เงินฝากที่นักลงทุนเกาหลีใต้พักไว้ในบัญชีหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านล้านวอนภายในวันเดียว ดันยอดรวมกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 104 ล้านล้านวอน ขณะที่ดัชนีคอสปี้(KOSPI) แตะระดับ 7,200 จุดในระหว่างวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ก่อนจะปิดตลาดในแดนลบ ท่ามกลางเงินทุนที่รอเข้าลงทุนในตลาดหุ้นและตัวเลขการลงทุนด้วยเงินกู้ที่ขยับขึ้นพร้อมกัน
เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) สมาคมการลงทุนทางการเงินเกาหลี (Korea Financial Investment Association) เปิดเผยว่า ยอดเงินฝากของนักลงทุนที่บริษัทหลักทรัพย์ในประเทศ ณ วันที่ 18 อยู่ที่ 104.755 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 4.0447 ล้านล้านวอนจากวันที่ 14 ซึ่งเป็นวันทำการก่อนหน้า ทำให้ยอดรวมทะลุระดับ 100 ล้านล้านวอนไปมาก
เงินฝากนักลงทุน หมายถึงเงินสดที่ยังคงค้างอยู่ในบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ แต่ยังไม่ถูกนำไปซื้อหุ้น เนื่องจากสามารถนำไปใช้ซื้อหุ้นได้ทันที ตัวเลขนี้จึงถูกใช้เป็น 'ดัชนีเงินทุนรอเข้าลงทุน' ในตลาดหุ้น
ด้านดัชนีคอสปี้ปิดตลาดวันที่ 18 ที่ 6,869.83 จุด ลดลง 108.11 จุด หรือ 1.55% จากวันทำการก่อนหน้า ทั้งที่ระหว่างวันดัชนีเคยฟื้นตัวขึ้นไปแตะระดับ 7,200 จุดได้ ก่อนจะกลับมาอ่อนตัวลงในช่วงท้ายตลาด
โดยทั่วไปเงินฝากนักลงทุนจะเคลื่อนไหวเป็นหลักล้านล้านวอนเมื่อมีเหตุการณ์เงินทุนไหลเข้าเฉพาะ เช่น การจองซื้อหุ้น IPO แต่ในการรายงานครั้งนี้ ยอดเงินฝากเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านล้านวอน ทั้งที่ไม่มีปัจจัยการจองซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่ชัดเจน จึงถือเป็นจุดที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของเงินฝากบ่งชี้เพียง 'ขนาดของเงินทุนที่รอซื้อหุ้น' เท่านั้น ส่วนเงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปซื้อหุ้นจริงหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบผ่านตัวเลขอุปสงค์-อุปทานอื่นแยกต่างหาก
ฝั่งเงินลงทุนด้วยการกู้ยืมก็ขยับตัวเช่นกัน ยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการลงทุนอยู่ ณ วันที่ 18 ที่ 31.1045 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 237,000 ล้านวอนจากวันทำการก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนนี้
สินเชื่อเพื่อการลงทุนถือเป็นดัชนีที่ใช้วัดขนาดการลงทุนด้วยเงินกู้ของนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากเป็นการทำธุรกรรมที่นักลงทุนกู้เงินจากบริษัทหลักทรัพย์มาซื้อหุ้น ยอดคงค้างที่เพิ่มขึ้นจึงสะท้อนว่าความต้องการลงทุนแบบใช้เลเวอเรจปรับตัวสูงขึ้น
ธุรกรรมซื้อขายแบบเชื่อเงินระยะสั้นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ยอดเงินค้างชำระจากการซื้อขายแบบมอบหมายอยู่ที่ 920,200 ล้านวอน เพิ่มขึ้นจาก 867,000 ล้านวอนในวันทำการก่อนหน้า
เมื่อเทียบกับช่วงที่ยอดเงินค้างชำระเคยลดลงไปอยู่ที่ 867,000 ล้านวอนในการรายงานครั้งก่อน ถือว่าทิศทางพลิกกลับภายในเวลาเพียงวันเดียว ทั้งนี้ มูลค่าการบังคับขายหุ้นจากกรณีไม่ชำระเงินค้างอยู่ที่ 6,400 ล้านวอน คิดเป็นสัดส่วน 0.7% ของยอดเงินค้างชำระทั้งหมด
เงินฝากนักลงทุน สินเชื่อเพื่อการลงทุน และเงินค้างชำระ ล้วนเป็นดัชนีเสริมที่ใช้อ่านทิศทางเงินทุนของนักลงทุนรายย่อย การที่ทั้งสามตัวเลขเพิ่มขึ้นพร้อมกันในวันเดียวกัน อาจตีความได้ว่าพื้นที่การเข้าร่วมตลาดของนักลงทุนรายย่อยกว้างขึ้น
กระนั้น ตัวเลขทั้งสามชุดนี้ยังไม่สามารถใช้ฟันธงทิศทางดัชนีหรือการตัดสินใจลงทุนได้ เนื่องจากดัชนีคอสปี้เมื่อวันที่ 18 แสดงทั้งความแข็งแกร่งระหว่างวันและความอ่อนตัวช่วงปิดตลาดในเวลาเดียวกัน จึงจำเป็นต้องติดตามเงินฝากนักลงทุน ยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการลงทุน และอุปสงค์-อุปทานการซื้อขายจริงในวันทำการถัดไปประกอบกันด้วย
ความคิดเห็น 0