คาร์ดาโน(Cardan0) เดินหน้าครั้งสำคัญด้วยการเปิดใช้งาน ‘van Rossem’ ฮาร์ดฟอร์ก ยกระดับเมนเน็ตเป็นเวอร์ชัน 11 จุดเปลี่ยนนี้ถูกมองว่าเป็นหมุดหมายใหม่ของเครือข่าย ‘เอ이다(ADA)’ ทั้งในด้านความสามารถในการรองรับธุรกรรมจำนวนมาก และการเตรียมความพร้อมสู่ยุคอัปเกรดขนาดใหญ่ ‘โอโรโบรอส เลย์ออส(Ouroboros Leios)’ ที่จะเข้ามายกระดับ ‘การขยายตัวของเครือข่าย’ อย่างจริงจัง
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชน คาร์ดาโนสแกน(Cardanoscan) ระบุว่า เครือข่ายคาร์ดาโนได้เปลี่ยนผ่านจากโปรโตคอลเวอร์ชัน 10 ในเอพ็อก(epoch) 643 ไปสู่เวอร์ชัน 11 ในเอพ็อก 644 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการอัปเกรดเชิงโครงสร้างที่ส่งผลโดยตรงต่อระบบสัญญาอัจฉริยะและต้นทุนการใช้งานบนเครือข่ายเอ이다(ADA)
อินพุตเอาต์พุต(Input Output) บริษัทพัฒนาหลักของคาร์ดาโน ระบุในรายงานพัฒนาประจำสัปดาห์ว่า การอัปเกรด van Rossem ครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งการปรับปรุง ‘Plutus’ และการอัปเกรดโมเดลค่าใช้จ่ายของ Plutus เพื่อให้การรันสมาร์ตคอนแทรกต์มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำลง นอกจากนี้ยังวางรากฐานให้กับฮาร์ดฟอร์กถัดไปใน ‘ยุค Dijkstra era’ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ‘โอโรโบรอส เลย์ออส’ จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการบนคาร์ดาโน
‘โอโรโบรอส เลย์ออส’ เป็นข้อเสนอการขยายขนาดเครือข่าย บนโครงสร้างฉันทามติแบบ ‘พิสูจน์การถือครองหุ้น(PoS)’ ที่คาร์ดาโนใช้ในปัจจุบัน เป้าหมายหลักคือเพิ่มจำนวนธุรกรรมต่อวินาที(TPS) อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ลดทอนระดับความปลอดภัยของเครือข่าย ‘ความคิดเห็น’ นักพัฒนาและผู้ติดตามโปรเจ็กต์คาดหวังว่าโมเดลนี้จะช่วยให้คาร์ดาโนแข่งขันด้านสเกลลิงกับเชนรายใหญ่อื่นได้จริง ขณะที่กำหนดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบยังถูกประเมินไว้ราวช่วงปลายปี 2026
สิ่งที่ทำให้ van Rossem ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือการเป็นฮาร์ดฟอร์ก ‘ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบกำกับดูแลของเครือข่าย’ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์คาร์ดาโน ต่างจากการอัปเกรดก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการภายใต้การประสานงานหลักของอินพุตเอาต์พุต ในรอบนี้ โครงสร้าง ‘การกำกับดูแลบนเชน’ ของคาร์ดาโนเข้ามามีบทบาทนำอย่างชัดเจน สะท้อนทิศทางสู่ความเป็นเครือข่ายที่กระจายอำนาจและบริหารจัดการด้วยชุมชนมากขึ้น
ในมุมของตลาด การอัปเดต van Rossem ไม่ได้ถูกมองเป็นตัวเร่งราคาทันทีของเอ이다(ADA) เท่ากับการเป็นสัญญาณว่าคาร์ดาโนกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของ ‘การขยายศักยภาพและเสถียรภาพระยะยาว’ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับการที่เครือข่ายเริ่มเตรียมตัวรองรับโอโรโบรอส เลย์ออส และยุค Dijkstra era เพราะหมายถึงทั้งสมรรถนะด้านเทคนิคที่ดีขึ้น และการยกระดับ ‘ความเป็นอิสระในการดำเนินงาน’ ของโปรโตคอลโดยรวม
เมื่อโครงสร้างใหม่ของเอ이다(ADA) ถูกวางลงอย่างต่อเนื่อง ความน่าเชื่อถือทางเทคนิคของคาร์ดาโน รวมถึงความคาดหวังต่อการเติบโตของระบบนิเวศ จะถูกทดสอบไปพร้อมกัน ‘ความคิดเห็น’ หากเครือข่ายพิสูจน์ได้ว่าระบบกำกับดูแลแบบใหม่ทำงานได้จริง ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและ TPS ก็มีโอกาสที่คาร์ดาโนจะถูกประเมินมูลค่าใหม่ในฐานะเชนที่พร้อมรองรับการใช้งานในระดับแมส มากกว่าจะเป็นเพียงแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะทางเลือกเหมือนที่ผ่านมา
ความคิดเห็น 0