บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายอยู่สูงกว่าต้นทุนถือครองเฉลี่ยของกลุ่มผู้ถือระยะยาวประมาณ 1.3 เท่า โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าต้นทุนเฉลี่ยดังกล่าวอยู่ที่ 49,400 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดระดับนี้ลงไป กลุ่มผู้ถือระยะยาวทั้งหมดจะเข้าสู่ 'โซนขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ผล' ทันที
อ้างอิงข้อมูลจาก BlockBeats เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ซึ่งเผยแพร่บทวิเคราะห์ของ อาเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr.) นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุว่าราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่างต้นทุนถือครองของกลุ่มผู้ถือระยะยาวกับระดับ 1.5 เท่าของต้นทุนดังกล่าวติดต่อกันมาแล้ว 78 วัน โดยระดับ 1.5 เท่านั้นอยู่ที่ราว 74,100 ดอลลาร์
ปริมาณบิตคอยน์ที่ถือครองโดยกลุ่มผู้ถือระยะยาวล่าสุดอยู่ที่ 16.35 ล้าน BTC ลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 16.41 ล้าน BTC เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม อยู่ 58,000 BTC ทั้งนี้ในช่วง 15 วันล่าสุด มีเพียง 2 วันเท่านั้นที่ปริมาณถือครองลดลง แอดเลอร์มองว่าแนวโน้มนี้สะท้อนว่าความถี่ในการขายของกลุ่มผู้ถือระยะยาวใกล้เคียงจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้ว
ประเด็นสำคัญของการวิเคราะห์ครั้งนี้อยู่ที่ 'โครงสร้างการถือครอง' มากกว่าราคา เนื่องจากราคาปัจจุบันยังสูงกว่าต้นทุนของกลุ่มผู้ถือระยะยาวราว 30% กลุ่มผู้ถือระยะยาวโดยรวมจึงยังไม่อยู่ในสถานะขาดทุน ขณะเดียวกัน การที่ปริมาณถือครองของกลุ่มนี้ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่าเหรียญที่ถือมานานยังไม่ถูกปล่อยออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว
แอดเลอร์อธิบายภาพรวมปัจจุบันว่าเป็น 'โครงสร้างอุปทานเชิงสร้างสรรค์' แต่ระบุว่ายังไม่สามารถสรุปได้ว่าตัวชี้วัดนี้เพียงอย่างเดียวจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ เพราะการที่กลุ่มผู้ถือระยะยาวไม่เทขาย เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ลดแรงกดดันด้านขาย แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีแรงซื้อใหม่เข้ามาในตลาด
ระดับ 49,400 ดอลลาร์จึงเป็นทั้งเส้นกำไร-ขาดทุนและเส้นแรงกดดันในมุมมองของกลุ่มผู้ถือระยะยาว หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ ในแง่การประเมินมูลค่าอาจถือเป็นการเข้าสู่โซนความเสี่ยงต่ำลง แต่ในแง่สภาวะตลาดกลับหมายถึงแรงกดดันต่อกลุ่มผู้ถือระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลออนเชนล่าสุดจึงสะท้อนว่าแรงขายจากกลุ่มผู้ถือระยะยาวลดลง แต่ทิศทางราคาในระยะถัดไปยังไม่มีความชัดเจน
ความคิดเห็น 0