แรงซื้อสปอตอีเธอเรียม(ETH) เพิ่มขึ้นเป็น 7.2 เท่าของระดับปกติ ก่อนสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือนกรกฎาคม ขณะที่สถานะอนุพันธ์ของทั้งอีเธอเรียมและบิตคอยน์(BTC) กลับเป็น ‘ช็อร์ตสุทธิ’ สะท้อนภาพตลาดที่ทั้งไล่ซื้อสปอตและป้องกันความเสี่ยงเกิดขึ้นพร้อมกัน
Crypto Briefing รายงานเมื่อวันที่ 11 โดยอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์เครือข่าย Nansen ว่าเงินทุนบริหารจัดการ (managed money) ที่ไหลเข้าตลาดสปอตอีเธอเรียมเพิ่มขึ้นเป็น 7.2 เท่าของระดับปกติ อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การจัดประเภทเงินทุนบริหารจัดการดังกล่าว และความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างสถานะสปอตกับอนุพันธ์ ยังไม่ถูกเปิดเผยรายละเอียด
ข้อมูลชุดเดียวกันยังระบุว่าสถานะอนุพันธ์ของทั้งอีเธอเรียมและบิตคอยน์อยู่ในภาวะ ‘ช็อร์ตสุทธิ’ ซึ่งหมายถึงการเตรียมรับมือกับราคาขาลง หรือมีสัดส่วนการเปิดสถานะฝั่งขาลงมากกว่าฝั่งขาขึ้น
การซื้อสปอตควบคู่กับการเปิดสถานะช็อร์ตในตลาดอนุพันธ์ มักถูกใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากราคาที่อาจปรับตัวลงในระยะสั้นของสินทรัพย์ที่ถืออยู่ ตัวเลขที่ปรากฏยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้เล่นกลุ่มเดียวกันเป็นผู้ดำเนินการทั้งฝั่งซื้อสปอตและป้องกันความเสี่ยงในอนุพันธ์พร้อมกัน แต่ในภาพรวมของตลาดพบว่าทั้งสองความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ระบุว่าดัชนี CPI เดือนกรกฎาคม 2026 จะประกาศในวันที่ 12 เวลา 8.30 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออก หรือราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี CPI เป็นเครื่องชี้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ ทิศทางเงินเฟ้อส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง จึงอาจทำให้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีผันผวนมากขึ้นทั้งก่อนและหลังการประกาศตัวเลข
ท่ามกลางแรงซื้อสปอตที่เกิดขึ้น ตลาดอนุพันธ์ก็มีความเคลื่อนไหวเพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาที่อาจเกิดขึ้นทันทีหลังการประกาศตัวเลขเช่นกัน ทำให้ทั้งสองภาพเกิดขึ้นคู่ขนานกัน
Crypto Briefing ระบุราคาอีเธอเรียมขณะเขียนข่าวไว้ที่ประมาณ 1,862 ดอลลาร์ และราคาบิตคอยน์อยู่ที่ประมาณ 63,455 ดอลลาร์ โดยอีเธอเรียมยังซื้อขายต่ำกว่าระดับ 1,900 ดอลลาร์ สะท้อนว่าแรงซื้อสปอตที่เพิ่มขึ้นยังไม่ส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นในทันที
แรงซื้อสปอตที่เพิ่มขึ้นอาจตีความได้ว่าความต้องการอีเธอเรียมขยายตัว แต่ตัวเลข 7.2 เท่าเป็นผลจากการเปรียบเทียบกระแสเงินทุนบริหารจัดการกลุ่มหนึ่งที่ Nansen จัดประเภทไว้กับระดับปกติเท่านั้น จึงไม่ได้สะท้อนขนาดแรงซื้อของตลาดโดยรวม หรือทิศทางราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
สถานะช็อร์ตสุทธิในตลาดอนุพันธ์ก็ไม่ได้หมายถึงมุมมองขาลงเสมอไป นักลงทุนที่ถือสปอตอยู่แล้วอาจเปิดสถานะช็อร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากราคาลดลง และสถานะดังกล่าวอาจถูกปิดหรือกลับทิศทางอย่างรวดเร็วหลังการประกาศ CPI
The Economic Times รายงานเมื่อวันที่ 11 ว่ากองทุน ETF บิตคอยน์และอีเธอเรียมสปอตของสหรัฐมีเงินไหลเข้าสุทธิราว 1,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เงินไหลเข้า ETF จะเกิดขึ้นพร้อมกับแรงซื้อสปอตที่ขยายตัว แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวราคาอีเธอเรียมยังอยู่ต่ำกว่า 1,900 ดอลลาร์
ETF เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบให้นักลงทุนเข้าถึงความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อ้างอิงได้โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์นั้นโดยตรง เงินไหลเข้าสุทธิหมายถึงเงินที่ไหลเข้ากองทุนมากกว่าเงินที่ไหลออก แต่ช่วงเวลาที่เงินไหลเข้ากับปฏิกิริยาจริงของราคาตลาดอาจไม่ตรงกันเสมอไป
Nansen เคยอธิบายไว้ในการวิเคราะห์ตลาดออนเชนก่อนหน้านี้ว่าตัวชี้วัดเงินทุนใหม่ที่ไหลเข้ามีประโยชน์ในการจับภาพแนวโน้มระยะหลายสัปดาห์ แต่มีข้อจำกัดในการระบุจุดต่ำสุดหรือสูงสุดระยะสั้นได้อย่างแม่นยำ ตัวเลข 7.2 เท่าในครั้งนี้จึงควรตีความเป็นข้อมูลที่แสดง ‘ความเข้มข้น’ ของกระแสเงินทุนสปอต มากกว่าจะเป็นตัวชี้วัดที่ยืนยันว่าราคาจะปรับตัวขึ้นในระยะสั้น
ความเคลื่อนไหวที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือแรงซื้อสปอตอีเธอเรียมที่ขยายตัวขึ้น และสถานะช็อร์ตสุทธิในตลาดอนุพันธ์บิตคอยน์-อีเธอเรียมที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยดัชนี CPI เดือนกรกฎาคมในวันที่ 12 เวลาประมาณ 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ความคิดเห็น 0