อุตสาหกรรมเหมือง บิตคอยน์(BTC) กำลังขยายขอบเขตธุรกิจเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอาศัยจุดแข็งด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าและที่ดินขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้ว คอยน์แชร์ส (CoinShares) เปิดเผยรายงานวิเคราะห์หัวข้อ 'การบรรจบกันของเหมืองบิตคอยน์และ AI' เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่าแนวโน้มนี้กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมเหมืองให้กลายเป็น 'โครงสร้างพื้นฐานพลังงานดิจิทัล'
รายงานระบุว่า ท่ามกลางแรงกดดันต่อผลตอบแทนจากการขุดที่ลดลงจากทั้งเหตุการณ์ฮาล์ฟวิ่งและการแข่งขันด้านแฮชเรต ผู้ประกอบการที่ถือครองระบบไฟฟ้าและระบบทำความเย็นอยู่แล้วเริ่มกระจายสินทรัพย์ระหว่างธุรกิจขุดเหรียญกับธุรกิจให้บริการโฮสติ้ง AI มากขึ้น โดยชี้ว่าคอขวดของความต้องการ AI กำลังเปลี่ยนจากการหาซื้อชิป GPU ไปสู่การเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าและที่ดินแทน
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ในรายงาน 'Energy and AI' ว่าการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกจะเพิ่มจาก 485 เทราวัตต์ชั่วโมงในปี 2025 เป็นราว 945 เทราวัตต์ชั่วโมงในปี 2030 และในสหรัฐฯ ศูนย์ข้อมูลจะคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดภายในปี 2030
สัญญาความร่วมมือลักษณะนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คอร์ไซเอนทิฟิก(CORZ) ลงนามสัญญา 12 ปีกับ คอร์วีฟ (CoreWeave) เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 เพื่อจัดหาโครงสร้างพื้นฐานขนาดราว 200 เมกะวัตต์ โดยบริษัทระบุว่ารายได้รวมตลอดสัญญา 12 ปีแรกจะสูงกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.9 ล้านล้านวอน) พร้อมระบุแผนขยายธุรกิจไปสู่การโฮสติ้งคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูง (HPC) สำหรับ AI ควบคู่กับการรักษาศักยภาพขุดบิตคอยน์ไว้
ไอเรน (IREN) ลงนามสัญญาให้บริการคลาวด์ GPU ระยะเวลา 5 ปีกับ ไมโครซอฟท์(MSFT) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 มูลค่าสัญญาราว 9,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 13.7 ล้านล้านวอน) โดยเป็นการให้สิทธิ์เข้าถึงชิป GB300 ของ เอ็นวิเดีย(NVDA) บริษัทระบุว่าจะทยอยติดตั้ง GPU ที่แคมปัสไชลด์เดรส รัฐเท็กซัส กำลังการผลิต 750 เมกะวัตต์ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2026 พร้อมทำสัญญาซื้อขายอุปกรณ์มูลค่าราว 5,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.2 ล้านล้านวอน) กับ เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) เพื่อรองรับแผนดังกล่าว
เทราวูล์ฟ (TeraWulf) เปิดเผยว่าในไตรมาส 1 ปี 2026 บริษัทมีรายได้รวม 34 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.81 หมื่นล้านวอน) โดยรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ HPC คิดเป็น 21 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.97 หมื่นล้านวอน) ผู้บริหารระบุระหว่างการแถลงผลประกอบการว่าโครงสร้างรายได้กำลังเปลี่ยนไปสู่รูปแบบสัญญาระยะยาวที่มั่นคงขึ้น เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากสัญญาลูกค้าระยะยาวเข้ามาต่อเนื่อง
ฮัท8 (Hut 8) ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ว่าเฟส 1 ของแคมปัสศูนย์ข้อมูล AI 'Beacon Point' เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว สัญญามีอายุ 15 ปี เช่าพื้นที่ไอทีขนาด 352 เมกะวัตต์ มูลค่าสัญญาพื้นฐานอยู่ที่ 9,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 13.9 ล้านล้านวอน) บริษัทระบุว่าดีลนี้ทำให้กำลังการผลิตศูนย์ข้อมูล AI ที่มีสัญญาผูกพันเพิ่มเป็น 597 เมกะวัตต์ และมูลค่าสัญญาพื้นฐานรวมทั้งหมดขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 16,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 23.8 ล้านล้านวอน)
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้าของโตเกนโพสต์ (TokenPost) ที่ระบุว่าบริษัทเหมืองในต่างประเทศกำลังถูกประเมินมูลค่าใหม่ในฐานะผู้เล่นระหว่างอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ากับตลาดศูนย์ข้อมูล AI อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการปรับตัวยังแตกต่างกันในแต่ละบริษัท โดย ไรออตแพลตฟอร์มส์(RIOT) ระบุในเอกสารเปิดเผยข้อมูลว่าบริษัทดำเนินธุรกิจทั้งการขุดบิตคอยน์และการให้บริการศูนย์ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับการขุดควบคู่กันไป
ทั้งนี้ยังมีช่องว่างระหว่างมุมมองเชิงวิเคราะห์อุตสาหกรรมของคอยน์แชร์สกับเอกสารผลิตภัณฑ์การเงินจริงของบริษัทเอง หน้าข้อมูลเปิดเผยกองทุน WGMI ของคอยน์แชร์ส ณ วันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ยังคงระบุว่าเป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในบริษัทขุดบิตคอยน์เป็นหลัก สะท้อนว่ามุมมองเชิงอุตสาหกรรมขยายไปไกลกว่าคำอธิบายผลิตภัณฑ์ที่ยังปรับตามไม่ทัน
การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทเหมืองบิตคอยน์กำลังเคลื่อนจากยุคที่ถูกประเมินมูลค่าด้วยราคาบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว ไปสู่ยุคที่ต้องถูกประเมินทั้งด้านการเข้าถึงพลังงาน ฐานลูกค้าระยะยาว และศักยภาพในการดำเนินโครงการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม มูลค่าสัญญาที่ประกาศออกมาจะแปลงเป็นรายได้และกำไรจริงได้หรือไม่ ยังต้องติดตามกำหนดการก่อสร้าง การปฏิบัติตามสัญญา และความเร็วในการจัดหาพลังงานของแต่ละบริษัทต่อไป
ความคิดเห็น 0