ตลาด ‘อัลต์คอยน์’ กำลังเข้าสู่ช่วงคัดแยกชัดเจนมากขึ้น หลังเงินทุนไหลไปรวมที่ บิตคอยน์(BTC) จนทำให้เหรียญทางเลือกหลายตัวทำจุดต่ำสุดใหม่ ขณะเดียวกันความกังวลเรื่องการถูกถอดออกจากกระดานซื้อขายก็เริ่มแพร่กระจายในหมู่นักลงทุน อย่างไรก็ดี งานวิจัยชี้ว่า ปัจจัยที่ตัดสินความเสี่ยงการเพิกถอนจริงไม่ใช่แค่ราคาที่ร่วงแรง แต่คือ ‘ความยั่งยืนของโครงการ’ และความโปร่งใสของข้อมูล
เมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานวิจัยของ คอยน์ฟีด(CoinFeed) ระบุว่า ภาวะตลาดคริปโตในเวลานี้ยังถูกขับเคลื่อนโดยการกระจุกตัวของสภาพคล่องใน บิตคอยน์(BTC) เป็นหลัก ส่งผลให้เหรียญอัลต์จำนวนมากเผชิญแรงกดดันทั้งด้านราคาและปริมาณซื้อขาย โดย ‘อัลต์คอยน์’ หมายถึงสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นทั้งหมดนอกเหนือจาก บิตคอยน์(BTC) ตั้งแต่ อีเธอเรียม(ETH), ริปเปิล(XRP), คาร์ดาโน(ADA), สเตลลาร์(XLM) ไปจนถึงโทเคนที่เพิ่งออกใหม่ นักลงทุนจึงมักใช้การเปรียบเทียบระหว่าง บิตคอยน์(BTC) กับ อัลต์คอยน์ เพื่อดูทิศทางเม็ดเงินและระดับการยอมรับความเสี่ยงของตลาด
ประเด็นสำคัญในรอบนี้คือ ‘บิตคอยน์โดมิแนนซ์’ หรือสัดส่วนมูลค่าตลาดของ บิตคอยน์(BTC) เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดคริปโตทั้งหมด คอยน์ฟีด(CoinFeed) ประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวขึ้นไปอยู่ที่ 56.33% แล้ว นั่นหมายความว่า จากมูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมราว 2.2745 ล้านล้านดอลลาร์ บิตคอยน์(BTC) เพียงเหรียญเดียวกินสัดส่วนประมาณ 1.2814 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าเงินทุนมากกว่าครึ่งของตลาดยังเกาะอยู่กับสินทรัพย์หลัก ทำให้สภาพคล่องที่ไหลไปหาอัลต์คอยน์บางลงอย่างเห็นได้ชัด
ในเชิงจิตวิทยาตลาด การที่ บิตคอยน์โดมิแนนซ์ สูงขึ้นมักเป็นสัญญาณว่านักลงทุนกำลังลดความเสี่ยง และเลือกพักเงินไว้ใน บิตคอยน์(BTC) มากกว่าสินทรัพย์ที่ผันผวนกว่า ผลที่ตามมาคือฝั่งอัลต์คอยน์จะขาดแรงซื้อรองรับ โดยเฉพาะเหรียญขนาดกลางและเล็กที่อาจเจอทั้งปัญหาการซื้อขายซบเซาและแรงขายกดดันพร้อมกัน
อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ยังไม่สนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดอัลต์คือ ‘ดัชนีอัลต์คอยน์ซีซัน’ ซึ่งรายงานระบุว่าในเดือนกรกฎาคม ดัชนีดังกล่าวยังเคลื่อนไหวแถวระดับ 30 เท่านั้น โดยทั่วไป หากดัชนีสูงกว่า 75 มักถูกตีความว่าเข้าสู่ช่วงอัลต์ซีซัน ขณะที่ระดับต่ำกว่า 25 จะสะท้อนภาวะบิตคอยน์ซีซัน ค่าปัจจุบันจึงบอกได้ว่าตลาดยังไม่หลุดจากภาพนำโดย บิตคอยน์(BTC) แม้จะมีบางเหรียญดีดตัวแรงในระยะสั้น แต่ก็ยังเป็นเพียงการหมุนเงินแบบเลือกซื้อเฉพาะตัว มากกว่าจะเป็นการขึ้นทั้งกระดานของ ‘อัลต์คอยน์’
จุดที่ทำให้นักลงทุนกังวลมากที่สุดคือความเสี่ยงถูกเพิกถอนออกจากกระดานซื้อขาย รายงานระบุว่า ในบรรดาอัลต์คอยน์หลัก 10 ตัว มีถึง 4 ตัวที่ทำสถิติต่ำสุดใหม่ตลอดกาล ขณะเดียวกันโทเคนใหม่ยังคงทยอยเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง แต่เงินทุนที่พร้อมดูดซับกลับไม่เพียงพอ เมื่อตลาดเลือกไม่ทั่วถึง เหรียญที่อุปสงค์อ่อนแอกว่าจึงมีโอกาสถูกเทขายหนัก และนำไปสู่ความกังวลว่าท้ายที่สุดอาจถูกถอดจากตลาดซื้อขาย
อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนเหรียญของแพลตฟอร์มซื้อขายไม่ได้อิงกับราคาที่ตกลงเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไป กระดานซื้อขายในเกาหลีใต้จะเริ่มจากการประกาศให้เป็นสินทรัพย์ ‘ต้องเฝ้าระวัง’ ก่อน ซึ่งอาจตามมาด้วยมาตรการอย่างการระงับฝากเหรียญหรือจำกัดการซื้อขาย หากโครงการยังไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้ จึงค่อยพิจารณาเพิกถอนในขั้นถัดไป นั่นหมายความว่าเหรียญราคาถูกหรือร่วงหนักไม่ได้แปลว่าจะถูกถอดออกทันที
เกณฑ์ที่แพลตฟอร์มใช้ตรวจสอบจริงกลับอยู่ที่คุณภาพของโครงการมากกว่า ทั้งความสอดคล้องระหว่างจำนวนโทเคนที่ประกาศไว้กับปริมาณหมุนเวียนจริง การเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจที่มากเกินไป การคงอยู่ของกรณีใช้งานจริงและบทบาทของโทเคนในระบบนิเวศ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะสร้างความเสียหายต่อผู้ลงทุน มุมมองในตลาดจึงเริ่มชัดขึ้นว่า เหรียญที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงเหรียญที่ ‘ราคาถูก’ แต่คือเหรียญที่ ‘โครงการหยุดเดิน’
สำหรับผู้ลงทุนใน ‘อัลต์คอยน์’ รายงานแนะนำให้ตรวจสอบอย่างน้อย 3 จุดก่อนมองเรื่องราคาว่าถูกหรือแพง หนึ่ง ควรติดตามประกาศจากแพลตฟอร์มซื้อขายว่ามีประวัติถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังหรือไม่ สอง หากปริมาณซื้อขายรายวันต่ำผิดปกติ ต้องระวังความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เพราะอาจขายออกได้ยากในช่วงตลาดผันผวน สาม ควรเช็กความคืบหน้าการพัฒนาโครงการและการอัปเดตผ่านช่องทางทางการ หากเงียบหายไปหลายเดือน ช่องว่างของข้อมูลอาจเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นตลาด คอยน์ฟีด(CoinFeed) ยังระบุว่า ดัชนีความกลัวและความโลภอยู่ที่ระดับ 23 ซึ่งเข้าสู่โซน ‘ความกลัวขั้นรุนแรง’ แล้ว ภาพนี้สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังระมัดระวังอย่างมาก แม้ในอีกมุมหนึ่ง ระดับดังกล่าวเคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดของตลาดในอดีตอยู่บ่อยครั้ง จึงมีบางฝ่ายมองว่าความ pessimism ที่มากเกินไปอาจกลายเป็นฐานของการรีบาวด์ได้ในภายหลัง แต่ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอจะยืนยันว่าการกลับตัวได้เริ่มขึ้นจริงแล้ว
จากนี้ ทิศทางของ บิตคอยน์โดมิแนนซ์ จะยังเป็นตัวแปรหลัก หากสัดส่วนดังกล่าวเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และดัชนีอัลต์คอยน์ซีซันฟื้นกลับเหนือระดับ 50 ตลาดอาจเริ่มตีความว่าไม่ใช่แค่การเก็งกำไรเฉพาะรายตัว แต่เป็นสัญญาณฟื้นของ ‘อัลต์คอยน์’ ในวงกว้าง ตรงกันข้าม หากเม็ดเงินยังคงไหลเข้าหา บิตคอยน์(BTC) ต่อ เหรียญขนาดเล็กที่ไม่มีการใช้งานรองรับชัดเจนก็อาจเผชิญแรงขายต่อเนื่อง
“ความคิดเห็น” ภาพรวมตอนนี้จึงไม่ใช่ภาวะที่อัลต์คอยน์ทุกตัวจะอ่อนแอเท่ากัน แต่เป็นช่วงที่ตลาดกำลังแยกระหว่างโครงการที่ยังมีโอกาสอยู่รอดกับโครงการที่พื้นฐานเริ่มเปราะบาง งานวิจัยของ คอยน์ฟีด(CoinFeed) มองว่า แม้ระยะสั้นตลาด ‘อัลต์คอยน์’ ยังมีความเสี่ยงอ่อนตัวต่อ แต่หาก บิตคอยน์โดมิแนนซ์ ลดลงและปัจจัยเชิงบวกจากฝั่งกฎระเบียบเริ่มชัดขึ้น ก็ยังมีโอกาสเห็นบรรยากาศลงทุนกลับมาดีขึ้นได้ สุดท้ายแล้ว สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การรีบซื้อเพราะเห็นว่าราคาลงลึก แต่คือการเช็กให้แน่ใจก่อนว่า ‘อัลต์คอยน์’ ที่ถืออยู่ยังผ่านเกณฑ์พื้นฐานด้านประกาศจากกระดานซื้อขาย ปริมาณซื้อขาย และการเดินหน้าของโครงการจริงหรือไม่
ความคิดเห็น 0