บริษัทหลักทรัพย์ซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ (Samsung Securities) ต้องชดใช้ค่าเสียหาย 1,860 ล้านวอนให้กองทุนบำนาญแห่งชาติเกาหลีใต้ (National Pension Service) จากเหตุการณ์ 'หุ้นผี' ที่เกิดจากความผิดพลาดในการจ่ายเงินปันผลเมื่อปี 2018
ศาลฎีกาเกาหลีใต้ แผนกคดีที่ 2 มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) ในคดีที่กองทุนบำนาญแห่งชาติฟ้องเรียกค่าเสียหายจากซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ โดยศาลตัดสินให้โจทก์ชนะบางส่วน จากวงเงินที่กองทุนบำนาญเรียกร้อง 29,900 ล้านวอน ศาลรับรองความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในที่สุดที่ 1,860 ล้านวอน
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากความผิดพลาดในการป้อนข้อมูลของพนักงานซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2018 บริษัทควรจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด 1,000 วอนต่อหุ้นให้กับหุ้นพนักงาน (ESOP) แต่กลับจ่ายเป็นหุ้นจำนวน 1,000 หุ้นต่อหุ้นแทน
หุ้นที่ถูกโอนเข้าบัญชีพนักงานอย่างผิดพลาดมีจำนวนรวมประมาณ 2,812.95 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 112 ล้านล้านวอนในขณะนั้น ปริมาณหุ้นที่จ่ายเข้าระบบเกินเพดานการออกหุ้นตามข้อบังคับบริษัทหลายสิบเท่า จนถูกเรียกว่า 'หุ้นผี'
ความโกลาหลทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพนักงานบางส่วนที่ได้รับหุ้นผิดพลาดนำหุ้นออกขายในตลาด ปริมาณที่ขายจริงอยู่ที่ 5.01 ล้านหุ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ร่วงลงสูงสุดถึง 11.7% ระหว่างวัน
กองทุนบำนาญแห่งชาติระบุว่าได้รับความเสียหายจากราคาหุ้นที่ร่วงลงในช่วงเวลาดังกล่าว จึงยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์เป็นเงิน 29,900 ล้านวอน ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่ขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัทต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งจากความผิดพลาดในการจ่ายปันผลและกระบวนการรับมือกับเหตุการณ์
ศาลชั้นต้นเห็นว่าซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ไม่ได้วางระบบงาน เงื่อนไข และมาตรฐานการจัดการภายในที่เพียงพอเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการจ่ายปันผลผิดพลาด อีกทั้งหลังเกิดเหตุ บริษัทยังแจ้งเตือนและประกาศห้ามขายหุ้นล่าช้าเกินควร
การระงับคำสั่งขายในบัญชีของพนักงานและผู้บริหารที่ล่าช้า จนนำไปสู่การเทขายจำนวนมาก ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ศาลใช้พิจารณาความรับผิด โดยศาลพิจารณาทั้งระบบควบคุมภายในและกระบวนการรับมือหลังเกิดเหตุประกอบกัน
อย่างไรก็ตาม ศาลชั้นต้นไม่ได้ให้ซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด โดยจำกัดความรับผิดของบริษัทไว้ที่ 50% เนื่องจากเห็นว่าความผิดพลาดที่ไม่ได้เจตนาของพนักงานฝ่ายจ่ายปันผลเกิดขึ้นร่วมกับการกระทำมิชอบส่วนบุคคลของพนักงานที่นำหุ้นออกขาย
มูลค่าความเสียหายคำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นที่ควรจะเป็นหากไม่เกิดเหตุกับราคาที่กองทุนบำนาญขายหุ้นจริง ได้ผลลัพธ์ 3,860 ล้านวอน จากนั้นนำ 50% ของยอดดังกล่าวมาหักลบกับกำไรที่กองทุนบำนาญได้จากการซื้อหุ้นในราคาที่ตกต่ำช่วงนั้น จนได้ค่าเสียหายสุทธิ 1,860 ล้านวอน
ทั้งกองทุนบำนาญแห่งชาติและซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ต่างยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ยังคงยืนยันวงเงินค่าเสียหายเท่าเดิม ขณะเดียวกันศาลอุทธรณ์ไม่ยอมรับข้อกล่าวอ้างของกองทุนบำนาญที่ว่าซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ต้องรับผิดในฐานะนายจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งด้วย
ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นนี้แตกต่างออกไป โดยเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างความประมาทในการปฏิบัติงานของพนักงานฝ่ายจ่ายปันผลกับความเสียหายของกองทุนบำนาญ จึงรับรองว่าซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ต้องรับผิดในฐานะนายจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะรับรองความรับผิดในฐานะนายจ้างเพิ่มเติม แต่ขอบเขตค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์กำหนดไว้ยังคงมีความเหมาะสมอยู่แล้ว จึงยกคำร้องฎีกาและยืนยันค่าเสียหาย 1,860 ล้านวอนเป็นที่สิ้นสุด
คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากข้อพิพาทเรื่องค่าเสียหายระหว่างกองทุนบำนาญแห่งชาติกับซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่เหตุการณ์จ่ายปันผลผิดพลาดในปี 2018 โดยซัมซุง ซีเคียวริตี้ส์ต้องจ่ายค่าเสียหาย 1,860 ล้านวอนให้กองทุนบำนาญตามคำพิพากษาที่สิ้นสุดแล้ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: รายงานต้นฉบับจากยอนฮับ (Yonhap), รายงานคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่เกี่ยวข้อง, รายงานภูมิหลังเหตุการณ์ปี 2018
ความคิดเห็น 0