มอนเตเนโกรวางภาพตัวเองเป็นศูนย์กลางคริปโตของยุโรปมาหลายปี แต่ระบบกฎหมายกลับตามหลังความทะเยอทะยานด้านอุตสาหกรรมอยู่มาก ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าตั้งแต่ปลายปี 2021 ถึงปลายปี 2022 มีธุรกรรมคริปโตผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับมอนเตเนโกรรวมมูลค่าสูงถึง 2,170 ล้านดอลลาร์
Forbes รายงานว่ามอนเตเนโกรวางตัวเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เป็นมิตรกับคริปโตมากที่สุดของยุโรปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศนี้ยังพึ่งพาข้อกำหนดด้านการป้องกันการฟอกเงินมากกว่าจะมีกรอบกฎหมายที่สมบูรณ์ มิโลจโก สปายิช(Milojko Spajić) นายกรัฐมนตรีมอนเตเนโกร ประกาศจุดยืนหลายครั้งว่าต้องการผลักดันให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางบล็อกเชนระดับโลก
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง 'การขึ้นทะเบียน' กับ 'การขอใบอนุญาต' ต้นปี 2025 มอนเตเนโกรแก้ไขกฎหมายป้องกันการฟอกเงินให้ครอบคลุมคริปโตเป็นครั้งแรก พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขึ้นทะเบียน และให้หน่วยงานกำกับตลาดทุน(Capital Market Authority หรือ CMA) ทำหน้าที่กำกับดูแล
อย่างไรก็ตาม การขึ้นทะเบียนดังกล่าวไม่เหมือนกับใบอนุญาตหรือการรับรองภายใต้กรอบกฎระเบียบตลาดสินทรัพย์คริปโตของสหภาพยุโรป(MiCA) ระบบขึ้นทะเบียนเป็นเพียงการยื่นข้อมูลผู้ประกอบการต่อหน่วยงานกำกับดูแล ขณะที่ใบอนุญาตและการรับรองต้องผ่านเงื่อนไขด้านการดำเนินธุรกิจและภาระการกำกับดูแลก่อนจะได้รับสิทธิ์ประกอบธุรกิจจริง
ลานา วุคมิโรวิช มิซิช(Lana Vukmirović Mišić) หุ้นส่วนอาวุโสของ JPM & Partners เปิดเผยกับ Forbes ว่าลูกค้ารายหนึ่งของเธอเคยพยายามจัดตั้งผู้ให้บริการชำระเงินด้วยคริปโตในมอนเตเนโกร แต่สุดท้ายต้องล้มเลิกแผนเพราะช่องว่างด้านกฎระเบียบ ความคิดเห็น: กรณีนี้สะท้อนว่าภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับคริปโตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอจะโน้มน้าวใจผู้เล่นระดับสถาบันให้เข้ามาลงทุนจริง
เครือข่ายรายงานสืบสวนบอลข่าน(Balkan Investigative Reporting Network หรือ BIRN) วิเคราะห์ว่าตั้งแต่ปลายปี 2021 ถึงปลายปี 2022 มีธุรกรรมคริปโตผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับมอนเตเนโกรราว 2,170 ล้านดอลลาร์ และระบุว่าการแลกเปลี่ยนจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นนอกระบบกำกับดูแล ผ่านนายหน้าซื้อขายนอกตลาด(OTC)ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และกลุ่มสนทนาบน Telegram
นี่แสดงให้เห็นว่าประเทศขนาดเล็กอาจดึงดูดผู้ประกอบการได้ด้วยนโยบายภาษีหรือข้อความสนับสนุนอุตสาหกรรม แต่หากไม่มีระบบเฝ้าระวังตลาดรองรับ ก็อาจอ่อนแอในด้านการป้องกันการฟอกเงินและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะในธุรกิจที่ต้องดูแลทรัพย์สินของลูกค้าโดยตรง เช่น การชำระเงิน การรับฝากสินทรัพย์ และการซื้อขายนอกตลาด ซึ่งอำนาจกำกับดูแลและความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของความมั่นคงทางธุรกิจ
โจทย์ของมอนเตเนโกรไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารตลาดภายในประเทศ ในฐานะประเทศที่กำลังเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป มอนเตเนโกรจำเป็นต้องปรับกฎเกณฑ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องกับ MiCA และกรอบกฎระเบียบของยุโรป
คณะกรรมาธิการยุโรปอธิบายว่า MiCA เป็นกฎระเบียบที่กำหนดภาระหน้าที่อย่างชัดเจนสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโตและผู้เล่นในตลาด หากกรอบกฎระเบียบของแต่ละประเทศไม่สอดคล้องกัน ผู้ประกอบการในภูมิภาคก็จะเผชิญความไม่แน่นอนทางกฎหมายเมื่อต้องให้บริการข้ามพรมแดนหรือดึงดูดลูกค้าสถาบัน
การรับรู้ของประชาชนต่อคริปโตในมอนเตเนโกรก็ยังอยู่ในระดับต่ำ ผลสำรวจที่ Forbes อ้างอิงพบว่าประชาชนมอนเตเนโกรมากกว่า 93% ยังไม่เข้าใจคริปโตอย่างเพียงพอ
นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมจะนำไปสู่การดึงดูดธุรกิจจริงได้ ก็ต่อเมื่อขั้นตอนการขึ้นทะเบียน อำนาจกำกับดูแล การคุ้มครองผู้บริโภค และการบังคับใช้มาตรการป้องกันการฟอกเงินทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตลาดที่มีกฎเกณฑ์หลวมอาจได้เปรียบในช่วงแรกที่ดึงดูดเงินทุนไหลเข้า แต่กลับกลายเป็นอุปสรรคต่อการดึงเงินทุนสถาบันในระยะยาว
กรณีของมอนเตเนโกรยังเป็นบทเรียนสำหรับวงการคริปโตในเอเชีย รวมถึงเกาหลีใต้ การขยายธุรกิจไปต่างประเทศและการดึงดูดลูกค้าสถาบันขึ้นอยู่กับระบบใบอนุญาต หน่วยงานกำกับดูแล และแนวปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละพื้นที่ มากกว่ามาตรการภาษีหรือข้อความประชาสัมพันธ์
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ายิ่งความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ ยืดเยื้อออกไปนานเท่าใด เงินทุนและบุคลากรก็ยิ่งมีแนวโน้มมองหาประเทศที่มีกรอบกฎหมายชัดเจนกว่า กรณีของมอนเตเนโกรตอกย้ำว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการแข่งขันชิงตำแหน่งศูนย์กลางคริปโตของโลก
หากมอนเตเนโกรต้องการเดินหน้าตามแผนเป็นศูนย์กลางคริปโตของยุโรปต่อไป สิ่งที่ต้องพิสูจน์ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรม แต่คือความสามารถในการคาดการณ์ได้ทางกฎหมาย ก้าวต่อไปคือการปรับกฎเกณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องกับ MiCA และยกระดับระบบที่เน้นการขึ้นทะเบียนให้กลายเป็นระบบกำกับดูแลที่มีผลจริง
ข้อมูลอ้างอิงจาก Forbes ซึ่งเผยแพร่ซ้ำผ่าน Foresight News, การวิเคราะห์ของเครือข่ายรายงานสืบสวนบอลข่าน(BIRN), เอกสารของรัฐบาลมอนเตเนโกร และคณะกรรมาธิการยุโรป
ความคิดเห็น 0