Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

750 ล้านดอลลาร์: มาราธอน ดิจิทัลเปิดเผยเงินกู้ค้ำด้วยบิตคอยน์(BTC) 18,750 เหรียญ

ภาพบรรยากาศโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพื้นที่อุตสาหกรรม / TokenPost.ai

มาราธอน ดิจิทัล (MARA Holdings·$MARA) เปิดเผยว่าเงินต้นเงินกู้ที่ใช้บิตคอยน์(BTC) 18,750 เหรียญเป็นหลักประกันมีมูลค่ารวม 750 ล้านดอลลาร์ โดยเงินทุนใหม่จะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัทและขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์(AI)และพลังงาน

มาสบิต(Masbit) รายงานเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) โดยอ้างอิงเอกสารยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC)ในไตรมาสล่าสุดของมาราธอน ดิจิทัลว่า เงินกู้ที่ค้ำประกันด้วยบิตคอยน์ทั้งสองรายการถูกเบิกใช้ครบแล้ว ทั้งนี้เงินกู้ดังกล่าวประกอบด้วยทั้งวงเงินสินเชื่อเดิมที่ปรับเงื่อนไขใหม่ และวงเงินกู้ยืมใหม่

เงินกู้จากโคอินเบส เครดิต(Coinbase Credit)ประกอบด้วยวงเงินสินเชื่อเดิม 150 ล้านดอลลาร์ที่ปรับเงื่อนไขใหม่ และเงินกู้ก้อนใหม่ 300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ทูไพรม์ เลนดิ้ง(Two Prime Lending)ให้เงินกู้แยกต่างหากอีก 300 ล้านดอลลาร์

ต้นทุนเงินกู้ทั้งสองก้อนรวมกันอยู่ที่ประมาณ 7.56% และมีกำหนดชำระคืนส่วนใหญ่ในเดือนสิงหาคม 2028 ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานว่ายอดเงินกู้ใหม่ที่แท้จริงของมาราธอน ดิจิทัลอยู่ที่ 600 ล้านดอลลาร์

เงินกู้ 750 ล้านดอลลาร์ที่เปิดเผยล่าสุดเป็นเงินต้นรวมที่นับรวมวงเงินสินเชื่อเดิม 150 ล้านดอลลาร์เข้าไปด้วย ความแตกต่างระหว่างยอดเงินกู้ใหม่ 600 ล้านดอลลาร์กับเงินต้นรวม 750 ล้านดอลลาร์จึงมาจากขอบเขตการนับรวมที่ต่างกัน

มูลค่าบิตคอยน์ 18,750 เหรียญที่นำมาเป็นหลักประกัน ณ ช่วงที่ทำธุรกรรมเสร็จสิ้นอยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 1.6 เท่าของเงินต้นเงินกู้

หากราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงจนอัตราส่วนหลักประกันต่ำกว่าระดับที่ตกลงไว้ มาราธอน ดิจิทัลอาจถูกเรียกให้วางหลักประกันเพิ่ม และหากไม่สามารถทำตามเงื่อนไขได้ บิตคอยน์ที่วางค้ำประกันไว้ก็อาจถูกบังคับขาย

เงินกู้ค้ำประกันด้วยบิตคอยน์เป็นโครงสร้างที่นำบิตคอยน์ที่ถืออยู่ไปวางเป็นหลักประกันเพื่อกู้เงินสด วิธีนี้ช่วยให้บริษัทมี'สภาพคล่อง'โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ทันที แต่ในช่วงราคาปรับตัวลง ภาระในการเติมหลักประกันและความเสี่ยงถูกบังคับขายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

มาราธอน ดิจิทัลไม่ได้เพียงถือครองบิตคอยน์เท่านั้น แต่ยังขายและกู้ยืมโดยใช้บิตคอยน์เป็นหลักประกันควบคู่กันไป โดยบริษัทขายบิตคอยน์ 23,093 เหรียญในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 และระดมทุนได้ 1,600 ล้านดอลลาร์

เงินทุนใหม่ที่ได้จากเงินกู้ค้ำประกันจะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท และสนับสนุนการเข้าซื้อกิจการลองริดจ์ เอนเนอร์จี แอนด์ พาวเวอร์(Long Ridge Energy & Power) ซึ่งดีลนี้มีมูลค่ากิจการราว 1,500 ล้านดอลลาร์

ลองริดจ์เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ที่มีกำลังการผลิตติดตั้งคาดการณ์อยู่ที่ 505 เมกะวัตต์ โดยดีลเข้าซื้อกิจการยังรวมพื้นที่อุตสาหกรรมกว่า 1,600 เอเคอร์ไว้ด้วย

มาราธอน ดิจิทัลวางแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขุดบิตคอยน์ ปัญญาประดิษฐ์ และคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูง(HPC) เป็นความพยายามขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เดินเครื่องทั้งสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้าและศูนย์ประมวลผลไปพร้อมกัน

โดยทั่วไปบริษัทขุดบิตคอยน์มักขายผลตอบแทนจากการขุดเพื่อนำเงินมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานและลงทุนในอุปกรณ์ การนำบิตคอยน์ที่ถือครองมาใช้เป็นหลักประกันช่วยให้ได้เงินสดโดยไม่ต้องออกหุ้นใหม่ แต่ก็ต้องแบกรับทั้งต้นทุนหนี้และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาบิตคอยน์ไปพร้อมกัน

การเข้าซื้อกิจการลองริดจ์จะดำเนินต่อไปหลังผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและเงื่อนไขปิดดีลตามปกติ หลังปิดดีลเสร็จสิ้น มาราธอน ดิจิทัลมีแผนนำโรงไฟฟ้าและพื้นที่อุตสาหกรรมดังกล่าวไปใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับขุดบิตคอยน์ ปัญญาประดิษฐ์ และ HPC ต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1