บิตโก(BitGo) เปิดตัวอินฟราดิจิทัลสินทรัพย์สำหรับธนาคาร ส่งสัญญาณศึก ‘คัสโตดี’ เดือดขึ้น
บิตโก(BitGo) เปิดตัวแพลตฟอร์มอินฟราดิจิทัลสินทรัพย์แบบโมดูลาร์สำหรับธนาคาร เน้นบริการ ‘คัสโตดี’ การซื้อขาย การชำระราคา สเตกกิง และสเตเบิลคอยน์แบบครบชุดในที่เดียว ชูจุดขายช่วยลดอุปสรรคการเข้าสู่ตลาดคริปโตของสถาบันการเงิน และเร่งการแข่งขันด้าน ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
บิตโกระบุเมื่อไม่นานนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวถูกออกแบบให้ธนาคารสามารถเลือกใช้ฟังก์ชันแต่ละส่วนได้อย่างยืดหยุ่น โดยปัจจุบัน ‘เอเรบบอร์ธนาคาร’, ‘บันโก เด เครดิโต เดล เปรู’, ‘ทาวเวอร์แบงก์’ และ ‘อินเวสติไฟ’ ได้นำไปใช้งานแล้ว สถาบันสามารถคงระบบ ‘กำกับดูแล-คอมพลายแอนซ์’ โครงสร้างบอร์ด และการบริการลูกค้าเดิมไว้ พร้อมทยอยนำบริการดิจิทัลสินทรัพย์ที่ต้องการเข้ามาใช้งานทีละขั้น
แพลตฟอร์มใหม่ของบิตโกยังบรรจุเครื่องมือ ‘คริปโต-แอส-อะ-เซอร์วิส’ เพื่อให้ธนาคารให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล กระเป๋าเงิน และการซื้อขายภายใต้ ‘แบรนด์ของตัวเอง’ ได้โดยไม่ต้องปรับโครงสร้างปฏิบัติการภายในครั้งใหญ่ แนวทางนี้เปิดทางให้ธนาคารขยายบริการสินทรัพย์ดิจิทัลได้รวดเร็วขึ้น ตอบโจทย์สถาบันการเงินที่กำลังสำรวจการชำระเงินด้วย ‘สเตเบิลคอยน์’ และการสร้างเครือข่ายจ่ายเงินแบบออนเชน
รายงานวิเคราะห์ของ ‘สำนักวิจัยรัฐสภาสหรัฐ(CRS)’ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า มูลค่าของคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ ‘ความต้องการใช้บริการธนาคารจากภาคคริปโต’ และ ‘ความสนใจโอกาสธุรกิจใหม่จากฝั่งธนาคาร’ เพิ่มขึ้นพร้อมกัน ‘ความคิดเห็น’ แนวโน้มนี้ทำให้การแย่งชิงบทบาทโครงสร้างพื้นฐานระหว่างสตาร์ทอัพคริปโตและสถาบันการเงินดั้งเดิมมีแนวโน้มทวีความเข้มข้น
ความเคลื่อนไหวล่าสุดไม่ได้มีแค่บิตโกเท่านั้น ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง ริปเปิล(XRP), ไฟเออร์บล็อกส์(Fireblocks), แองคอเรจดิจิทัล(Anchorage Digital) ต่างเร่งขยาย ‘อินฟรา’ สำหรับสเตเบิลคอยน์ สินทรัพย์โทเคนไนซ์ และบริการคัสโตดีสินทรัพย์ดิจิทัลเช่นกัน สะท้อนภาพการแข่งขันที่ขยับจาก ‘หน้าบ้าน’ อย่างเว็บเทรด ไปสู่ ‘หลังบ้าน’ ที่เป็นระบบเชื่อมต่อกับโลกการเงินดั้งเดิม
บิตโกก่อตั้งเมื่อปี 2013 มีสำนักงานใหญ่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ทำธุรกิจหลักด้าน ‘คัสโตดีสินทรัพย์ดิจิทัล’ ให้กับธนาคาร แพลตฟอร์มซื้อขาย และนักลงทุนสถาบัน ครอบคลุมบริการรับฝาก การซื้อขาย สเตกกิง และการชำระราคา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วบริษัทเปิดเผยว่า รายได้ไตรมาส 1 อยู่ที่ 3.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 1.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในฝั่งผลประกอบการสุทธิ บริษัทยังขาดทุนอยู่ราว 60.7 ล้านดอลลาร์ จาก ‘ผลขาดทุนด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินบิตคอยน์(BTC)’ บนงบดุล
ด้านภาพรวมอุตสาหกรรม บริษัทคริปโตจำนวนมากเดินหน้ารุกตลาด ‘ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธนาคารและสถาบัน’ ชัดเจนขึ้น กลุ่มบริษัทแม่ของคราเคน(Kraken) อย่าง ‘พาวเวอร์ด’ ได้ยื่นขอใบอนุญาตบริษัททรัสต์แห่งชาติจาก ‘สำนักงานตรวจสอบสกุลเงินสหรัฐ(OCC)’ และในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็เพิ่งได้รับสิทธิ์เข้าถึงระบบชำระเงิน ‘เฟดไวร์ (Fedwire)’ ของธนาคารกลางสหรัฐ
‘ความคิดเห็น’ การที่ผู้เล่นคริปโตสามารถเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายหลักของระบบการเงินดั้งเดิมได้โดยตรง หมายถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมกำลังขยับจากการแย่งปริมาณเทรดบนกระดานซื้อขาย ไปสู่การแย่งชิงตำแหน่งผู้ให้บริการ ‘โครงสร้างพื้นฐานพื้นฐาน’ ที่รองรับทั้งภาคดิจิทัลและภาคการเงินดั้งเดิม ซึ่งอาจกลายเป็นสมรภูมิหลักของธุรกิจคริปโตในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0