ฮุนได มอเตอร์ (Hyundai Motor) และ เกีย (Kia) ลดการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ พร้อมเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องมากขึ้น จนช่วยจำกัดภาระจากดอกเบี้ยขาขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลวิเคราะห์งบการเงินเฉพาะกิจการชี้ว่า แม้อัตราดอกเบี้ยตลาดจะปรับขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์พอยต์ กำไรก่อนภาษีของฮุนไดจะไม่ลดลงเลย แต่กลับเพิ่มขึ้นราว 400 ล้านวอน ส่วนเกียจะเพิ่มขึ้นราว 25,200 ล้านวอน
สำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานเมื่อวันที่ 20 โดยอ้างอิงรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกของฮุนได ว่าหากอัตราดอกเบี้ยตลาดปรับขึ้น 100 จุดพื้นฐาน (bp) ผลกระทบต่อกำไรก่อนภาษีเฉพาะกิจการของฮุนไดจะลดลง 0 วอน ขณะที่บริษัทระบุว่าภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน กำไรก่อนภาษีจะเพิ่มขึ้นราว 400 ล้านวอน
ตัวเลขนี้คำนวณจากส่วนต่างรายได้และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เกิดจากสินทรัพย์ทางการเงินและเงินกู้ยืม ภายใต้สมมติฐานว่าปัจจัยอื่นคงที่และมีเพียงอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลง หากสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงจากดอกเบี้ย เช่น เงินฝาก มีมูลค่ามากกว่าหนี้สินหรือเงินกู้ยืมที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ส่วนที่ดอกเบี้ยปรับขึ้นก็อาจสะท้อนไปที่รายได้ดอกเบี้ยมากกว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย
เกียก็มีแนวโน้มคล้ายกัน โดยพบว่าหากดอกเบี้ยปรับขึ้น 100bp กำไรก่อนภาษีเฉพาะกิจการของเกียจะเพิ่มขึ้นราว 25,200 ล้านวอน
กล่าวได้ว่าทั้งสองบริษัทมีความเสี่ยงจากการระดมทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยลอยตัวไม่มากนัก จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อดอกเบี้ยตลาดปรับขึ้น โครงสร้างเงินกู้ยืมและปริมาณเงินสดที่ถือครองจึงกลายเป็นปัจจัยชี้วัดเสถียรภาพทางการเงินในช่วงดอกเบี้ยสูง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งฮุนไดและเกียแทบไม่ออกตราสารหนี้ใหม่เลย โดยฮุนไดออกตราสารหนี้ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 ส่วนเกียออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022
การออกพันธบัตรสกุลวอนของเกียก็หยุดไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2021 เช่นกัน เมื่อตราสารหนี้ครบกำหนด บริษัทเลือกชำระคืนแทนการออกตราสารหนี้ใหม่มาทดแทน (rollover)
การระดมทุนผ่านตลาด หมายถึงวิธีการหาเงินทุนจากนักลงทุนในตลาดการเงินโดยตรง เช่น การออกหุ้นกู้ ส่วนการออกตราสารหนี้ทดแทนของเดิม (rollover) คือการออกตราสารหนี้ใหม่เพื่อนำเงินไปชำระตราสารหนี้ที่ครบกำหนด ซึ่งในช่วงดอกเบี้ยสูงอาจทำให้ต้นทุนการระดมทุนสูงกว่าก่อนหน้า
จากแนวทางชำระคืนตราสารหนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดคงค้างตราสารหนี้ลดลงตามไปด้วย ข้อมูล ณ วันที่ 20 ระบุว่ายอดคงค้างตราสารหนี้ของฮุนไดอยู่ที่ประมาณ 150,000 ล้านวอน ขณะที่เกียอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านล้านวอน
NICE Investors Service ระบุว่า ณ เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ฮุนไดมีสินทรัพย์สภาพคล่องอยู่ที่ประมาณ 14.7 ล้านล้านวอน ส่วนเกียอยู่ที่ประมาณ 23.6 ล้านล้านวอน ทั้งสองบริษัทมีสินทรัพย์สภาพคล่องมากกว่าหนี้สินรวม ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิอยู่ในระดับติดลบ
โครงสร้างการเงินเช่นนี้ตรงข้ามกับผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกบางรายที่ยังแบกรับภาระดอกเบี้ยสูงจากการออกพันธบัตรดอลลาร์ อย่าง นิสสัน (Nissan) ซึ่งมีรายงานว่าออกพันธบัตรดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว (2025) ด้วยอัตราดอกเบี้ยราว 7-8%
การถูกปรับลดอันดับเครดิตก็ถูกระบุว่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนการระดมทุนสูงขึ้น เพราะบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงขึ้น แม้จะออกตราสารหนี้อายุเท่ากัน ก็มักต้องเสนอดอกเบี้ยสูงกว่าเพื่อดึงดูดนักลงทุน
ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป (Hyundai Motor Group) เดินหน้าลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคตควบคู่กันไป ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ดีไฟน์ยานยนต์ (Software-Defined Vehicle) และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Physical AI) ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานกรณีที่พนักงานฮุนไดและเกียใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) มากขึ้น จนช่วยลดระยะเวลาการตรวจทานงาน
ผลการตรวจสอบโครงสร้างการเงินครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นข้อมูลสะท้อนศักยภาพในการลงทุนของทั้งสองบริษัทในช่วงดอกเบี้ยสูง เพราะหากมีสินทรัพย์สภาพคล่องเพียงพอ ก็มีโอกาสเดินหน้าทั้งการลงทุนและการชำระหนี้ไปพร้อมกันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมจากภายนอกมากนัก
NICE Investors Service ระบุในบทวิเคราะห์ฮุนไดว่า “เมื่อพิจารณาการลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจแห่งอนาคต ภาระทางการเงินในระยะสั้นถึงกลางมีแนวโน้มขยายตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” พร้อมระบุว่า “ด้วยสินทรัพย์สภาพคล่องที่มีอยู่อย่างเพียงพอมาก บริษัทจะสามารถรองรับความต้องการเงินทุนเพื่อการลงทุนในระยะสั้นถึงกลางได้อย่างราบรื่น และรักษาเสถียรภาพทางการเงินที่ดีไว้ได้ต่อไป”
ความคิดเห็น 0