เคียวโบ ซีเคียวริตี้ส์ (Kyobo Securities) รายงานกำไรจากการดำเนินงานรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้อยู่ที่ 211.8 พันล้านวอน เพิ่มขึ้น 53.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากปริมาณการซื้อขายที่คึกคักทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงรายได้จากการบริหารเงินลงทุนที่ขยายตัว
เคียวโบ ซีเคียวริตี้ส์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ผลประกอบการรวมช่วงครึ่งปีแรกมีรายได้จากการดำเนินงาน 5.1103 ล้านล้านวอน กำไรจากการดำเนินงาน 211.8 พันล้านวอน และกำไรสุทธิ 158.5 พันล้านวอน โดยรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 116.0% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 49.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานช่วงเดียวกันอยู่ที่ 4.8985 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 119.8% จากปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้
หากแยกเป็นรายไตรมาส ไตรมาสที่ 2 มีรายได้จากการดำเนินงาน 2.7147 ล้านล้านวอน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 2.5987 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงาน 115.9 พันล้านวอน
ต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ทำกำไรจากการดำเนินงานได้ 95.9 พันล้านวอน ไตรมาสที่ 2 ยังคงรักษาระดับกำไรเกิน 100 พันล้านวอนได้อีกครั้ง ส่งผลให้กำไรสะสมตลอดครึ่งปีแรกทะลุ 200 พันล้านวอน ส่วนกำไรสุทธิสะสมทั้งครึ่งปีอยู่ที่ 158.5 พันล้านวอนเช่นกัน
เมื่อแยกตามกลุ่มธุรกิจ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Brokerage) และธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อบัญชีบริษัทเอง (Proprietary Trading) เป็นกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจนายหน้าฯ ตามข้อมูลที่เปิดเผยอยู่ที่ 108 พันล้านวอน เพิ่มขึ้นถึง 334.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจซื้อขายเพื่อบัญชีบริษัทเองอยู่ที่ 242.4 พันล้านวอน เพิ่มขึ้น 65.8% จากปีก่อน ธุรกิจนี้คือการที่บริษัทหลักทรัพย์นำเงินทุนของตัวเองไปลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และตราสารอนุพันธ์เพื่อสร้างผลกำไร
เคียวโบ ซีเคียวริตี้ส์ ระบุว่าปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการเติบโตมาจากความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (WM) ที่ดีขึ้น ตามการซื้อขายในตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศที่คึกคักขึ้น พร้อมอธิบายว่าธุรกิจฝ่ายขายและซื้อขาย (Sales & Trading หรือ S&T) มีรายได้จากการบริหารสินทรัพย์ที่รับมือกับความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าเข้ามาช่วยหนุนด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกลุ่มธุรกิจที่มีผลประกอบการดีขึ้น โดยธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking หรือ IB) มีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 34 พันล้านวอน ลดลง 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ธุรกิจตราสารอนุพันธ์ทั้งในและนอกตลาด (Derivatives) ขาดทุนจากการดำเนินงาน 107.2 พันล้านวอน ซึ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 56.7 พันล้านวอน
ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นธุรกิจที่บริษัทหลักทรัพย์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายหุ้นและผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้กับนักลงทุน โดยรับค่าธรรมเนียมเป็นผลตอบแทน ซึ่งยิ่งมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นสูงขึ้นเท่าไหร่ ผลกำไรของธุรกิจนี้ก็มีแนวโน้มดีขึ้นตามไปด้วย ทำให้ความคึกคักของตลาดส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการ
ส่วนธุรกิจวาณิชธนกิจเกี่ยวข้องกับบริการด้านการเงินองค์กร การจัดหาเงินทุนเพื่อการเข้าซื้อกิจการ และการจัดหาแหล่งเงินทุนให้บริษัทต่างๆ ซึ่งผลประกอบการของธุรกิจนี้อาจผันผวนได้มากตามสภาวะตลาด ความต้องการระดมทุนของภาคธุรกิจ และสภาพแวดล้อมของธุรกิจการเงินด้านอสังหาริมทรัพย์
การขาดทุนที่ขยายตัวขึ้นของธุรกิจตราสารอนุพันธ์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรก แม้ธุรกิจซื้อขายเพื่อบัญชีบริษัทเองและธุรกิจนายหน้าฯ จะเป็นแรงหนุนหลักที่ดันกำไรรวมให้เพิ่มขึ้น แต่ทิศทางผลประกอบการของแต่ละกลุ่มธุรกิจกลับสวนทางกันอย่างชัดเจน
ตัวแทนจากเคียวโบ ซีเคียวริตี้ส์ กล่าวว่า "บริษัทจะบริหารความเสี่ยงเป็นพื้นฐานในการกระจายพอร์ตธุรกิจให้หลากหลายต่อไป เพื่อรักษาแนวโน้มการเติบโตของผลกำไรอย่างต่อเนื่อง" ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจ ทั้งนี้ ทางบริษัทระบุว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงยึดการบริหารความเสี่ยงและการกระจายพอร์ตธุรกิจเป็นแกนหลักในการดำเนินงาน
ความคิดเห็น 0