ซีคเอ็กซ์บีทีขยี้ปม ‘LAB’ อีกรอบ ชี้เสี่ยงถูก ‘คนวงใน’ คุมอุปทานกว่า 95%
ซีคเอ็กซ์บีที(ZachXBT) นักสืบข้อมูลออนเชนชื่อดัง ออกมาเปิดประเด็นแรงขึ้นเกี่ยวกับโปรเจกต์ ‘LAB’ ระบุโครงสร้าง ‘อุปทานโทเคน’ ยังไม่โปร่งใส แม้ราคาพุ่งแรง พร้อมชี้ว่ามี ‘โอกาสสูง’ ที่คนวงในจะควบคุมโทเคนมากกว่า 95% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด ทำให้ความเสี่ยงฝั่งนักลงทุนรายย่อยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph ซีคเอ็กซ์บีทีระบุว่า แม้ LAB จะดันมูลค่าหลังการปรับลดแบบเต็มจำนวน (FDV) ขึ้นไปแตะราว 6 พันล้านดอลลาร์ แต่ข้อมูล ‘อุปทานที่แท้จริงในตลาด’ กลับเปิดเผยน้อยผิดปกติ เขาอ้างถึงโครงสร้างการกู้ยืมแบบส่วนตัว, ดีลซื้อขายนอกตลาด (OTC), การปรับเงื่อนไขเวสต์ติ้ง และความเชื่อมโยงกับมาร์เก็ตเมกเกอร์ เป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ “คนวงในรู้สถานการณ์ ‘อุปทาน’ ดีกว่านักลงทุนทั่วไปอย่างชัดเจน”
ซีคเอ็กซ์บีทียังวิจารณ์ว่า เอกสารอย่างไวท์เปเปอร์และข้อมูลประกอบของ LAB แทบไม่ระบุรายละเอียด ‘การกระจายโทเคน’ เลย ในขณะที่แพลตฟอร์มข้อมูลอย่าง CoinGecko, RootData และ CoinMarketCap กลับแสดงตัวเลข ‘ปริมาณหมุนเวียน’ ที่ไม่ตรงกัน และฝั่งโปรเจกต์เองให้คำอธิบายที่ “ใกล้เคียงกับ ‘0’”
เขายังพาดพิงรายชื่อผู้สนับสนุนอย่าง เลมนิสแคป, โอเคเอกซ์(OKX), แอนิโมคา, GSR, เกต(Gate), คูคอยน์(KuCoin), มิรานา, แอมเบอร์ พร้อมระบุว่า ‘บางราย’ เชื่อมโยงโดยตรงกับแพลตฟอร์มที่มีการซื้อขาย LAB อีกชั้นหนึ่ง ทำให้โครงสร้าง ‘ใครถือโทเคนเท่าไหร่’ และ ‘ใครมีสิทธิ์เทขาย’ ยิ่งตรวจสอบได้ยากขึ้น
ประเด็น ‘โอนเข้า–ออกกระดานเทรด’ ก็กลายเป็นไฟลุกลาม ซีคเอ็กซ์บีทีเผยว่า ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ที่อยู่ซึ่งเขามองว่าเป็น ‘กระเป๋าคนวงใน’ ได้โอน LAB กว่า 226 ล้านโทเคนเข้าสู่ที่อยู่ฝากของกระดาน บิตเก็ต(Bitget) จากนั้นมีโทเคนราว 100 ล้าน LAB ถูกถอนออกไปอีกครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาประเมินมูลค่าชุดนี้ราว 482 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่า “มี ‘ก้อนใหญ่’ ของโทเคนกำลังเคลื่อนย้ายเงียบๆ ในขณะที่นักลงทุนทั่วไปไม่รู้เลยว่าใครถืออยู่บ้าง”
อีกด้านหนึ่ง ซีคเอ็กซ์บีทีอ้างว่า ฝั่ง LAB เริ่มทำดีล ‘กู้ยืมส่วนตัว’ และ ‘OTC’ ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2026 โดยบางส่วนถูกจัดสรรให้กับนักลงทุนภายใต้เงื่อนไขล็อก 5–9 เดือน พร้อม ‘ส่วนลด’ สูงสุดถึง 80% จากราคาในตลาด เขายังระบุว่า มีการให้โทเคนแก่ KOL ภายใต้เงื่อนไขโปรโมตแบบคล้ายบริษัทจดทะเบียน คือ ต้องโพสต์เนื้อหาจำนวนหนึ่งให้ครบตามที่กำหนดก่อน จึงจะสามารถ ‘ปลดล็อก’ โทเคนได้
ซีคเอ็กซ์บีทีมองว่า โครงสร้างเหล่านี้คือ ‘อุปทานที่ซ่อนอยู่’ ในตลาด และยิ่งราคาของ LAB ปรับตัวขึ้น ส่วนลดในดีล OTC เหล่านี้ก็ยิ่งลึกมากขึ้นไปอีก ทำให้ความเสี่ยงที่โทเคนจาก ‘ดีลลับ’ จะถูกเทขายลงตลาดสpot สูงขึ้นตามไปด้วย เขาจึงออกมาเรียกร้องให้กระดานเทรดยักษ์ใหญ่อย่าง บิตเก็ต(Bitget), ไบแนนซ์(Binance), เกต(Gate) “พิจารณาทบทวนการลิสต์โทเคน LAB หรืออย่างน้อยต้องมีมาตรการเรียกคืนกำไรจากคนวงในที่อาจใช้ข้อมูลเหนือกว่าตลาด”
ด้านราคาตลาด LAB เพิ่งพุ่งแรงกว่า 537% ภายในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเคยทะลุ 4.65 ดอลลาร์ในช่วงสั้นๆ ท่ามกลางกระแสเก็งกำไร และก่อนหน้านี้ก็มี ‘ความกังวล’ ว่าอุปทานส่วนใหญ่ถูกกุมโดยคนวงในหรือมาร์เก็ตเมกเกอร์อยู่แล้ว การเปิดโปงครั้งนี้จึงทำให้ประเด็น ‘โครงสร้างอุปทานและความโปร่งใส’ กลายเป็นตัวแปรหลัก แทนที่จะโฟกัสแค่เรื่อง ‘ราคาเบรกขึ้นแรง’
อย่างไรก็ดี ซีคเอ็กซ์บีทีเน้นย้ำว่า การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาชวนเปิดชอร์ตหรือปั่นมุมมองด้านราคา แต่ต้องการสะท้อนว่า ‘สินทรัพย์ที่มีการควบคุมอุปทานโดยคนวงในอย่างหนาแน่น’ สามารถถูกบิดเบือนราคาได้ง่ายกว่าสินทรัพย์ที่กระจายการถือครองอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด กรณีของ LAB กำลังถูกจับตามองว่า ‘ตลาดคริปโต’ จะรับมือกับโปรเจกต์ที่มีข้อสงสัยเรื่องการกระจายโทเคนอย่างไร เพราะประเด็นนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแค่การพุ่งขึ้นของกราฟราคาในระยะสั้น แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ‘ความโปร่งใสของข้อมูล, การกระจายอำนาจของอุปทาน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้ตลาดในระยะยาว
ความคิดเห็น 0