จูปิเตอร์(JUP) พุ่งขึ้นกว่า 12% ในรอบ 24 ชั่วโมง ดันยอดซื้อคืนโทเคนสะสมเดือนกันยายนแตะ 1,013,000 JUP ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 109% ทะลุ 80 ล้านดอลลาร์
เว็บไซต์ AMBCrypto รายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่าราคา JUP ปรับตัวขึ้นกว่า 15% ในรอบสัปดาห์ พร้อมระบุว่าปัจจัยเบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคาครั้งนี้มาจากการซื้อคืนโทเคนผ่านกองทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ของจูปิเตอร์ ข้อถกเถียงเรื่องค่าธรรมเนียมในระบบนิเวศโซลานา(SOL) และปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
ยอดที่เพิ่มเข้ากองทุน Jupiter Litterbox Trust ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ 143,572 JUP ส่งผลให้ยอดซื้อคืนสะสมเดือนกันยายนอยู่ที่ 1,013,000 JUP และยอดสะสมรวมทั้งหมดขยับขึ้นเป็น 165,637,000 JUP
การซื้อคืนโทเคน (Buyback) คือกลไกที่โปรเจกต์หรือกองทุนสำรองที่เกี่ยวข้องเข้าซื้อโทเคนของตัวเองในตลาด ซึ่งอาจตีความได้ว่าเป็นเครื่องมือลดปริมาณโทเคนหมุนเวียนเพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านอุปทาน แต่การซื้อคืนเพียงอย่างเดียวไม่ได้การันตีว่าราคาจะปรับตัวขึ้นเสมอไป
นอกจากนี้ กระแสราคาครั้งนี้ยังเกิดขึ้นพร้อมกับข้อถกเถียงในระบบนิเวศโซลานา หลังจาก อนาโทลี ยาโคเวนโก(Anatoly Yakovenko) ผู้ร่วมก่อตั้งโซลานา ออกมาวิจารณ์โครงสร้างค่าธรรมเนียมของเชนโรบินฮู้ด(HOOD) อย่างเปิดเผย
AMBCrypto รายงานว่ายาโคเวนโกชี้ว่าสัดส่วนค่าธรรมเนียมบนเชนอาร์บิทรัมวัน(Arbitrum One) ของโรบินฮู้ดสูงกว่าค่าธรรมเนียมบนโซลานาถึงกว่า 4 เท่า ประเด็นนี้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ความสนใจในกิจกรรมเครือข่ายและโทเคนที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศโซลานาโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น
ข้อมูลจากดีไฟลามา(DefiLlama) ที่จัดอันดับค่าธรรมเนียมของเชนหลัก ระบุว่าโซลานาติดอันดับ 5 อันดับแรก แม้จะมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมต่อรายการที่ต่ำ ซึ่งสะท้อนว่าแม้ค่าธรรมเนียมต่อรายการจะต่ำ แต่หากกิจกรรมการทำธุรกรรมมีมาก ค่าธรรมเนียมรวมทั้งหมดก็สามารถขยายตัวได้
นี่คือเหตุผลที่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์และผู้ให้บริการรวมสภาพคล่อง (Aggregator) บนเครือข่ายโซลานาถูกพูดถึงไปด้วย โดยจูปิเตอร์ทำหน้าที่เป็น Aggregator ที่ช่วยให้ผู้ใช้เปรียบเทียบเส้นทางสภาพคล่องหลายแหล่งก่อนแลกเปลี่ยนโทเคน จึงมีความอ่อนไหวต่อปริมาณธุรกรรมและสภาพแวดล้อมค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายเป็นพิเศษ
ข้อมูลย้อนหลัง 90 วันล่าสุดจากโทเคนเทอร์มินัล(Token Terminal) ระบุว่าจูปิเตอร์ครองส่วนแบ่งตลาด Aggregator บนตลาดแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ที่ 10% ขึ้นแท่นอันดับ 3 ขณะที่ค่าธรรมเนียมสะสมของจูปิเตอร์ในช่วงเดียวกันอยู่ที่ 487,200 ดอลลาร์ ส่วนคาวโปรโตคอล(CoW Protocol) อยู่ที่ 3.1 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ามูลค่าเงินฝากรวม (TVL) ของ Jupiter Lend อยู่ที่ 958.43 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนั้นก็มีการเปรียบเทียบแนวโน้มการรักษาเงินฝากใน DeFi ของโซลานากับโครงสร้างรายได้ของระบบนิเวศจูปิเตอร์เช่นกัน
ในช่วงที่ผ่านมาจูปิเตอร์ยังขยายขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดย TokenPost รายงานว่าโปรเจกต์ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Universal Deposit ที่รองรับการฝากโทเคนจากหลายเครือข่ายเข้าสู่กระเป๋าโซลานาในรูปแบบยูเอสดีคอยน์(USDC)
ในด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิค ระดับ 0.25 ดอลลาร์ถูกจับตามองว่าเป็นแนวต้านระยะสั้น AMBCrypto ระบุว่า JUP กำลังพยายามทะลุกรอบขาขึ้นที่ก่อตัวมาตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม พร้อมเปิดเผยข้อมูล ณ เวลารายงานว่ามีปริมาณซื้อสุทธิ 1.81 ล้าน JUP และดัชนี Stochastic RSI อยู่ที่ 73
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์เดียวกันระบุว่าหากราคาถูกแรงขายกดดันจนหลุดแนวต้านของกรอบราคาดังกล่าว ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับลงไปยังโซนอุปสงค์ที่ 0.23 ดอลลาร์ หรือ 0.21 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่า JUP จะทะลุแนวต้าน 0.25 ดอลลาร์ได้สำเร็จ แต่สะท้อนเพียงโซนราคาที่แรงซื้อและแรงขายกำลังต่อสู้กันอยู่
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ว่าการดีดตัวของราคา JUP ครั้งนี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่รายได้จริงของโปรโตคอลและความต่อเนื่องของโครงการซื้อคืนโทเคนได้หรือไม่ ยอดซื้อคืนสะสมเดือนกันยายนที่ 1,013,000 JUP และปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงที่ทะลุ 80 ล้านดอลลาร์ เป็นตัวเลขที่ได้รับการยืนยันแล้ว แต่ทิศทางจากนี้ยังต้องติดตามกิจกรรมในระบบนิเวศโซลานาและความต่อเนื่องของปริมาณการซื้อขายควบคู่กันไป
ความคิดเห็น 0