แอปเจมินี(Gemini) ผู้ช่วยเอไอของกูเกิล(Google) มีผู้ใช้งานต่อเดือนพุ่งแตะ 950 ล้านคน ใกล้เข้าสู่หลัก 1,000 ล้านคนเข้าไปทุกขณะ ขณะเดียวกันกูเกิลก็เดินหน้าฝังเทคโนโลยีเอไอตัวนี้ลงในผลิตภัณฑ์แทบทุกส่วน ตั้งแต่แอปสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ไปจนถึงบริการค้นหา ระบบคลาวด์ และเครื่องมือทำงานสำหรับองค์กร
ซุนดาร์ พิชัย(Sundar Pichai) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกูเกิลและอัลฟาเบท(Alphabet) กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม (ตามเวลาประเทศเกาหลีใต้) ว่า “แอปเจมินีมีผู้ใช้งานต่อเดือนอยู่ที่ 950 ล้านคน ส่วนผู้ใช้งานต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา” คำกล่าวนี้ตอกย้ำว่าแม้ผู้ใช้เจมินีจะใกล้แตะหลัก 1,000 ล้านคนเต็มที แต่ตัวเลขที่กูเกิลยืนยันอย่างเป็นทางการยังอยู่ที่ 950 ล้านคน
ย้อนไปในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เจมินีมีผู้ใช้งานต่อเดือนราว 650 ล้านคน ก่อนจะขยับขึ้นเป็น 750 ล้านคนในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และเพิ่มขึ้นอีกราว 200 ล้านคนภายในเวลาเพียงราว 5 เดือนถัดมา
ผู้ใช้งานต่อเดือน (Monthly Active User) หมายถึงจำนวนคนที่เข้าใช้บริการอย่างน้อย 1 ครั้งภายใน 1 เดือน ใช้เป็นตัวชี้วัดเปรียบเทียบขนาดฐานผู้ใช้ระหว่างบริการ แต่ไม่ได้สะท้อนความถี่ในการใช้งานจริงหรือสัดส่วนผู้ใช้ที่จ่ายเงิน
การเติบโตของผู้ใช้เจมินีเกิดขึ้นพร้อมกับที่กูเกิลผลักดันฟีเจอร์นี้ให้ก้าวข้ามจากแอปเดี่ยว ไปฝังตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทมากขึ้นเรื่อยๆ โดยกูเกิลผนวกความสามารถของเจมินีเข้ากับบริการค้นหา ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์(Android) และชุดเครื่องมือทำงาน Workspace
รายได้ไตรมาส 2 ของอัลฟาเบท(Alphabet, GOOGL) อยู่ที่ 1.198 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.1 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้ชี้ว่าบริการเอไอของกูเกิลเติบโตทั้งสองทาง ทั้งในแง่ผู้ใช้แอปเดี่ยวที่ขยายตัว และธุรกิจเดิมของบริษัทที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
ในฝั่งตลาดองค์กร การนำเจมินีไปใช้งานก็ขยายตัวไม่แพ้กัน พิชัยระบุว่าบริษัทในกลุ่มฟอร์จูน 100(Fortune 100) ราว 90% นำ ‘เจมินี เอ็นเทอร์ไพรส์’ (Gemini Enterprise) ไปใช้งานแล้ว
ปริมาณการประมวลผลผ่าน API ของโมเดลกูเกิลอยู่ที่ราว 22 พันล้านโทเคนต่อนาที เพิ่มขึ้นจาก 16 พันล้านโทเคนต่อนาทีในไตรมาสก่อนหน้า
‘โทเคน’ คือหน่วยพื้นฐานที่โมเดลเอไอใช้ตัดแบ่งข้อความเพื่อประมวลผลประโยค การที่ปริมาณโทเคนที่ประมวลผลผ่าน API เพิ่มขึ้น สะท้อนว่านักพัฒนาภายนอกและบริการระดับองค์กรเรียกใช้งานโมเดลของกูเกิลถี่ขึ้น
การเติบโตของเจมินียังโดดเด่นเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างแชทจีพีที(ChatGPT) ของโอเพนเอไอ(OpenAI) โดยคริปโตบรีฟิง(Crypto Briefing) รายงานเมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมาว่า แชทจีพีทีมีผู้ใช้งานต่อเดือนแตะ 1,000 ล้านคนไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026
แม้ตัวเลขผู้ใช้งานต่อเดือนของทั้งสองบริการจะไล่เลี่ยกัน แต่โครงสร้างการเข้าถึงผู้ใช้ต่างกันอยู่พอสมควร กูเกิลเลือกขยายจุดสัมผัสผู้ใช้ผ่านทั้งแอปเอไอเดี่ยว ควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อเข้ากับบริการค้นหา ระบบปฏิบัติการ เครื่องมือทำงาน และคลาวด์พร้อมกันในคราวเดียว
การขยายตัวของบริการเอไอมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดพื้นฐานในวงการคริปโต เพื่อประเมินความต้องการใช้งานเอไอเอเจนต์และโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม การแถลงผลประกอบการครั้งนี้ไม่มีตัวเลขใดที่ระบุผลกระทบของผู้ใช้เจมินีที่เพิ่มขึ้น ต่อโทเคนหรือมูลค่าบริษัทใดเป็นการเฉพาะ
ยิ่งบริการถูกนำไปใช้งานกว้างขวางขึ้นเท่าไร การตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงและความปลอดภัยของเอไอเอเจนต์ก็ยิ่งต้องเข้มงวดตามไปด้วย ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า พบช่องโหว่ที่เปิดทางให้เกิดการโจมตีแบบยกระดับสิทธิ์ในเอไอเอเจนต์ของเจมินี ก่อนที่ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องจะได้รับการแก้ไข
ตัวเลขล่าสุดที่กูเกิลเปิดเผยคือผู้ใช้งานแอปเจมินีสำหรับผู้บริโภคอยู่ที่ 950 ล้านคนต่อเดือน ส่วนปริมาณการประมวลผลผ่าน API ของโมเดลอยู่ที่ราว 22 พันล้านโทเคนต่อนาที
ความคิดเห็น 0