ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงพร้อมกันทันทีหลังเปิดตลาดวันที่ 18 โดยดัชนีนาสแด็ก(Nasdaq) ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูงร่วงลง 1.1% ขณะที่แรงขายในหุ้นกลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำกดดันบรรยากาศการซื้อขายช่วงต้นตลาด
เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) BlockBeats รายงานว่า ทันทีหลังเปิดตลาด ดัชนีดาวโจนส์(Dow Jones) ลดลง 0.2% ดัชนีเอสแอนด์พี(S&P) 500 ลดลง 0.5% และดัชนีนาสแด็กลดลง 1.1% ส่วนหุ้นกลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล แซนดิสก์($SNDK) ร่วง 5% และไมครอน เทคโนโลยี($MU) ร่วง 4.6%
หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ก็อ่อนตัวเช่นกัน โดยเมตา($META) ลดลง 1.9% ทั้งนี้มีรายงานว่าเมตากำลังจะเข้าสู่การพิจารณาคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมูลค่าสูงในวันเดียวกัน ขณะที่ไป่ตู้($BIDU) ร่วงลง 9% หลังประกาศผลประกอบการ
Investor's Business Daily รายงานว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยรายงานเดียวกันระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.74% และอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.2% ซึ่งการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวถูกมองว่าเป็นปัจจัยกดดันมูลค่าหุ้นกลุ่มเติบโต
สำหรับนักลงทุนไทย ความผันผวนของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์(AI) ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด โดยแซนดิสก์และไมครอนถูกจัดเป็นหุ้นตัวแทนที่สะท้อนภาวะอุตสาหกรรมหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ทั้งนี้ หุ้นกลุ่ม AI เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน เคยแสดงความผันผวนที่มากกว่าดัชนีโดยรวมในช่วงต้นตลาดสหรัฐฯ มาแล้วก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาช่วงเปิดตลาดเท่านั้น ทิศทางดัชนีและหุ้นรายตัวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะซื้อขายและทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระหว่างวัน
แหล่งที่มาสำหรับตรวจสอบ: ต้นฉบับ BlockBeats https://www.theblockbeats.info/flash/362206, Investor's Business Daily https://www.investors.com/market-trend/stock-market-today/dow-jones-sp500-nasdaq-treasury-yields-nvidia-stock-nvda/
ความคิดเห็น 0