หุ้นเอ็นวิเดีย(NVDA) ปรับตัวขึ้นกว่า 10% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 8 ขณะที่ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Semiconductor Index) ก็ปรับขึ้นมากกว่า 8% ในช่วงเวลาเดียวกัน
Crypto Briefing รายงานเมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ว่า สเปซเอ็กซ์(SpaceX) เปิดเผยแผนสร้างศูนย์ข้อมูลทั้งบนพื้นโลกและในวงโคจร โดยใช้ระบบ NVL72 ของเอ็นวิเดียที่พัฒนาบนสถาปัตยกรรม 'เวรา รูบิน' (Vera Rubin) นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการมีกรณีดีมานด์จากลูกค้าที่ชัดเจนเช่นนี้ช่วยคลายความกังวลบางส่วนเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ลงไปได้บ้าง
แผนของสเปซเอ็กซ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ศูนย์ข้อมูลบนพื้นโลก แต่ยังต้องการนำระบบของเอ็นวิเดียไปใช้ประมวลผล AI ในวงโคจรด้วย
ก่อนหน้าการปรับขึ้นครั้งนี้ หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงกดดัน จากคำถามที่ว่าการลงทุน (Capex) ด้าน AI จะดำเนินต่อไปในอัตราปัจจุบันได้หรือไม่ รวมถึงความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป แผนของสเปซเอ็กซ์จึงเข้ามาเพิ่ม 'กรณีดีมานด์จริง' ให้กับข้อถกเถียงนี้
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI หมายถึงเม็ดเงินที่ทุ่มลงไปกับศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์ประมวลผล ระบบเครือข่าย และระบบไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนบริการ AI ซึ่งไม่ได้ส่งผลแค่ความต้องการชิป GPU เท่านั้น แต่ยังกระทบห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั้งระบบ ทั้งหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และเทคโนโลยีการแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง
ในด้านผลิตภัณฑ์ มีกระแสข่าวเรื่องการปรับสเปก HBM ของ 'รูบิน อัลตรา' (Rubin Ultra) ชิปเร่งความเร็ว AI รุ่นถัดไปด้วย โดยมีรายงานว่าเอ็นวิเดียกำลังทดสอบชิปหลายเวอร์ชันที่มีความจุ 192GB และ 256GB เพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก
MarketWatch อ้างอิงบทวิเคราะห์ของ ทิโมธี อาร์คิวรี(Timothy Arcuri) นักวิเคราะห์จาก UBS รายงานว่าเอ็นวิเดียกำลังปรับลดสเปกบางส่วนของรูบิน อัลตราลง โดยตีความว่าการลดความจุหน่วยความจำจะช่วยให้ผลิตชิปเร่งความเร็วได้มากขึ้นจาก HBM ที่มีอยู่อย่างจำกัด พร้อมทั้งลดภาระต้นทุนให้กับลูกค้า
HBM คือหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงที่นำชิป DRAM หลายตัวมาวางซ้อนกันในแนวตั้ง เพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูลของ GPU ใช้สำหรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมากอย่างรวดเร็วในกระบวนการเทรนและการอนุมาน (inference) ของ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)
เอ็นวิเดียระบุผ่านบล็อกเทคโนโลยีของบริษัทว่า จีพียู 'รูบิน' (Rubin) รองรับหน่วยความจำ HBM4 สูงสุดถึง 288GB และแบนด์วิดท์สูงสุด 22TB/s อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสเปกหน่วยความจำของรูบิน อัลตราแต่อย่างใด
โทเคนโพสต์ (TokenPost) เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำอาจยืดเยื้อไปจนถึงปลายปี 2028 พร้อมกับประเด็นการปรับสเปก HBM ที่ถูกพูดถึง และยังเคยรายงานบทวิเคราะห์ที่ระบุว่า หากรูบิน อัลตราลดความจุ HBM ลง ความต้องการ HBM ของเอ็นวิเดียอาจลดลงราว 10%
แพลตฟอร์มรูบินประกอบด้วยซีพียู 'เวรา' (Vera), จีพียู 'รูบิน' (Rubin), สวิตช์ NVLink 6, ConnectX-9, BlueField-4 และสวิตช์อีเทอร์เน็ต Spectrum-6 โดยเป็นระบบที่รวมการประมวลผลและเครือข่ายเข้าด้วยกันในระดับ 'แร็ก' แทนที่จะขายเป็นชิปแยกชิ้น
ระบบ NVL72 ที่สเปซเอ็กซ์จะนำไปใช้ในศูนย์ข้อมูลทั้งบนพื้นโลกและในวงโคจร เป็นระบบระดับแร็กที่พัฒนาบนสถาปัตยกรรมเวรา รูบิน
การที่สเปซเอ็กซ์เข้ามาเป็นหนึ่งในกรณีลูกค้า ทำให้ขอบเขตการจัดหาโครงสร้างพื้นฐาน AI ของเอ็นวิเดียขยายจากศูนย์ข้อมูลบนพื้นโลกไปจนถึงศูนย์ข้อมูลในวงโคจร
การที่สเปซเอ็กซ์ตัดสินใจนำระบบของเอ็นวิเดียไปใช้งาน ถือเป็นหลักฐานดีมานด์ที่ชัดเจนขึ้น แต่การปรับสเปกของรูบิน อัลตราก็สะท้อนให้เห็นว่าข้อจำกัดด้านอุปทาน HBM ยังคงดำเนินอยู่ ความต้องการศูนย์ข้อมูล AI และชิป GPU มีความเชื่อมโยงกับสภาพธุรกิจของบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ AI และโครงสร้างพื้นฐานขุดเหรียญคริปโตบางส่วน แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเชื่อมโยงโดยตรงกับราคาสกุลเงินดิจิทัลรายตัว หรือควรนำไปใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจลงทุนแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0