Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

BDC สหรัฐฯ กลับมาออกหุ้นกู้ครึ่งปีแรก 2026 แต่ดอกเบี้ยแยกทางกัน

บริษัทบริหารสินเชื่อเอกชน (private credit) ในเครือบริษัทพัฒนาธุรกิจ (Business Development Company หรือ BDC) ของสหรัฐฯ กลับมาใช้ตลาดหุ้นกู้สาธารณะอีกครั้งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 แบล็คสโตน ไพรเวท เครดิต ฟันด์ (Blackstone Private Credit Fund หรือ BCRED) และบลูโอวล์ เทคโนโลยี ไฟแนนซ์ (Blue Owl Technology Finance Corp.) ยังคงออก 'หุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน' อย่างต่อเนื่อง แต่เงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยกลับแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท

คริปโตบรีฟฟิ่ง (Crypto Briefing) รายงานว่า BCRED ระดมทุนได้ 750 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บลูโอวล์ เทคโนโลยี ไฟแนนซ์ ระดมทุนได้ 400 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการออกหุ้นกู้ล่าสุดที่ปรากฏในเอกสารเปิดเผยของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) กลับมีตัวเลขและวันที่ไม่ตรงกันทั้งหมด

ตามเอกสารของ SEC ระบุว่า BCRED ออกหุ้นกู้มูลค่า 700 ล้านดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย 5.350% ครบกำหนดปี 2031 เมื่อวันที่ 12 มกราคม และเมื่อวันที่ 22 เมษายน ได้ทำสัญญารับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นกู้มูลค่า 850 ล้านดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย 5.950% ครบกำหนดปี 2031 เช่นกัน

ด้านบลูโอวล์ เทคโนโลยี ไฟแนนซ์ เปิดเผยการออกหุ้นกู้มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย 6.125% ครบกำหนดปี 2031 เมื่อวันที่ 23 มกราคม ส่วนเอกสารเสนอขายเดือนมิถุนายนระบุหุ้นกู้อีกชุดมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย 6.500% ครบกำหนดปี 2029

ยังมีอีกกรณีหนึ่งในเครือบลูโอวล์ที่ระดมทุนได้ 400 ล้านดอลลาร์เช่นกัน แต่เป็นคนละบริษัท โดยรอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อเดือนเมษายนว่า บลูโอวล์ แคปิตอล คอร์ป (Blue Owl Capital Corp. หรือ OBDC) ออกหุ้นกู้มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย 6.450% ครบกำหนดปี 2028 ซึ่งเป็นนิติบุคคลคนละแห่งกับบลูโอวล์ เทคโนโลยี ไฟแนนซ์

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่ระดมได้ แต่อยู่ที่ 'เงื่อนไข' เพราะแม้จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจ BDC เดียวกัน แต่ระยะเวลาครบกำหนด อัตราดอกเบี้ย และส่วนต่างเครดิต (spread) กลับแตกต่างกันไป นักลงทุนจึงต้องประเมินแยกตามขนาดและพอร์ตสินทรัพย์ของแต่ละบริษัทผู้ออกหุ้นกู้

รอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ในตลาดหุ้นกู้ BDC สถาบันปล่อยกู้ขนาดเล็กต้องแบกรับส่วนต่างเครดิตที่กว้างกว่า สะท้อนว่าแม้ BDC ที่ปล่อยกู้ให้ธุรกิจขนาดกลางจะยังสามารถระดมทุนผ่านหุ้นกู้สาธารณะได้ แต่นักลงทุนกลับพิจารณาความมั่นคงของสินทรัพย์และช่องทางเข้าถึงเงินทุนอย่างเข้มงวดมากขึ้น

BDC คือบริษัทลงทุนแบบปิด (closed-end investment company) ในสหรัฐฯ ที่ปล่อยกู้หรือลงทุนในหุ้นของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นหลัก โดยทั่วไปจะระดมทุนผ่านการกู้ยืมจากธนาคาร การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (securitization) และหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันควบคู่กันไป ก่อนนำผลตอบแทนจากการลงทุนกลับคืนสู่นักลงทุนในรูปเงินปันผล

ส่วนตลาดสินเชื่อเอกชน (private credit) คือตลาดที่จัดหาเงินทุนนอกระบบธนาคารให้กับบริษัทที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยาก เนื่องจากสินทรัพย์สินเชื่อประเภทนี้ไม่สามารถซื้อขายในตลาดเปิดได้โดยตรง ประเด็นเรื่องสภาพคล่อง วิธีการประเมินมูลค่า และเพดานการไถ่ถอนจึงกลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญควบคู่กันไป

ช่วงต้นปี 2026 ตลาดสินเชื่อเอกชนเผชิญทั้งแรงกดดันด้านการไถ่ถอนและข้อโต้แย้งเรื่องการประเมินมูลค่าไปพร้อมกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่าแรงกดดันด้านการไถ่ถอนในตลาดสินเชื่อเอกชนเพิ่มสูงขึ้น หลังบลูโอวล์เปิดเผยว่ามีคำขอไถ่ถอนเพิ่มขึ้นในกองทุน BDC ที่ไม่ได้จดทะเบียนบางส่วน ขณะที่แบล็คสโตน ไพรเวท เครดิต ฟันด์ก็ตกเป็นที่จับตาจากคำขอไถ่ถอนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านการไถ่ถอนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าตลาดหุ้นกู้สาธารณะปิดตัวลงทั้งหมด เพราะ BDC ในเครือบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ยังคงออกหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันได้ต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนว่านักลงทุนเลือกจัดสรรเงินทุนตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ มากกว่าจะหลีกเลี่ยงทั้งอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน

แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการกลับมาออกหุ้นกู้สาธารณะครั้งนี้คือสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดสินเชื่อเอกชนทั้งระบบ เพราะบริษัทที่ยังออกหุ้นกู้ได้กับบริษัทที่ต้องแบกรับส่วนชดเชยความเสี่ยง (risk premium) สูงกว่านั้นแยกออกจากกันชัดเจน ขณะที่ปัญหาการไถ่ถอนและการประเมินมูลค่าก็ยังคงเป็นประเด็นค้างคาอยู่

สำหรับนักลงทุนไทย ความเคลื่อนไหวของส่วนชดเชยความเสี่ยง (risk premium) ในตลาดสินเชื่อเอกชนต่างประเทศและตลาดเครดิตโลกถือเป็นตัวแปรที่ควรจับตา เพราะเงื่อนไขหุ้นกู้ของ BDC สหรัฐฯ สะท้อนต้นทุนการระดมทุนของบริษัทบริหารสินเชื่อเอกชนโดยตรง และต้นทุนที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อทั้งความสามารถในการจ่ายเงินปันผลและเงื่อนไขการปล่อยกู้ใหม่ในอนาคต

เท่าที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ แบล็คสโตน ไพรเวท เครดิต ฟันด์ และบลูโอวล์ เทคโนโลยี ไฟแนนซ์ ยังคงออกหุ้นกู้ต่อเนื่องตลอดครึ่งปีแรกของปี 2026 ส่วนตัวเลขระดมทุนที่มีการระบุ ณ วันที่ 17 สิงหาคม เป็นข้อมูลที่ยังต้องตรวจสอบเทียบกับเอกสารเปิดเผยเพิ่มเติมต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1