ธนาคารพาณิชย์เกาหลีใต้ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเคบีคุกมิน(KB Kookmin Bank) ธนาคารชินฮัน(Shinhan Bank) ธนาคารอูรี(Woori Bank) และธนาคารไอบีเคเกาหลี(IBK Industrial Bank of Korea) เปิดเผยมูลค่าความเสียหายจากคดีฉ้อโกงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก รวมทั้งสิ้น 49,000 ล้านวอน โดยธนาคารเคบีคุกมินยื่นรายงานฉบับใหม่ ขณะที่อีกสามแห่งยื่นแก้ไขตัวเลขเดิม ในวันเดียวกัน
สำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานว่า ธนาคารทั้งสี่แห่งเปิดเผยเหตุการณ์ฉ้อโกงทางการเงินที่เกิดจากบุคคลภายนอกเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ทั้งนี้ ยอดความเสียหายของบางธนาคารปรับเพิ่มขึ้น หลังพบมูลค่าความเสียหายเพิ่มเติมระหว่างการตรวจสอบภายในและการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ธนาคารเคบีคุกมินระบุว่า เกิดเหตุฉ้อโกงเงินกู้มูลค่า 3,600 ล้านวอน จากการสมคบคิดกันระหว่างบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้ซื้อคอนโดปลอม ช่วงเวลาที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างเดือนกันยายน 2023 ถึงเดือนธันวาคม 2024 รวมประมาณ 15 เดือน
สาขาที่ปล่อยสินเชื่อดังกล่าวตรวจพบความผิดปกติระหว่างการตรวจสอบภายหลังและกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ จึงแจ้งเหตุต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า พบเหตุฉ้อโกงทางการเงินจากบุคคลภายนอกที่สาขาธนาคารเคบีคุกมิน มูลค่าประมาณ 3,577.9 ล้านวอน
เจ้าหน้าที่ธนาคารเคบีคุกมินกล่าวว่า “เป็นคดีฉ้อโกงเงินกู้ที่เกิดจากการสมคบคิดกันระหว่างบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้ซื้อคอนโดปลอม เพื่อหลอกลวงสถาบันการเงิน” และว่า “หน่วยงานสอบสวนกำลังดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอยู่ในขณะนี้” มูลค่าความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงหลังหักส่วนที่คาดว่าจะเรียกคืนได้ ยังไม่ได้ข้อสรุป
ธนาคารชินฮันยื่นแก้ไขตัวเลขความเสียหายจากคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก เป็น 17,300 ล้านวอน จากที่รายงานครั้งแรกในเดือนธันวาคมปีที่แล้วที่ประมาณ 3,000 ล้านวอน ก่อนปรับเพิ่มเป็น 7,000 ล้านวอนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ธนาคารชินฮันระบุว่า ตัวเลขที่ปรับเพิ่มมาจากการตรวจสอบภายในและการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พบมูลค่าความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อเทียบกับตัวเลขที่รายงานครั้งแรก เพิ่มขึ้นถึง 14,300 ล้านวอน
เจ้าหน้าที่ธนาคารชินฮันกล่าวว่า “ยังไม่สามารถระบุมูลค่าความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างชัดเจน” และว่า “ธนาคารให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ พร้อมพยายามเรียกคืนเงินกู้ผ่านการขายหลักประกันและมาตรการคุ้มครองสิทธิเจ้าหนี้” โดยมาตรการคุ้มครองสิทธิเจ้าหนี้ หมายถึงกระบวนการรักษาสิทธิของเจ้าหนี้ผ่านหลักประกัน เพื่อให้สามารถเรียกคืนเงินกู้ได้
ธนาคารอูรีปรับแก้ตัวเลขความเสียหายจากที่เคยรายงานไว้ 4,000 ล้านวอนเมื่อเดือนมิถุนายน เป็น 9,900 ล้านวอน โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกที่ยื่นเอกสารปลอมเพื่อฉ้อโกง
ช่วงเวลาที่เกิดเหตุตามที่ธนาคารอูรีเปิดเผยขยายจากเดิมที่ระบุเพียงเดือนสิงหาคม 2024 เป็นช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 ถึงเดือนเมษายน 2025 ทำให้มูลค่าความเสียหายที่เปิดเผยเพิ่มขึ้น 5,900 ล้านวอนจากตัวเลขเดิม
ธนาคารไอบีเคเกาหลีปรับตัวเลขความเสียหายจาก 4,800 ล้านวอนที่เคยรายงานไว้เมื่อเดือนมิถุนายน เป็น 18,200 ล้านวอน คิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 13,400 ล้านวอน
คดีของธนาคารอูรีและธนาคารไอบีเคเกาหลี อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมด ทั้งนี้ ประเด็นหลักของการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของพนักงานภายในธนาคาร แต่เป็นการฉ้อโกงที่กระทำโดยบุคคลภายนอก
มูลค่าความเสียหายที่ธนาคารเปิดเผยต่อสาธารณะ เป็นมูลค่าที่ตรวจพบว่าเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง ไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นความเสียหายจริงทั้งหมด เนื่องจากมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับผลของการขายหลักประกัน การเรียกคืนเงินกู้ และมาตรการคุ้มครองสิทธิเจ้าหนี้
โดยทั่วไป กระบวนการพิจารณาสินเชื่อจะตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ มูลค่าหลักประกัน และความถูกต้องของเอกสารที่ยื่นประกอบ หลังจากปล่อยสินเชื่อแล้ว ธนาคารจะติดตามตรวจสอบว่าเงินทุนถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ตกลงไว้หรือไม่ และมีการชำระคืนตามปกติหรือไม่
สรุปมูลค่าความเสียหายจากคดีฉ้อโกงทางการเงินที่ธนาคารทั้งสี่แห่งเปิดเผย ได้แก่ △ธนาคารเคบีคุกมิน 3,600 ล้านวอน △ธนาคารชินฮัน 17,300 ล้านวอน △ธนาคารอูรี 9,900 ล้านวอน และ △ธนาคารไอบีเคเกาหลี 18,200 ล้านวอน ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงยังไม่ได้รับการยืนยัน และการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินอยู่
ความคิดเห็น 0