Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) เข้าเงื่อนไขเทขาย 8 ใน 12 ตัวชี้วัด แต่ยังไม่ยืนยันจุดต่ำสุด

รายงานตลาดที่มีเครื่องหมายถูกและเหรียญบิตคอยน์ / TokenPost.ai (mono)

บิตคอยน์(BTC) เข้าเงื่อนไข 8 ใน 12 ตัวชี้วัดภาวะเทขาย (capitulation) ที่แวนเอ็ค(VanEck) ติดตามอยู่ สัญญาณนี้อาจบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าใกล้โซนจุดต่ำสุดของตลาดหมีในเชิงประวัติศาสตร์ แต่นักวิเคราะห์ย้ำว่ายังไม่ได้แปลว่าราคาผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

คอยน์เดสก์(CoinDesk) รายงานโดยอ้างอิงรายงานฉบับล่าสุดของแวนเอ็ค ระบุว่าขณะนี้บิตคอยน์เข้าเงื่อนไข 8 ใน 12 ตัวชี้วัดภาวะเทขายของตลาด และในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ตัวชี้วัดทั้ง 12 ตัวเคยเข้าเงื่อนไขพร้อมกันมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

ตัวชี้วัดภาวะเทขายที่แวนเอ็คใช้เป็นเครื่องมือประเมินตำแหน่งของตลาดในช่วงที่มีการเทขายรุนแรง โดยครอบคลุมปัจจัยต่างๆ อาทิ ระดับราคาที่ร่วงลงจากจุดสูงสุด ความสามารถในการทำกำไรของนักขุด (miner) และสัดส่วนผู้ถือครองที่ขาดทุน

ประเด็นสำคัญคือการแยกระหว่าง 'สัญญาณใกล้จุดต่ำสุด' กับ 'การยืนยันจุดต่ำสุด' แวนเอ็คระบุว่าตัวชี้วัดปัจจุบันสะท้อนว่าตลาดกำลังเคลื่อนเข้าใกล้โซนจุดต่ำสุดของตลาดหมีในอดีต แต่เพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอจะสรุปว่าราคาผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

โดยทั่วไป ภาวะเทขาย หมายถึงช่วงที่นักลงทุนทนแรงกดดันจากการขาดทุนไม่ไหวจนต้องเทขายและยอมรับผลขาดทุนตามจริง ยิ่งตัวชี้วัดจำนวนมากถูกกระตุ้น ยิ่งตีความได้ว่าแรงกดดันในตลาดสะสมมากขึ้น แต่เครื่องมือนี้ไม่ได้บอกจังหวะการฟื้นตัวระยะสั้นแต่อย่างใด

ในอดีต จุดต่ำสุดสำคัญของบิตคอยน์มักเกิดขึ้นหลังราคาร่วงลงอย่างหนัก แวนเอ็คระบุว่าในสี่ครั้งก่อนหน้าที่เกิดจุดต่ำสุดใหญ่ บิตคอยน์เคยร่วงลงสูงสุดราว 94%, 85%, 84% และ 78% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างตลาดในช่วงเวลาดังกล่าวแตกต่างจากปัจจุบัน รายงานระบุว่าตลาดหมีในอดีตยังไม่มีฐานเงินทุนไหลเข้าจากกองทุน ETF บิตคอยน์แบบ spot และสัดส่วนการถือครองของสถาบันยังมีขนาดเล็ก ขณะเดียวกันยังมีแรงกระแทกใหญ่ๆ เข้ามาซ้ำ เช่น กรณีเซลเซียส(Celsius) และ FTX

ในรอบวัฏจักรนี้ ETF แบบ spot และการถือครองของสถาบันถูกยกเป็นตัวแปรใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้ตัวชี้วัดขาลงชุดเดียวกันจะถูกกระตุ้น แต่โครงสร้างเงินทุนภายในตลาดและปัจจัยกระแทกก็ไม่เหมือนในอดีต

ในมิติของเวลา ก็ยังต้องติดตามเพิ่มเติม แวนเอ็ควิเคราะห์วัฏจักรบิตคอยน์ที่ครบรอบสมบูรณ์แล้ว 4 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2011 พบว่าโดยเฉลี่ยตลาดหมีใช้เวลาราว 11 เดือนจากจุดสูงสุดไปจนถึงจุดต่ำสุด

หากไม่นับวัฏจักรพิเศษของปี 2011 ระยะเวลาเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว 12.7 เดือน ขณะที่บิตคอยน์ในปัจจุบันถูกจัดว่าอยู่ในช่วงขาลงมาแล้วเป็นเดือนที่ 10 นับจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025

จากการคำนวณนี้ แวนเอ็คระบุกรอบเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาต่อไป ทั้งนี้ ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าราคาจะปรับขึ้นหรือจุดต่ำสุดจะได้รับการยืนยัน แต่เป็นการวิเคราะห์เชิงเวลาที่เทียบวัฏจักรในอดีตกับตัวชี้วัดปัจจุบันเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงาน กรณีที่ตัวชี้วัดการยอมจำนนของตลาด (capitulation) ของแวนเอ็ค 8 ใน 12 ตัวทำงานพร้อมกันในตลาดบิตคอยน์ ซึ่งขณะนั้นก็มีการพูดถึงประเด็นจุดต่ำสุดเช่นกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ายังเร็วเกินไปที่จะถือเป็นหลักฐานยืนยันจุดต่ำสุดของราคา

รายงานฉบับนี้ยังระบุชัดว่าไม่ควรใช้ตัวชี้วัดภาวะเทขายเป็นสัญญาณซื้อขายระยะสั้น แวนเอ็คอธิบายว่าตัวชี้วัดเหล่านี้มีประโยชน์มากกว่าสำหรับนักลงทุนระยะยาวในการประเมินตำแหน่งของวัฏจักรตลาด และจากข้อมูลในอดีต ความแตกต่างของการใช้ตัวชี้วัดมักปรากฏชัดในกรอบเวลาระดับปีเป็นหลัก

สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นการแยกระหว่างสัญญาณกับการยืนยันนี้ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แม้ตัวชี้วัดปัจจุบันจะสะท้อนว่าแรงกดดันในตลาดบิตคอยน์สะสมมาพอสมควรแล้ว แต่โครงสร้างใหม่อย่าง ETF แบบ spot และการถือครองของสถาบันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต่างจากตลาดหมีในอดีตหรือไม่ ยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1