กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาตินอร์เวย์ โกลบอล (Government Pension Fund Global) ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์ ได้ประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยการจำลองสถานการณ์ที่มูลค่ากองทุนอาจลดลงถึง 35% หากการลงทุนใน AI ไม่สามารถสร้างการเพิ่มผลิตภาพได้ตามที่คาดไว้ ตัวเลข 35% นี้ไม่ใช่การคาดการณ์ตลาด แต่เป็นตัวเลขจากการทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) ที่ใช้เตรียมรับมือสถานการณ์รุนแรงที่สุดเท่านั้น
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 29 มกราคม (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า นิโคไล แทงเงน(Nicolai Tangen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของนอร์เกส แบงก์ อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ (Norges Bank Investment Management) หรือ NBIM ระบุว่าการปรับฐานของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และความแตกแยกของเศรษฐกิจโลกเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา ทั้งนี้ NBIM คือหน่วยงานที่บริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาตินอร์เวย์ โกลบอล
รายงานประจำปี 2025 ของ NBIM ระบุว่าการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา และบริษัท AI เพียงไม่กี่แห่งครองสัดส่วนการลงทุนจำนวนมาก รายงานวิเคราะห์ว่าหากการลงทุนใน AI ไม่สามารถสร้างการเพิ่มผลิตภาพได้ตามคาด ตลาดหุ้นอาจเผชิญการปรับฐานอย่างรุนแรง และความคาดหวังด้านการเติบโตก็อาจอ่อนแรงลงตามไปด้วย
ตัวเลขมูลค่ากองทุนที่ลดลง 35% มาจากสถานการณ์สมมติกรณีการปรับฐานของ AI ดังกล่าว การทดสอบภาวะวิกฤตเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ใช้วัดความเสียหายซึ่งอาจเกิดกับสินทรัพย์จากแรงกระแทกรุนแรงของตลาด มากกว่าจะเป็นการคาดการณ์โอกาสที่จะเกิดขึ้นจริง
ในอีกสถานการณ์หนึ่งที่เศรษฐกิจโลกแตกออกเป็นหลายกลุ่ม (fragmentation) NBIM ประเมินว่ามูลค่ากองทุนอาจลดลงถึง 37% ซึ่งมาจากสมมติฐานที่กำแพงภาษีขยายวงกว้างขึ้น มาตรการจำกัดการลงทุนเข้มงวดขึ้น และส่วนชดเชยความเสี่ยง (risk premium) ปรับสูงขึ้นพร้อมกัน ทำให้ความเสียหายในสถานการณ์นี้มากกว่ากรณีการปรับฐานของ AI
การวิเคราะห์ครั้งนี้มีนัยสำคัญ เนื่องจากมาจากสถาบันการลงทุนขนาดใหญ่ที่ถือครองหุ้นจดทะเบียนทั่วโลกราว 1.5% โดยข้อมูลแนะนำองค์กรของ NBIM ระบุขนาดกองทุนไว้ที่ประมาณ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์
ณ สิ้นปี 2025 กองทุนลงทุนในบริษัททั้งหมด 7,201 แห่ง ด้วยขอบเขตการถือครองหุ้นที่กว้างขวางเช่นนี้ การปรับฐานราคาของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัวก็อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่ารวมของกองทุนได้เช่นกัน
ในทางกลับกัน กองทุนนอร์เวย์เองก็ได้รับประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI เช่นกัน โดยผลตอบแทนรวมของปี 2025 อยู่ที่ 15.1% ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นอยู่ที่ 19.3%
รายงานประจำปีระบุว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทต่างๆ ประกอบกับมุมมองเชิงบวกต่อ AI เป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น โดยเอ็นวิเดีย(NVDA), อัลฟาเบท(Alphabet) และบรอดคอม(Broadcom) เป็นสามหุ้นรายตัวที่สร้างผลตอบแทนให้กองทุนมากที่สุดในปี 2025
จุดสำคัญของสถานการณ์สมมตินี้อยู่ที่การประเมินว่าความคาดหวังต่อ AI สะท้อนอยู่ในราคาสินทรัพย์มากน้อยเพียงใด มากกว่าจะเป็นการตั้งคำถามต่อประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริงของเทคโนโลยี AI ก่อนหน้านี้ เรย์ ดาลิโอ(Ray Dalio) เคยเตือนในทำนองเดียวกันว่าการเติบโตของเทคโนโลยี AI กับผลตอบแทนการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องเป็นคนละเรื่องกัน แต่คำเตือนของดาลิโอไม่ได้พุ่งเป้าไปที่บิตคอยน์(BTC) หรืออีเธอเรียม(ETH) โดยตรง
ขณะเดียวกัน NBIM เองก็ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน แม้จะจับตาความเสี่ยงด้านราคาของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ไปพร้อมกัน โดยรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ว่า ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา องค์กรแห่งนี้ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) คัดกรองความเสี่ยงด้านแรงงานบังคับ การทุจริต และการฉ้อโกงของหุ้นที่จะเข้าลงทุนใหม่
กล่าวได้ว่า NBIM มองสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นทั้งปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง และเป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์บริษัทและบริหารความเสี่ยงไปพร้อมกัน ซึ่งสะท้อนแนวโน้มที่นักลงทุนสถาบันแยกการประเมินประสิทธิภาพด้านผลิตภาพของเทคโนโลยี AI ออกจากความเหมาะสมของราคาสินทรัพย์
รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2026 ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ก็ชี้ให้เห็นว่ากระแสหุ้น AI และหุ้นเทคโนโลยียังคงส่งผลต่อผลประกอบการของกองทุนอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาตินอร์เวย์ โกลบอล ทำผลตอบแทนในครึ่งปีแรกได้ 9.4% ส่งผลให้มูลค่ากองทุนเพิ่มขึ้นเป็น 22.683 ล้านล้านโครนนอร์เวย์
แทงเงนกล่าวว่าผลงานในครึ่งปีแรกได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้น โดยเฉพาะผลตอบแทนที่ดีของหุ้นเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้สถานการณ์สมมติกรณีการปรับฐานของ AI ไม่ใช่สัญญาณให้ขายสินทรัพย์ในทันที แต่เป็นผลลัพธ์จากการบริหารความเสี่ยงที่วัดขนาดความเสียหายล่วงหน้าจากการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีและความคาดหวังที่อาจอ่อนแรงลง
การปรับฐานของหุ้นกลุ่ม AI อาจส่งผลทางอ้อมต่อบรรยากาศการลงทุนและสภาพคล่องของสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ครั้งนี้ของ NBIM ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตลาดคริปโตโดยตรง และไม่ได้ระบุผลกระทบที่จะส่งต่อไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0