สหภาพแรงงานเนเวอร์(035420) ประกาศยุติการเจรจาต่อรองแยกรายบริษัทที่ดำเนินมานาน 8 ปี พร้อมเรียกร้องให้เนเวอร์เปิดโต๊ะเจรจารวมศูนย์ทั้งเครือบริษัทในเครืออย่างเป็นทางการ
สาขาสหภาพแรงงานเนเวอร์ สังกัดสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเคมี สิ่งทอ และอาหารแห่งชาติ ภายใต้สมาพันธ์แรงงานประชาธิปไตยเกาหลี จัดงาน 'เปิดตัวการเจรจารวมศูนย์ปี 2026' เมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) ที่อาคาร 1784 สำนักงานใหญ่เนเวอร์ เมืองซองนัม จังหวัดคย็องกี โดยมีสมาชิกสหภาพเข้าร่วมกว่า 300 คน และประกาศเดินหน้าการเจรจารวมศูนย์อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของสำนักข่าว Yonhap Infomax
ในงานดังกล่าว สาขาสหภาพแรงงานเนเวอร์เปิดเผยข้อเรียกร้อง 5 ประการ ได้แก่ △ปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการแบบรวมทั้งองค์กร △ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน △ปรับปรุงระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัย △ขยายระบบสวัสดิการ △สร้างความสัมพันธ์แรงงาน-นายจ้างแบบบูรณาการ พร้อมระบุว่าจะส่งหนังสือขอเจรจาถึงสำนักงานใหญ่เนเวอร์อย่างเป็นทางการ
ประเด็นสำคัญอยู่ที่โครงสร้างการเจรจา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา สาขาสหภาพฯ เจรจาแยกเป็นรายบริษัทในเครือ แต่ระบุว่าอำนาจตัดสินใจเรื่องเงื่อนไขการทำงานและทิศทางการบริหารที่แท้จริงอยู่ที่สำนักงานใหญ่เนเวอร์ ทำให้การเจรจาแยกตามนิติบุคคลไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
ฮันมีนา(Han Mi-na) รองประธานสาขาสหภาพแรงงานเนเวอร์ กล่าวว่า “ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีการเจรจาเกิดขึ้นถึง 150 ครั้งใน 16 บริษัทในเครือ ใช้เวลารวมกันของทั้งฝ่ายแรงงานและนายจ้างกว่า 1,000 ชั่วโมง” และว่า “เนเวอร์ในฐานะนายจ้างตัวจริงต้องออกมาเจรจาด้วยตัวเอง เพื่อยุติโครงสร้างที่สิ้นเปลืองและเลือกปฏิบัติ” คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองของสหภาพที่ว่าการหยิบยกวาระเดียวกันมาถกซ้ำในหลายนิติบุคคลเป็นตัวการที่ทำให้สิ้นเปลืองทั้งเวลาและงบประมาณ
ก่อนหน้านี้ สาขาสหภาพแรงงานเนเวอร์เคยหยิบยกประเด็นเดียวกันในเวทีเสวนา 'แนวทางโครงสร้างการเจรจารวมศูนย์สำหรับอุตสาหกรรมไอที' ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ณ อาคารสมาชิกรัฐสภา กรุงโซล สำนักข่าว Yonhap รายงานว่า ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2026 สาขาสหภาพฯ มีสมาชิกรวม 6,200 คน กระจายอยู่ใน 28 นิติบุคคล โดย 16 นิติบุคคลในจำนวนนี้อยู่ระหว่างการเจรจาและจัดทำข้อตกลงร่วม
การเจรจารวมศูนย์ คือรูปแบบการเจรจาที่นำประเด็นค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงานซึ่งเดิมเจรจาแยกกันในแต่ละนิติบุคคล มารวมเป็นวาระเดียวกัน ฝ่ายสหภาพเน้นย้ำว่าวิธีนี้ทำให้เจรจาโดยตรงกับผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ แต่ประเด็นที่ต้องติดตามคือจะรวมขอบเขตการเจรจาได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากแต่ละบริษัทมีโครงสร้างบุคลากรและสถานการณ์ธุรกิจที่แตกต่างกัน
สหภาพยังหยิบยกปัญหาการตรึงค่าจ้างที่เนเวอร์ ซี(Naver Z) ขึ้นมาพูดถึงด้วย โดยหลังการเจรจาค่าจ้างระหว่างฝ่ายแรงงานและนายจ้างของเนเวอร์ ซีล้มเหลว คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งยุติการไกล่เกลี่ย และสหภาพได้รับสิทธินัดหยุดงานหลังผ่านการลงคะแนนเสียงด้วยอัตราผู้มาใช้สิทธิ 88.6% และคะแนนเห็นชอบ 98%
เมื่อการเจรจาล้มเหลวและคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สั่งยุติการไกล่เกลี่ย สหภาพสามารถเดินหน้าสู่การนัดหยุดงานได้หลังผ่านขั้นตอนต่างๆ เช่น การลงประชามติของสมาชิก ซึ่งกรณีของเนเวอร์ ซีก็เป็นตัวอย่างที่ผ่านทั้งขั้นตอนยุติการไกล่เกลี่ยและการลงคะแนนเสียง จนได้สิทธินัดหยุดงานตามกระบวนการแล้ว
โอเซยุน(Oh Se-yun) ประธานสาขาสหภาพแรงงานเนเวอร์ กล่าวว่า “ท้ายที่สุดแล้ว เนเวอร์คือผู้ตัดสินใจว่าจะใส่เงินลงในสโนว์(Snow) เนเวอร์ ซี(Naver Z) และครีม(KREAM) หรือไม่” เขายืนยันว่าสำนักงานใหญ่เนเวอร์ต้องเข้ามาแก้ปัญหาของบริษัทในเครือด้วยตนเองโดยตรง สาขาสหภาพฯ ระบุว่าหลังส่งหนังสือขอเจรจาแล้ว จะพิจารณาแนวทางต่อไปตามท่าทีของสำนักงานใหญ่ว่าจะเข้าร่วมเจรจาหรือไม่
ความคิดเห็น 0