเริ่มถูกประเมินในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลสำหรับยุค AI อย่างเต็มตัว
ความคิดเห็น 0