กรมสรรพากรเกาหลีใต้ (National Tax Service) ระดมเจ้าหน้าที่ราว 140 คน เข้าตรวจสอบภาษีพิเศษของเคบีคุกมินแบงก์ (KB Kookmin Bank) พร้อมยึดเอกสารใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ ฝ่ายธุรการทั่วไป และฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ทำให้แวดวงการเงินเกาหลีใต้ตีความเป้าหมายและเบื้องหลังการตรวจสอบครั้งนี้แตกต่างกันไป
สำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานเมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) ว่า กองสอบสวนที่ 4 ของสำนักงานสรรพากรภาคกรุงโซล (Seoul Regional Tax Office) ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นอาคารสำนักงานใหม่ของเคบีคุกมินแบงก์ ย่านยองดึงโพ กรุงโซล ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 13 และดำเนินการตรวจสอบต่อเนื่องมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ ตอนแรกมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจมีประมาณ 30 คน แต่ภายหลังพบว่าจำนวนจริงอยู่ที่ราว 140 คน
กองสอบสวนที่ 4 ขึ้นชื่อว่าเป็นหน่วยงานที่ดูแลการตรวจสอบภาษีแบบไม่ประจำการหรือกรณีพิเศษ มากกว่าการตรวจสอบตามวาระปกติ และมักรับผิดชอบคดีใหญ่ที่มีความละเอียดอ่อนสูง จึงทำให้ภาคธุรกิจและแวดวงการเงินมองว่าการเข้าตรวจครั้งนี้เป็นเรื่อง 'หนัก' กว่าปกติ
จุดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในการตรวจสอบครั้งนี้คือฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ โดย Yonhap Infomax ระบุว่ากรมสรรพากรเน้นยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเคบี แบงก์ อินโดนีเซีย (KB Bank Indonesia) ซึ่งเดิมคือธนาคารบูโคปิน (Bank Bukopin)
เคบีคุกมินแบงก์เข้าซื้อหุ้นธนาคารบูโคปินสัดส่วน 22% เมื่อปี 2018 ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ก่อนจะเข้าร่วมเพิ่มทุนต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อเสริมฐานทุน โดยมีรายงานว่าเม็ดเงินที่ทุ่มลงทุนรวมแล้วเกือบ 2 ล้านล้านวอน แต่จนถึงตอนนี้เคบี แบงก์ อินโดนีเซียยังคงขาดทุนต่อเนื่อง
ผลประกอบการครึ่งปีแรกของเคบี แบงก์ อินโดนีเซียพบว่าขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ที่ 2.9 พันล้านวอน แม้จะมีการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ลดจำนวนพนักงานและสาขาไปพร้อมกัน แต่ผลประกอบการยังฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด
ก่อนหน้านี้สำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (Financial Supervisory Service, FSS) เคยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการลงทุนในเคบี แบงก์ อินโดนีเซียและระบบควบคุมภายในของธนาคารมาแล้ว โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา FSS ได้แจ้งข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะด้านการบริหารจัดการหลายรายการไปยังเคบีคุกมินแบงก์ พร้อมตรวจสอบว่าการศึกษาตลาดท้องถิ่น การประมาณการทางการเงิน และการวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนเข้าลงทุนในอินโดนีเซียเพียงพอหรือไม่
ในฝ่ายธุรการทั่วไป มีรายงานว่าเอกสารสัญญาจัดซื้อจัดจ้างด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ถูกนำไปตรวจสอบด้วย โดยหน่วยงานภาษีกำลังตรวจสอบขั้นตอนทำสัญญาและรายละเอียดการทำธุรกรรม แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อสงสัยที่ชัดเจนหรือข้อสรุปใดๆ ออกมา
ส่วนฝ่ายทรัพยากรบุคคล มีรายงานว่าความเหมาะสมของการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงและค่าที่ปรึกษาของอดีตผู้บริหารที่เกษียณไปแล้ว ก็อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบเช่นกัน ก่อนหน้านี้ในการตรวจสอบภาษีพิเศษของฮานาไฟแนนเชียลกรุ๊ป (Hana Financial Group) และธนาคารฮานา (Hana Bank) ก็เคยมีประเด็นค่าตอบแทนผู้บริหาร ค่าที่ปรึกษาผู้เกษียณ และเส้นทางเงินทุนระหว่างบริษัทในเครือถูกหยิบยกขึ้นมาเช่นกัน
จังหวะเวลาของการตรวจสอบครั้งนี้ก็เป็นอีกประเด็นที่ทำให้หลายฝ่ายจับตา เนื่องจากเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป (KB Financial Group, KB) กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกประธานคนใหม่
คณะกรรมการสรรหาประธานของเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ปได้คัดกรองรายชื่อผู้สมัครไว้แล้ว โดยผู้สมัครภายในที่ถูกกล่าวถึงได้แก่ หยาง จงฮี (Yang Jong-hee) ประธานเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ปคนปัจจุบัน, อี แจกึน (Lee Jae-keun) หัวหน้าฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ บริหารความมั่งคั่งและ SME ของเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป, อี ชางกวอน (Lee Chang-kwon) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อนาคตของเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป และอี ฮวานจู (Lee Hwan-joo) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเคบีคุกมินแบงก์
กำหนดการคัดเลือกประธานคนใหม่ถูกวางไว้ชัดเจนแล้ว คณะกรรมการสรรหาจะสัมภาษณ์รอบแรกในวันที่ 27 เพื่อคัดเหลือผู้สมัคร 3 คน ก่อนสัมภาษณ์เชิงลึกรอบสองในวันที่ 11 กันยายน เพื่อสรุปตัวผู้สมัครสุดท้ายเพียง 1 คน
ผู้สมัครที่ได้รับเลือกจะต้องผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเดือนพฤศจิกายน แม้ในตอนนี้ยังยากที่จะสรุปว่าผลการตรวจสอบภาษีจะเชื่อมโยงโดยตรงกับกระบวนการคัดเลือกประธานหรือไม่ แต่เนื่องจากผู้สมัครภายในบางรายมีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายงานที่ถูกตรวจสอบอยู่บ้าง จึงทำให้แวดวงการเงินให้ความสนใจมากขึ้น
นอกจากนี้ กำหนดการตรวจสอบของ FSS ก็เข้ามาทับซ้อนในช่วงเวลาเดียวกันด้วย โดยมีรายงานว่าการตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากรเริ่มขึ้นทันทีหลังจาก FSS เข้าตรวจสอบเบื้องต้น (pre-inspection) ก่อนการตรวจสอบใหญ่ประจำปีของเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ปและเคบีคุกมินแบงก์
แวดวงการเงินเกาหลีใต้กำลังจับตาว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรต่อความเสี่ยงด้านภาษี ระบบบริหารจัดการบริษัทลูกในต่างประเทศ และการหารือเรื่องโครงสร้างธรรมาภิบาลของเคบีคุกมินแบงก์ ขณะที่คณะกรรมการสรรหาจะสัมภาษณ์รอบแรกในวันที่ 27 นี้ ก่อนสรุปผู้สมัครสุดท้ายเพียง 1 คนในวันที่ 11 กันยายน
ความคิดเห็น 0