Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

1.5 หมื่นหุ้นบลูมเอเนอร์จี(BE) ตระกูลเพโลซีเข้าซื้อ พร้อมออปชันซื้อ 200 สัญญา

ครอบครัวของแนนซี เพโลซี(Nancy Pelosi) อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เข้าซื้อหุ้นบลูมเอเนอร์จี(Bloom Energy, BE) เพิ่มอีก 15,000 หุ้น พร้อมออปชันซื้อ (call option) อีก 200 สัญญา ตามเอกสารแจ้งการซื้อขายหุ้นของสมาชิกสภาคองเกรสที่เปิดเผยล่าสุด ท่ามกลางความต้องการไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งสูงขึ้น และกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการซื้อขายหุ้นของครอบครัวสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ ที่ยังคุกรุ่นอยู่

ควิเวอร์ควอนติเททีฟ(Quiver Quantitative) บริษัทติดตามข้อมูลการซื้อขายหุ้นของนักการเมือง รายงานโดยอ้างอิงเอกสารแจ้งการซื้อขายว่า ครอบครัวเพโลซีซื้อทั้งหุ้นและออปชันของบลูมเอเนอร์จี โดยเอกสารฉบับเดียวกันยังระบุการซื้อหุ้นและออปชันของอินเทล(Intel, INTC) ด้วย ขณะที่ฟินโบลด์(Finbold) สื่อด้านการเงิน รายงานว่ามูลค่าการซื้อขายหุ้นและออปชันบลูมเอเนอร์จีครั้งนี้อยู่ในช่วง 3-12 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.2-16.6 พันล้านวอน)

เอกสารเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายหุ้นของสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ จะระบุมูลค่าธุรกรรมเป็น 'ช่วง' เท่านั้น จึงไม่สามารถทราบยอดเงินที่ใช้ซื้อจริงได้ ฟินโบลด์ระบุว่าธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยพอล เพโลซี(Paul Pelosi) คู่สมรสของแนนซี เพโลซี เป็นผู้ซื้อหุ้นสามัญและออปชันซื้อระยะยาวของบลูมเอเนอร์จี

รายงานจากสื่อและบริการติดตามข้อมูลมีความคลาดเคลื่อนกันบ้างในรายละเอียด ทั้งตัวผู้ทำธุรกรรม จำนวนสัญญา และการตีความมูลค่ารวม ด้วยเหตุนี้ เรื่องนี้จึงควรเข้าใจในขอบเขตที่ยืนยันได้ในปัจจุบันว่าเป็น 'การเปิดเผยการลงทุนใหม่ของครอบครัวเพโลซีในบลูมเอเนอร์จี' เท่านั้น

เหตุผลที่บลูมเอเนอร์จีได้รับความสนใจ มาจากความต้องการไฟฟ้าของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทระบุว่าเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับออราเคิล(Oracle, ORCL) ด้วยการเซ็นสัญญากรอบ (framework agreement) จัดหาระบบเซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) ขนาดสูงสุด 2.8 กิกะวัตต์ (GW)

บริษัทอธิบายว่าในจำนวนนี้ 1.2 กิกะวัตต์กำลังถูกติดตั้งให้กับโครงการของออราเคิลในสหรัฐฯ เมื่อศูนย์ข้อมูลขยายตัวเร็วกว่าการขยายโครงข่ายไฟฟ้า อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าแบบติดตั้งหน้างาน (on-site power) จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI

สัญญากับบรุคฟิลด์(Brookfield) ก็ขยายตัวเช่นกัน โดยบลูมเอเนอร์จีและบรุคฟิลด์ระบุเมื่อเดือนมิถุนายนว่า ได้ขยายกรอบการระดมทุน (financing framework) สำหรับโครงการไฟฟ้าโครงสร้างพื้นฐาน AI จากเดิม 5,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 25,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 34.6 ล้านล้านวอน)

เนเบียส(Nebius) ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าได้ทำสัญญาจัดหาไฟฟ้าโครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วมกับบลูมเอเนอร์จี โดยวางแผนเดินเครื่องกำลังการผลิตติดตั้ง 328 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 2026 พร้อมระบุว่าการติดตั้งครั้งแรกในสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนจากเทคโนโลยีเผาไหม้แบบเดิมมาเป็นเซลล์เชื้อเพลิงของบลูมเอเนอร์จี

ผลประกอบการของบลูมเอเนอร์จีก็เชื่อมโยงกับความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลเช่นกัน บริษัทเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมว่า รายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 1,065.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.4745 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้น 165.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้รายปีเป็นช่วง 3,900-4,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.3976-5.8128 ล้านล้านวอน) ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเรื่อง กระแสหุ้นบลูมเอเนอร์จีที่แข็งแกร่งส่งผลไปยังหุ้นกลุ่มเซลล์เชื้อเพลิงในเกาหลีใต้ มาแล้ว

ผลสำรวจของบลูมเอเนอร์จีเองก็ชี้ประเด็นเดียวกัน บริษัทระบุในรายงานไฟฟ้าศูนย์ข้อมูลปี 2026 ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนว่า ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูล 61% ตอบว่าจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าของตนเอง หากโครงข่ายไฟฟ้าไม่สามารถรองรับความต้องการได้ทัน

การเปิดเผยครั้งนี้ยังพัวพันกับข้อถกเถียงทางการเมืองด้วย สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายจำกัดการซื้อหุ้นรายตัวใหม่ของสมาชิกสภาคองเกรส คู่สมรส และบุตรที่อยู่ในความอุปการะ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 232 เสียง ต่อไม่เห็นชอบ 198 เสียง

วอชิงตันโพสต์(Washington Post) รายงานว่า ร่างกฎหมายนี้อนุญาตให้ถือหรือขายหุ้นที่มีอยู่เดิมได้ตามปกติ แต่เนื่องจากมีเงื่อนไขเรื่องบัตรประจำตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งแนบมาด้วย ทำให้แนวโน้มการผ่านร่างในวุฒิสภายังไม่ชัดเจน ฝ่ายหนึ่งมองว่าการซื้อขายหุ้นรายตัวของครอบครัวสมาชิกสภาคองเกรสเป็นปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าระบบเปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่เดิมเพียงพอแล้ว และทั้งสองความเห็นยังคงถกเถียงกันต่อไป

ราคาหุ้นบลูมเอเนอร์จีเองก็ผันผวนหนักอยู่แล้วในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลจากสต็อกอะนาลิซิส(StockAnalysis) ระบุว่าหุ้นบลูมเอเนอร์จีปิดตลาดวันที่ 21 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ที่ 201.45 ดอลลาร์ ก่อนที่ราคาช่วงก่อนตลาดเปิดวันที่ 24 สิงหาคม จะลดลงมาอยู่ที่ 193.66 ดอลลาร์

สำหรับนักลงทุนไทย กรณีนี้สะท้อนภาพความคอขวดด้านไฟฟ้าของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เชื่อมโยงไปสู่ข่าวสารของบริษัทต่างๆ ได้ชัดเจนกว่ากระแสการติดตามพอร์ตของครอบครัวสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เสียอีก ทั้งนี้ มูลค่าที่เปิดเผยยังเป็นแบบช่วงตัวเลข ไม่ทราบยอดซื้อจริง และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าธุรกรรมนี้ผิดกฎหมายหรือให้ผลตอบแทนการลงทุนอย่างไรจากข้อมูลที่เปิดเผยเพียงเท่านี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1