เกาหลีใต้เปิดทางให้ผู้ออมเงินโอน 'พอร์ตกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ' ข้ามระบบได้โดยไม่ต้องขายหรือยกเลิกสัญญาสินค้าที่ถืออยู่ จากเดิมที่การโอนแบบไม่ขายทิ้ง หรือที่เรียกว่า 'การโอนพอร์ตแบบเต็มจำนวน' ทำได้เฉพาะภายในระบบเดียวกันเท่านั้น ตอนนี้ขยายให้โอนข้ามระบบได้ เช่น จากระบบสมทบตามที่กำหนด (DC) ไปยังบัญชีเกษียณส่วนบุคคล (IRP) ของผู้ให้บริการรายอื่น
สำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (FSS) เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมนี้ว่า ได้จัดประชุมนัดแรกของ 'คณะทำงานปรับปรุงการโอนพอร์ตกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบเต็มจำนวน' ร่วมกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เกาหลี สมาคมธุรกิจการเงินแต่ละสาย บริษัทหลักทรัพย์การเงินเกาหลี และผู้ให้บริการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรายใหญ่ เพื่อหารือแนวทางขยายขอบเขตการโอนข้ามระบบ
บริการโอนพอร์ตแบบเต็มจำนวนนี้ช่วยให้ผู้ออมย้ายสินค้าที่ลงทุนอยู่ในบัญชีไปยังผู้ให้บริการรายอื่นได้ โดยไม่ต้องขายหรือยกเลิกสัญญาก่อน ปัจจุบันทำได้เฉพาะในระบบเดียวกัน คือ ระบบผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ (DB) โอนกับ DB ด้วยกัน ระบบสมทบตามที่กำหนด (DC) โอนกับ DC ด้วยกัน และบัญชีเกษียณส่วนบุคคล (IRP) โอนกับ IRP ด้วยกันเท่านั้น
หัวใจของแผนปรับปรุงครั้งนี้คือการขยายขอบเขตการโอนระหว่าง DC, DB และ IRP ให้กว้างขึ้น คณะทำงานตกลงพัฒนาระบบไอทีรองรับการโอนข้ามระบบ โดยยกตัวอย่างกรณีทั่วไปคือการโอนจากบัญชี DC ไปยังบัญชี IRP ของผู้ให้บริการรายอื่น
ระบบ DB คือรูปแบบที่บริษัทกำหนดระดับเงินบำเหน็จบำนาญไว้ล่วงหน้าและรับผิดชอบบริหารเงินสมทบเอง ระบบ DC คือรูปแบบที่บริษัทจ่ายเงินสมทบแต่ให้ผู้ออมบริหารการลงทุนเอง ส่วน IRP คือบัญชีที่ผู้ออมนำเงินบำเหน็จบำนาญหรือเงินสมทบเพิ่มเติมไปบริหารด้วยตัวเองในบัญชีส่วนบุคคล
แผนนี้ยังผลักดันให้นำ 'กองทุนที่ระงับการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน' เข้าเป็นสินค้าที่โอนได้ด้วย เพราะปัจจุบันบัญชีที่ถือกองทุนประเภทนี้อยู่จะถูกจำกัดการโอน ทำให้สินค้าตัวเดียวอาจฉุดไม่ให้โอนพอร์ตทั้งบัญชีได้
ขั้นตอนก็จะถูกปรับปรุงเช่นกัน หน่วยงานกำกับดูแลและภาคธุรกิจจะร่วมกันวางวิธียืนยันตัวตนแบบไม่ต้องพบหน้ากันที่ปลอดภัยกว่าการอัดเสียงสนทนาแบบเดิม พร้อมกำหนดขั้นตอนแจ้งเหตุผลอย่างละเอียดเมื่อคำขอโอนพอร์ตถูกยกเลิกหรือปฏิเสธ
ที่ผ่านมาข้อกำหนดให้ต้องอัดเสียงยืนยันความสมัครใจทำให้กระบวนการโอนล่าช้า และการไม่แจ้งเหตุผลการยกเลิกหรือปฏิเสธอย่างเพียงพอก็นำไปสู่การร้องเรียนจากผู้ออม จึงเป็นเหตุผลที่ต้องแก้ทั้งขอบเขตสินค้าที่โอนได้และขั้นตอนการโอนไปพร้อมกัน
ข้อมูลจาก FSS ระบุว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการโอนพอร์ตแบบเต็มจำนวนในเดือนตุลาคม 2024 จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2026 มียอดโอนสะสมรวม 15.9 ล้านล้านวอน และจำนวนครั้งราว 250,000 ครั้ง เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.61 หมื่นล้านวอน และ 409 ครั้ง
เมื่อแยกตามประเภทผู้ให้บริการ เงินที่โอนจากธนาคารไปบริษัทหลักทรัพย์มีมูลค่า 5.2 ล้านล้านวอน คิดเป็น 33% ของยอดรวม ส่วนการโอนภายในกลุ่มธนาคารด้วยกันเองมีมูลค่า 4.5 ล้านล้านวอน คิดเป็น 28%
เมื่อแยกตามระบบ ยอดโอนของ IRP อยู่ที่ 6.8 ล้านล้านวอน ของ DC อยู่ที่ 4.8 ล้านล้านวอน และของ DB อยู่ที่ 4.3 ล้านล้านวอน โดยเงิน DB ส่วนใหญ่ไหลจากบริษัทหลักทรัพย์ไปยังธนาคารและบริษัทประกัน ขณะที่เงิน DC และ IRP ไหลจากธนาคารและบริษัทประกันไปยังบริษัทหลักทรัพย์เป็นหลัก
ตลาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเกาหลีใต้กำลังเห็นสัดส่วนของ DC และ IRP ซึ่งเป็นระบบที่ผู้ออมเลือกสินค้าลงทุนเองขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเป็น 553.9 ล้านล้านวอนในไตรมาสสองปี 2026
การขยายตัวของ DC และ IRP มาพร้อมกับทางเลือกสินค้าที่มากขึ้น ความสะดวกในการโอนพอร์ต และการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการที่เข้มข้นขึ้น ผู้ออมที่เปรียบเทียบผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม และไลน์อัพสินค้าอาจตัดสินใจย้ายผู้ให้บริการมากขึ้นตามไปด้วย
หน่วยงานกำกับดูแลและภาคธุรกิจตั้งเป้าสรุปแผนปรับปรุงให้เสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ และเริ่มพัฒนาระบบไอทีตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ทาง FSS ระบุว่า “มีแผนดำเนินคณะทำงานให้เสร็จสิ้นภายในปีหน้า เพื่อยกระดับบริการให้ผู้ออมจำนวนมากขึ้นใช้บริการโอนพอร์ตแบบเต็มจำนวนได้สะดวกยิ่งขึ้น”
ความคิดเห็น 0