บริษัท Girin Labs เปิดให้ลงทะเบียนรอคิวสำหรับ 'Girin Card' บัตรชำระเงินแบบเก็บกุญแจเองบนเครือข่ายเอ็กซ์อาร์พีเลดเจอร์ (XRP Ledger, XRPL) แล้ว ขณะที่การจดทะเบียนของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการทางการเงิน (Money Services Business, MSB) กับหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินของสหรัฐฯ (Financial Crimes Enforcement Network, FinCEN) ไม่ได้หมายความว่าบริษัทได้รับใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานดังกล่าวแต่อย่างใด
Girin Labs ระบุผ่านบล็อกทางการเมื่อวันที่ 26 มีนาคมว่า Girin Card คือ 'บัตรเก็บกุญแจเองที่สร้างขึ้นบน XRPL โดยเฉพาะ' ผู้ใช้สามารถนำริปเปิล(XRP) และ RLUSD ไปใช้ชำระเงินได้ที่ร้านค้ากว่า 130 ล้านแห่งใน 150 ประเทศทั่วโลก
บัตรมีทั้งรูปแบบบัตรเสมือน (virtual card) และบัตรจริงที่ออกร่วมกับเครือข่ายวีซ่า(Visa) รองรับการใช้งานผ่าน Apple Pay และ Google Pay พร้อมข้อเสนอเงินคืนสูงสุด 5%
จุดที่บริษัทเน้นย้ำคือการแยกส่วนระหว่างการเก็บรักษาสินทรัพย์กับการชำระเงิน โดยบริษัทระบุว่าสินทรัพย์ของผู้ใช้จะยังคงอยู่ในกระเป๋าเงินแบบเก็บกุญแจเอง (self-custody wallet) จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนชำระเงิน และ Girin Wallet จะไม่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์แทนผู้ใช้
เมื่อเกิดการซื้อสินค้า ริปเปิลหรือ RLUSD จะถูกแปลงเป็นเงินตราสกุลหลักในจังหวะที่ทำรายการ ร้านค้าจะได้รับเงินตราสกุลหลักเช่นเดียวกับการทำธุรกรรมผ่านบัตรวีซ่าทั่วไป
โดยทั่วไปบัตรชำระเงินคริปโตส่วนใหญ่ต้องผ่านบัญชีบนกระดานเทรดหรือบริการรับฝากสินทรัพย์แบบรวมศูนย์ก่อนแปลงสินทรัพย์เป็นเครื่องมือชำระเงิน แต่ Girin Card ออกแบบให้สิทธิ์ในการเก็บรักษาสินทรัพย์ยังอยู่ที่ผู้ใช้ และให้การแปลงสินทรัพย์เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาที่ชำระเงินเท่านั้น
การเก็บกุญแจเอง (self-custody) คือรูปแบบที่ผู้ใช้ไม่ฝากสินทรัพย์ไว้กับผู้ดูแล แต่ต้องรับผิดชอบดูแลกุญแจส่วนตัวด้วยตนเอง ทั้งนี้ TokenPost เคยรายงานว่าการถกเถียงเรื่องความปลอดภัยของการเก็บกุญแจเองแบบเต็มรูปแบบกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งหลังเกิดเหตุการณ์กระเป๋าเงินเย็นถูกโจมตี
ในทางกฎกติกา คำว่า 'การจดทะเบียน' กับ 'การได้รับอนุญาต' เป็นคนละเรื่องกัน FinCEN ระบุว่าผู้ให้บริการทางการเงิน (MSB) ต้องจดทะเบียนกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ภายใน 180 วันหลังเริ่มดำเนินธุรกิจ และต้องต่ออายุทุก 2 ปี
หน้าค้นหาข้อมูลการจดทะเบียน MSB ของ FinCEN แสดงข้อมูลที่ผู้จดทะเบียนกรอกด้วยตนเอง โดย FinCEN ระบุชัดเจนว่าหน่วยงานไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวหรือออกใบอนุญาตให้ผู้จดทะเบียนแต่อย่างใด การปรากฏชื่อในรายชื่อจึงไม่ได้หมายถึงการรับรองความถูกต้องตามกฎหมายหรือการค้ำประกันใดๆ
ด้วยเหตุนี้ การกล่าวว่า Girin Card 'ได้รับการอนุมัติจาก FinCEN' หรือ 'ได้ใบอนุญาต MSB' จึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะการจดทะเบียน MSB เป็นเพียงขั้นตอนที่บังคับใช้กับผู้ประกอบธุรกิจให้บริการทางการเงินทุกราย ไม่ใช่ระบบที่อนุมัติผลิตภัณฑ์ทางการเงินรายตัวหรือรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์
Girin Labs เองก็ระบุในคำอธิบายผลิตภัณฑ์ว่าบริษัทเป็น 'แพลตฟอร์มเทคโนโลยี' ไม่ใช่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรง และระบุว่าบริการบางส่วนอาจให้บริการผ่านพันธมิตรที่ถือใบอนุญาตในแต่ละเขตอำนาจศาล ขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการ
นั่นหมายความว่าสถานะทางกฎหมายและขอบเขตการให้บริการของบัตรใบนี้ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัวด้วยการจดทะเบียนเพียงครั้งเดียว เงื่อนไขการให้บริการจริงอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่เปิดให้บริการและขอบเขตใบอนุญาตของพันธมิตรแต่ละราย
ปัจจุบันบริการยังอยู่ในขั้นตอนรอคิว ยังไม่เปิดให้ใช้งานทั่วไป ผู้ใช้สามารถลงทะเบียนสมัครผ่านแอป Girin Wallet ได้โดยตรง แต่บริษัทยังไม่ระบุกำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
Girin Labs แจ้งผ่านบล็อกภาษาเกาหลีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนว่าจะรองรับ Samsung Pay ในอนาคต อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการรองรับ Samsung Pay เริ่มใช้งานจริงแล้วหรือไม่
หน้าค้นหาข้อมูลการจดทะเบียน MSB ของ FinCEN มีการอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม แต่ยังไม่สามารถระบุหมายเลขทะเบียนเฉพาะ นิติบุคคลผู้จดทะเบียน หรือเอกสารต้นฉบับของ Girin Labs ได้จากการค้นหาแบบสาธารณะ ส่วนความเป็นไปได้ในการใช้งานในประเทศเกาหลีใต้ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องพื้นที่เปิดให้บริการ พันธมิตรด้านการชำระเงิน และขอบเขตการรองรับการชำระเงินในประเทศ ก่อนจะสามารถสรุปได้
ความคิดเห็น 0