เกณฑ์การแลกเปลี่ยนหลักประกันสำหรับธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาด (OTC Derivatives) ที่ไม่ผ่านการชำระบัญชีกลาง จะครอบคลุมบริษัทเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ โดยกลุ่มที่ต้องวางหลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin) เพิ่มเป็น 143 แห่ง และกลุ่มที่ต้องวางหลักประกันผันแปร (Variation Margin) เพิ่มเป็น 165 แห่ง
สำนักงานกำกับดูแลทางการเงินเกาหลีใต้ (Financial Supervisory Service, FSS) เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ว่าจะขยายเวลาบังคับใช้ 'แนวทางการแลกเปลี่ยนหลักประกันสำหรับธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาดที่ไม่ผ่านการชำระบัญชีกลาง' ออกไปอีก 1 ปี ระบบนี้กำหนดให้คู่สัญญาต้องแลกเปลี่ยนหลักประกันล่วงหน้า สำหรับธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาดที่ไม่ได้ผ่านการชำระบัญชีที่ศูนย์รับประกันการชำระราคาแบบรวมศูนย์ (Central Counterparty, CCP)
กลุ่มบริษัทการเงินที่ต้องวางหลักประกันเริ่มต้นเพิ่มขึ้นจาก 138 แห่ง เป็น 143 แห่ง หรือเพิ่มขึ้น 5 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นบริษัทการเงินที่สังกัดกลุ่มการเงินถึง 118 แห่ง
บริษัทที่เข้าข่ายใหม่ 7 แห่ง ได้แก่ △ธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) △บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (Yuanta Securities) △บริษัทประกันภัยฮุนไดมารีน (Hyundai Marine & Fire Insurance) △บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนฮุนไดอินเวสต์เมนต์ (Hyundai Investment Asset Management) △ธนาคารออมทรัพย์เอสบีไอ (SBI Savings Bank) △บริษัทประกันชีวิตดงยาง (Dongyang Life Insurance) และ △บริษัทประกันชีวิตเอบีแอล (ABL Life Insurance) ส่วนบริษัทที่หลุดออกจากรายชื่อเดิม 2 แห่ง มีบริษัทประกันภัยแคร์รอต (Carrot General Insurance) รวมอยู่ด้วย
กลุ่มที่ต้องวางหลักประกันผันแปรเพิ่มขึ้นจาก 163 แห่ง เป็น 165 แห่ง หรือเพิ่มขึ้น 2 แห่ง โดยเป็นบริษัทการเงินในเครือกลุ่มการเงิน 130 แห่ง
บริษัทที่เข้าข่ายใหม่ 4 แห่ง มี △ธนาคารเอเวอร์ไบรท์แห่งประเทศจีน (China Everbright Bank) และ △สาขาเกาหลีของสวิส-เอเชีย พีทีอี แอลทีดี (Swiss-Asia Pte Ltd) รวมอยู่ด้วย ขณะที่บริษัทประกันภัยแคร์รอตและอีก 1 แห่งหลุดออกจากรายชื่อเช่นเดียวกัน จำนวนบริษัทที่เข้าข่ายเพิ่มขึ้น สะท้อนว่ามีบริษัทการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาดเกินเกณฑ์ที่กำหนดมากขึ้น
หลักประกันภายใต้ระบบนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือหลักประกันเริ่มต้นและหลักประกันผันแปร หลักประกันเริ่มต้นคือหลักทรัพย์ค้ำประกันที่คู่สัญญาแลกเปลี่ยนกันตั้งแต่เริ่มทำธุรกรรม เพื่อรองรับความเสี่ยงที่คู่สัญญาอาจผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต
ส่วนหลักประกันผันแปรใช้บริหารความเสี่ยงจากมูลค่าอนุพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน เนื่องจากธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาดเป็นการตกลงเงื่อนไขกันเองระหว่างคู่สัญญาโดยไม่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ การบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญาจึงเป็นหัวใจสำคัญ
เกณฑ์การเข้าข่ายบังคับใช้พิจารณาจากยอดคงค้างตามมูลค่าอ้างอิง (Notional Amount) เฉลี่ยของธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาดที่ไม่ผ่านการชำระบัญชีกลาง ในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคมของทุกปี บริษัทการเงินที่มียอดเกินเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องปฏิบัติตามระบบนี้เป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่ 1 กันยายนของปีนั้น
สำหรับบริษัทการเงินที่สังกัดกลุ่มการเงิน จะพิจารณาโดยรวมยอดคงค้างตามมูลค่าอ้างอิงของธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาดของทุกบริษัทในเครือเดียวกัน เพื่อประเมินทั้งขนาดธุรกรรมของแต่ละบริษัทและความเสี่ยงในระดับกลุ่มไปพร้อมกัน
บริษัททั่วไป ธนาคารกลาง หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศ ไม่อยู่ในข่ายที่ต้องปฏิบัติตามระบบนี้ ส่วนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอยู่ในข่ายที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางนี้ แต่ไม่รวมกองทุนรวม บัญชีทรัสต์ของธนาคาร และบริษัทบัตรเครดิตที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตโดยเฉพาะ
ระบบหลักประกันสำหรับอนุพันธ์นอกตลาดที่ไม่ผ่านการชำระบัญชีกลาง มีจุดเริ่มต้นจากการหารือระดับนานาชาติหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008 เพื่อลดความเสี่ยงในตลาดอนุพันธ์นอกตลาด โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญาและความเสี่ยงเชิงระบบ ด้วยการกำหนดให้ธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาดที่ไม่ผ่านศูนย์รับประกันการชำระราคาแบบรวมศูนย์ต้องวางหลักประกัน
เจ้าหน้าที่ของสำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน กล่าวว่า "เราจะติดตามสถานะการปฏิบัติตามการแลกเปลี่ยนหลักประกันธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาดที่ไม่ผ่านการชำระบัญชีกลางอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ความผันผวนในตลาดการเงินโลกจะเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ" พร้อมระบุว่า "จะรับฟังปัญหาของบริษัทการเงินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระบบหลักประกัน และให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าหน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญกับการดูแลความเสี่ยงในตลาดอนุพันธ์นอกตลาดอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดการเงินโลกในระยะข้างหน้า
ความคิดเห็น 0