Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

งบ 88% พร้อม แต่ธนาคารใช้งานจริงแค่ 16%

ธนาคารทั่วโลกเทงบลงทุนด้าน 'สินทรัพย์ดิจิทัล' กันคึกคักในปี 2026 แต่พอถึงขั้นเปิดให้บริการจริง มีสัดส่วนแค่ 16% เท่านั้นที่ไปถึงจุดนั้น เงินทุนพร้อมแล้ว แต่โครงสร้างด้านการดูแลสินทรัพย์ (custody) การควบคุมกระเป๋าเงินดิจิทัล และระบบกำกับดูแลตามกฎระเบียบ ยังเป็น 'คอขวด' ที่ทำให้แผนไปไม่ถึงฝั่ง

ไฟร์บล็อกส์(Fireblocks) บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดเผยรายงาน 'The Financial Grid' เมื่อเดือนเมษายน 2026 โดยสำรวจความเห็นผู้บริหารระดับตัดสินใจในสถาบันการเงินและองค์กรธุรกิจทั่วโลกจำนวน 638 คน ผลสำรวจพบว่า 88% ของผู้ตอบแบบสอบถามจัดสรรงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับปี 2026 ไว้แล้ว หรือมีแผนจะจัดสรร แต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่ไปถึงขั้นตอนการใช้งานจริงในระบบ (production)

รายงานระบุว่า ทิศทางการพูดคุยเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลในแวดวงธนาคารเปลี่ยนจาก 'จะทดลองดีไหม' ไปเป็น 'จะออกแบบระบบปฏิบัติการอย่างไร' โดย 53% ของสถาบันที่ตอบแบบสอบถามใช้งบด้านโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 พันล้านวอน) ซึ่งถือเป็นระดับการใช้จ่ายขนาดที่พร้อมเข้าสู่การใช้งานจริงแล้ว

ในทางกลับกัน มี 11% ที่เลื่อนการดำเนินการออกไปเป็นปี 2027 ช่องว่างระหว่างความเร็วในการใช้งบกับความเร็วในการเปิดให้บริการจริง คือประเด็นหลักที่ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็น

ปัจจัยที่สร้างช่องว่างนี้คือโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร ไฟร์บล็อกส์ระบุว่า มีเพียง 15% ของสถาบันที่ตอบว่าโครงสร้างด้านการดูแลสินทรัพย์ (custody) และการกำกับดูแลกระเป๋าเงินดิจิทัล (wallet governance) 'พร้อมใช้งานจริงเต็มรูปแบบ' แล้ว

ส่วน 54% อยู่ระหว่างเตรียมการบางส่วนหรือกำลังสร้างระบบ 23% อยู่ในขั้นสำรวจเบื้องต้น และ 8% ตอบว่ายังไม่พร้อมเลย นั่นหมายความว่า ถ้าโครงสร้างสำหรับเก็บรักษา อนุมัติธุรกรรม และควบคุมการโอนออกสินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่ลงตัว การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ก็ยากตามไปด้วย

ความยุ่งยากของโครงสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลยังพัวพันกับเรื่องการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้วย รายงานระบุว่าสถาบันการเงินมองอุปสรรคหลักในการสร้างระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลไว้ 4 ด้าน ได้แก่ △การปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดด้านกำกับดูแล 52% △การเชื่อมต่อกับระบบธนาคารหลัก (core banking) และระบบต่อเนื่องเดิม 47% △โครงสร้างความปลอดภัยและการบริหารจัดการกุญแจเข้ารหัส (key management) 44% △ความพร้อมด้านปฏิบัติการ 39%

โครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคารไม่ใช่แค่เรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้เท่านั้น แต่ต้องผูกรวมทั้งการดูแลสินทรัพย์ลูกค้า สิทธิ์อนุมัติธุรกรรม การตรวจสอบภายใน การควบคุมการโอนออกไปภายนอก และการรับมือเหตุฉุกเฉิน ให้เป็นระบบปฏิบัติการเดียวกัน ถึงจะให้บริการจริงได้

แรงกดดันที่ผลักดันให้ธนาคารต้องขยับตัว มาจากคู่แข่งนอกวงการธนาคารมากกว่าธนาคารด้วยกันเอง ผู้ตอบแบบสอบถาม 43% ระบุว่า แรงกดดันด้านการแข่งขันหลักที่ผลักดันให้ต้องลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล มาจากคู่แข่งนอกกลุ่มธนาคาร เช่น ฟินเทค ผู้ให้บริการชำระเงิน และแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล

ขณะที่กลุ่มที่ระบุว่าธนาคารด้วยกันเองเป็นแรงกดดันหลักมีเพียง 24% ตีความได้ว่า โครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ใช่แค่การแข่งขันระหว่างธนาคารอีกต่อไป แต่กำลังลุกลามเป็นการแย่งชิงความเป็นผู้นำในตลาดการชำระเงินและการชำระดุลโดยรวม

มุมมองต่อกฎระเบียบก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ผู้ตอบแบบสอบถาม 96% มองว่าทิศทางกฎระเบียบที่จะมีผลในปี 2026 จะเอื้อหรือเอื้อมากต่อการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้งาน

ไฟร์บล็อกส์กล่าวถึงกฎระเบียบตลาดสินทรัพย์คริปโตของยุโรป (MiCA) การเปลี่ยนแปลงแนวทางกำกับดูแลของสหรัฐฯ การจัดระเบียบเชิงสถาบันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกรอบกฎระเบียบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมระบุว่า กฎระเบียบกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก 'เหตุผลให้รอดู' มาเป็น 'มาตรฐานสำหรับสร้างระบบ'

เคพีเอ็มจี(KPMG) เปิดเผยผลสำรวจเทคโนโลยีธนาคารปี 2026 ว่า 71% ของผู้บริหารธนาคารที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 139 ล้านล้านวอน) ให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบที่เชื่อมต่อกันได้ (interoperable) สำหรับเงินฝากแบบโทเคน (tokenized deposit) และสเตเบิลคอยน์ ส่วนไนก้า(Nyca) ก็สรุปไว้ในรายงานเดือนสิงหาคม 2026 ว่า หากธนาคารต้องการให้บริการสเตเบิลคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับใช้งานจริง จำเป็นต้องมีชั้นระบบปฏิบัติการที่ครบถ้วน ทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การบริหารความเสี่ยง และการเชื่อมต่อกับสมุดบัญชี (ledger)

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานผลสำรวจที่พบว่า สถาบันการเงินในยุโรปและอังกฤษให้ความสำคัญกับระบบชำระเงินตลอด 24 ชั่วโมงและโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลแบบครบวงจร ซึ่งผลสำรวจครั้งนั้นก็ยืนยันตรงกันว่า ธนาคารต้องการโครงสร้างพื้นฐานแบบ full-stack ที่รองรับทั้งการดูแลสินทรัพย์ การชำระเงิน การชำระดุล และการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนได้ในระบบเดียว

ช่องว่างนี้สะท้อนให้เห็นว่า เวลาประเมินความคืบหน้าของธนาคารในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ควรดูที่ 'เงื่อนไขการเปิดให้บริการจริง' มากกว่าแค่ตัวเลขงบประมาณที่ประกาศออกมา เพราะธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะไปต่อได้ ไม่ใช่แค่จัดสรรเงินทุน แต่ต้องมีระบบดูแลสินทรัพย์ การกำกับดูแลกระเป๋าเงินดิจิทัล ความเชี่ยวชาญภายในองค์กร และระบบปฏิบัติตามกฎระเบียบที่พร้อมใช้งานจริงด้วย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1