Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ฟ้องเรียกค่าลิขสิทธิ์กีฬา เมนสตรีท สปอร์ตส์ ยื่นคดีคอมคาสต์-ชาร์เตอร์

เมนสตรีท สปอร์ตส์(Main Street Sports) ยื่นฟ้องคอมคาสต์(Comcast·$CMCSA) และชาร์เตอร์ คอมมิวนิเคชันส์(Charter Communications·$CHTR) สองผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าทั้งสองบริษัทจ่าย 'ค่าลิขสิทธิ์' เครือข่ายถ่ายทอดกีฬาระดับภูมิภาคน้อยกว่าที่ตกลงกันไว้ ข้อพิพาทนี้พัวพันทั้งเรื่องค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด จำนวนผู้ใช้เคเบิลที่ลดลง และปัญหาการเคลียร์บัญชีช่องท้องถิ่นไปพร้อมกัน

ซีเอ็นบีซี(CNBC) รายงานว่าเมนสตรีทยื่นฟ้องทั้งสองบริษัทแยกกันต่อศาลชั้นสูงรัฐเดลาแวร์เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) เอกสารคำฟ้องที่ CNBC ตรวจสอบระบุว่า คอมคาสต์และชาร์เตอร์ไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ตามสัญญาอย่างครบถ้วน ในช่วงต้นปี 2026 ที่เครือข่ายของเมนสตรีทยังคงถ่ายทอดสดการแข่งขัน NBA และ NHL ในหลายพื้นที่ทั่วสหรัฐฯ

คอมคาสต์และชาร์เตอร์เป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ทั้งคู่ทำธุรกิจโดยนำเครือข่ายกีฬาระดับภูมิภาคเข้าบรรจุในผังรายการ ส่วนผู้ดำเนินการเครือข่ายจะได้รับค่าลิขสิทธิ์ตามฐานผู้ใช้บริการเป็นหลัก

เครือข่ายกีฬาระดับภูมิภาค (Regional Sports Network) คือช่องที่ถ่ายทอดการแข่งขันของทีมกีฬาอาชีพในพื้นที่นั้นๆ ที่ผ่านมาช่องเหล่านี้ถูกรวมไว้ในแพ็กเกจเคเบิลและดาวเทียม เพื่อสร้างฐานผู้ใช้บริการ ซึ่งรายได้ส่วนนี้กลายเป็นฐานของค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้ทีมและลีกต่างๆ

เมนสตรีทเริ่มต้นจากเครือข่ายภูมิภาคของฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ (Fox Sports) เดิม ผ่านการเปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนชื่อหลายครั้งตั้งแต่ปี 2019 ก่อนจะพ้นจากกระบวนการล้มละลายในช่วงต้นปี 2025 แล้วเปลี่ยนชื่อช่องเป็น 'แฟนดูเอล สปอร์ตส์ เน็ตเวิร์ก' (FanDuel Sports Network)

ช่วงนั้นเมนสตรีทมีช่องในเครือประมาณ 15 ช่อง หลังพ้นจากกระบวนการล้มละลาย บริษัทเคยถ่ายทอดสดการแข่งขันของทีมในเมเจอร์ลีกเบสบอล(MLB) เอ็นเอชแอล(NHL) และเอ็นบีเอ(NBA) รวมกันราว 30 ทีม

ปัญหาหลักคือจำนวนผู้ใช้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกที่ลดลงต่อเนื่อง ยิ่งแพ็กเกจเคเบิลหดตัวมากเท่าไหร่ ฐานผู้ใช้ของช่องกีฬาระดับภูมิภาคก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น และผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกก็ถูกกดดันให้เจรจาเงื่อนไขสัญญาเดิมใหม่

เมนสตรีทเองก็หนีกระแสนี้ไม่พ้น บริษัทถ่ายทอดสดเกม MLB ระดับภูมิภาคนัดสุดท้ายไปเมื่อปี 2025 ปีนี้ถ่ายทอดฤดูกาลปกติของ NBA และฤดูกาลปกติรวมถึงรอบเพลย์ออฟรอบแรกของ NHL ก่อนจะเริ่มกระบวนการยุติธุรกิจเครือข่ายกีฬาระดับภูมิภาค

CNBC รายงานว่าเมนสตรีทเริ่มกระบวนการยุติธุรกิจตั้งแต่ต้นปีนี้ บริษัทเคยระบุว่าจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ CNBC เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าบริษัทยังคงเผชิญปัญหาสภาพคล่องในช่วงที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ MLB

คดีนี้สะท้อนว่าแม้การดำเนินงานของช่องจะเข้าสู่ช่วงท้ายแล้ว แต่ปัญหาการเคลียร์บัญชีตามสัญญาโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกเดิมยังคงค้างอยู่ เมนสตรีทยืนยันในแนวทางว่า ตราบใดที่ยังมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันต่อเนื่อง ภาระการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ตามสัญญาก็ยังคงมีผลอยู่เช่นกัน

สำหรับคอมคาสต์และชาร์เตอร์ ประเด็นที่อาจกลายเป็นข้อถกเถียงคือจะสะท้อนจำนวนผู้ใช้ที่ลดลงและมูลค่าช่องที่เปลี่ยนไปในการเคลียร์บัญชีตามสัญญาอย่างไร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยคำโต้แย้งที่ชัดเจนจากทั้งสองบริษัท

ทั้งคอมคาสต์และชาร์เตอร์ไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจาก CNBC ในทันที ส่วนจำนวนเงินที่เรียกร้องในคำฟ้องก็ไม่ได้ถูกเปิดเผยในรายงานข่าว

ตลาดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดกีฬาระดับภูมิภาคกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากโมเดลที่พึ่งพาเคเบิลเป็นหลัก ไปสู่การสตรีมมิงและโมเดลที่ลีกดำเนินการถ่ายทอดเอง CNBC รายงานว่าเมื่อเดือนที่แล้ว เครือข่ายกีฬาระดับภูมิภาคอิสระในนิวยอร์ก 2 แห่งได้เซ็นสัญญาย้ายออกจากแอปสตรีมมิงของตัวเอง ไปกระจายเนื้อหาผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงดาซ์น(DAZN) แทน

สำหรับผู้อ่านทั่วไป เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข้อพิพาทเคเบิลทีวีในสหรัฐฯ เท่านั้น เพราะลิขสิทธิ์ถ่ายทอดกีฬาเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนรายได้ของสถานีโทรทัศน์ แพลตฟอร์ม และทีมกีฬาไปพร้อมกัน และการที่ผู้ใช้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกลดลงก็กำลังตั้งคำถามแบบเดียวกันกับวิธีกระจายเนื้อหากีฬาในหลายประเทศทั่วโลกเช่นกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1