สัญญาบริการส่งของด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติระหว่างอูเบอร์(UBER) และเซิร์ฟโรโบติกส์(SERV) จะมีผลถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2027 และหลังจากนั้นจะ ‘ต่ออายุอัตโนมัติ’ ครั้งละ 1 ปี หากไม่มีฝ่ายใดแจ้งยกเลิกล่วงหน้า ขณะที่ทั้งสองบริษัทยังคงขยายพันธมิตรและธุรกิจของตัวเองควบคู่ไปกับความร่วมมือนี้
สื่อ Crypto Briefing รายงานว่าความร่วมมือด้านการจัดส่งระหว่างสองบริษัทอาจสิ้นสุดลง โดยอ้างอิงเอกสารที่เซิร์ฟโรโบติกส์ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ซึ่งระบุว่าสัญญากรอบหลัก (Master Framework Agreement) กับอูเบอร์จะต่ออายุอัตโนมัติครั้งละ 1 ปี หากไม่มีการแจ้งยกเลิกก่อนสัญญาหมดอายุ
อย่างไรก็ตาม เอกสารทางการที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่มีส่วนใดยืนยันว่าสัญญาจะถูกยกเลิกจริง ประเด็นสำคัญในตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่องการ ‘เลิกรา’ ระหว่างสองบริษัท แต่อยู่ที่ว่าสัญญาจะได้รับการต่ออายุหรือไม่ และเงื่อนไขการดำเนินงานจะเปลี่ยนไปอย่างไรก่อนถึงวันหมดอายุ
รายงาน 10-Q ประจำไตรมาส 1 ปี 2026 ของเซิร์ฟโรโบติกส์ระบุว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม บริษัทยังคงเชื่อมต่อระบบกับแพลตฟอร์มจัดส่งรายใหญ่ ทั้งอูเบอร์อีทส์ (Uber Eats) และดอร์แดช (DoorDash) โดยการจัดสรรหุ่นยนต์ การรับออเดอร์ และการบริหารจัดการปฏิบัติการเชื่อมโยงกับแต่ละแพลตฟอร์มโดยตรง
รายงาน 10-Q เป็นเอกสารที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐต้องยื่นเพื่อเปิดเผยผลประกอบการและฐานะการเงินรายไตรมาส เนื้อหาในฉบับนี้ครอบคลุมสถานะการดำเนินงานถึงสิ้นเดือนมีนาคมเท่านั้น จึงยังไม่สะท้อนความเคลื่อนไหวของการเจรจาสัญญาหรือการเปลี่ยนแปลงด้านการเชื่อมต่อระบบที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนั้น
ความร่วมมือระหว่างสองบริษัทเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2021 เมื่อเซิร์ฟโรโบติกส์แยกตัวออกจากอูเบอร์ หลังอูเบอร์เข้าซื้อกิจการโพสต์เมทส์ (Postmates) และโอนทรัพย์สินทางปัญญาบางส่วนให้เซิร์ฟโรโบติกส์นำไปต่อยอดเป็นธุรกิจอิสระ นับแต่นั้นอูเบอร์อีทส์ก็เป็นช่องทางจัดส่งเชิงพาณิชย์หลักของเซิร์ฟโรโบติกส์เรื่อยมา
เซิร์ฟโรโบติกส์ระบุในเอกสารแนะนำบริษัทว่า ในปี 2023 บริษัทได้เซ็นสัญญากับอูเบอร์อีทส์เพื่อจัดหาหุ่นยนต์ส่งของสูงสุดถึง 2,000 คัน ขณะที่อูเบอร์เปิดเผยว่าถือหุ้นส่วนน้อยในเซิร์ฟโรโบติกส์ แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนการถือหุ้นล่าสุดที่ชัดเจน
ตลอดปี 2026 เซิร์ฟโรโบติกส์ขยายพันธมิตรและขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ในเดือนมีนาคมจับมือกับไวท์ คาสเซิล (White Castle) ให้บริการส่งอาหารอัตโนมัติผ่านอูเบอร์อีทส์ และในเดือนมิถุนายนประกาศพันธมิตรด้านการขนส่งในเมืองครั้งแรกกับ NoScrubs เพื่อขนส่งสินค้านอกเหนือจากอาหาร
ความร่วมมือกับ NoScrubs ถือเป็นตัวอย่างที่ขยายขอบเขตการใช้งานหุ่นยนต์ออกจากตลาดจัดส่งอาหารซึ่งเป็นจุดโฟกัสเดิม เมื่อรวมกับการเชื่อมต่อดอร์แดชและพันธมิตรใหม่ที่ทยอยเพิ่มขึ้น ช่องทางรับออเดอร์ของเซิร์ฟโรโบติกส์จึงไม่ได้พึ่งพาอูเบอร์อีทส์เพียงช่องทางเดียวอีกต่อไป
เซิร์ฟโรโบติกส์ระบุในเอกสารข้อมูลนักลงทุนว่า ขณะนี้ (สิงหาคม 2026) บริษัทมีหุ่นยนต์ที่ให้บริการมากกว่า 2,000 คัน ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 44 เมืองใน 14 รัฐทั่วสหรัฐ และมีร้านค้าพันธมิตรมากกว่า 4,000 แห่ง
ขอบเขตธุรกิจของเซิร์ฟโรโบติกส์ยังขยายจากบริการจัดส่งอาหารที่เป็นข่าวโดดเด่นไปสู่บริการภายในอาคาร โดยในปี 2026 บริษัทเข้าซื้อกิจการดิลิเจนท์ โรโบติกส์ (Diligent Robotics) ผู้พัฒนาหุ่นยนต์สำหรับโรงพยาบาล เพื่อรุกตลาดขนส่งสิ่งของภายในโรงพยาบาล
ฝั่งอูเบอร์เองก็ขยายโครงสร้างธุรกิจไปในทิศทางเชื่อมโยงพันธมิตรด้านยานยนต์ไร้คนขับและหุ่นยนต์หลายราย หน่วยธุรกิจอูเบอร์ ออโตโนมัส โซลูชันส์ (Uber Autonomous Solutions) ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ทำหน้าที่เชื่อมโยงความต้องการ บริหารจัดการยานพาหนะ บริการลูกค้า ประกันภัย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านแผนที่และข้อมูล ให้กับพันธมิตรภายนอก
ภายใต้โครงสร้างนี้ อูเบอร์วางตัวเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและผู้ให้บริการยานพาหนะหลายราย มากกว่าจะทุ่มเทให้ผู้ผลิตหุ่นยนต์รายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันเซิร์ฟโรโบติกส์ก็เพิ่มจำนวนแพลตฟอร์มรับออเดอร์และประเภทบริการจัดส่งของตัวเอง สะท้อนว่าทั้งสองบริษัทต่างขยายธุรกิจคู่ขนานกันไป
การเปลี่ยนแปลงยังเกิดขึ้นในระดับคณะกรรมการบริษัทด้วย โดยเซิร์ฟโรโบติกส์เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนว่า ซาร์ฟราซ มาเรเดีย (Sarfraz Maredia) หัวหน้าฝ่ายโมบิลิตี้อัตโนมัติและบริการจัดส่งของอูเบอร์ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท โดยบริษัทระบุว่าการลาออกครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเห็นที่ขัดแย้งด้านการดำเนินงาน นโยบาย หรือแนวทางปฏิบัติใดๆ
เซิร์ฟโรโบติกส์รายงานรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 อยู่ที่ 2.984 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 440,000 ดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนจำนวนหุ่นยนต์ที่เปิดให้บริการต่อวันเพิ่มจาก 73 คันเป็น 812 คันในช่วงเวลาเดียวกัน สัญญาฉบับปัจจุบันจะมีผลต่อเนื่องจนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2027 และหลังจากนั้นจะต่ออายุอัตโนมัติทีละ 1 ปี หากไม่มีฝ่ายใดแจ้งยกเลิกล่วงหน้า
ความคิดเห็น 0