Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ยอดซื้อ Taker ทะลุ 3 พันล้านดอลลาร์ครั้งแรก ฟิวเจอร์สเทหนักฝั่งซื้อ

ตลาดฟิวเจอร์สคริปโตเผยสัญญาณแรงซื้อด้วยราคาตลาด (Taker Buy) แซงหน้าแรงขายอย่างชัดเจน โดยยอดซื้อ Taker สุทธิพุ่งทะลุ 3,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ขณะที่อุปทานระยะสั้นในตลาดอนุพันธ์ของบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) เอียงไปทางฝั่งซื้อ

CryptoBriefing รายงานเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ว่ายอดซื้อ Taker สุทธิพุ่งทะลุระดับ 3,000 ล้านดอลลาร์ โดย Taker หมายถึงผู้เทรดที่เลือกจับคู่คำสั่งทันทีด้วยราคาตลาด แทนที่จะตั้งคำสั่งรอในกระดานราคา

การที่ยอดซื้อ Taker เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าฝั่งผู้ซื้อไม่รอคำสั่งที่ตั้งไว้ล่วงหน้า แต่เลือกกดซื้อที่ราคาเสนอขายทันที ในตลาดฟิวเจอร์ส ตัวเลขนี้ถูกใช้เป็นดัชนีเสริมสำหรับอ่าน ‘แรงกดดันซื้อระยะสั้น’ และการเปลี่ยนแปลงของโพซิชันเลเวอเรจ

บนไบแนนซ์(Binance) ปริมาณซื้อ Taker เฉลี่ยของบิตคอยน์(BTC) อยู่ที่ราว 3,300 ล้านดอลลาร์ ณ กลางเดือนสิงหาคม และเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ตัวเลขรายชั่วโมงพุ่งขึ้นไปแตะราว 4,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคา BTC ในช่วงเวลาเดียวกันขยับขึ้นเหนือ 68,000 ดอลลาร์

ในวันเดียวกัน ปริมาณซื้อ Taker ของอีเธอเรียม(ETH) เพิ่มขึ้นไปแตะ 2,550 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง CryptoBriefing ระบุว่าเป็นระดับสูงสุดอันดับ 3 ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา

ปริมาณ Taker สุทธิในช่วง 4 สัปดาห์จนถึงกลางเดือนสิงหาคม เคลื่อนไหวอยู่ในโซนสูงสุด เฉลี่ยราว 20 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง มาร์ทัน(Maartunn) นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุว่าจังหวะที่ยอดซื้อแซงยอดขายในลักษณะนี้ถือเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ บนดัชนีดังกล่าว

ทั้งนี้ ปริมาณซื้อ Taker แตกต่างจากปริมาณการซื้อขายรวม ปริมาณรวมสะท้อนขนาดการจับคู่คำสั่งทั้งหมด ขณะที่ปริมาณซื้อ Taker เจาะจงดูแรงกดดันของฝั่งผู้ซื้อที่เลือกจับคู่ทันทีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ดัชนีนี้เพียงตัวเดียวไม่สามารถชี้ทิศทางราคาได้อย่างชัดเจน แรงซื้อด้วยราคาตลาดที่เพิ่มขึ้น อาจมาจากโพซิชัน Long ใหม่ที่เข้าตลาด หรืออาจเป็นแรงซื้อที่เกิดจากการปิดโพซิชัน Short ระหว่างราคาปรับขึ้นก็ได้

คำอธิบายของ CryptoQuant เกี่ยวกับดัชนีนี้สอดคล้องกัน สถิติ Taker ฝั่งซื้อ-ขาย เก็บข้อมูลสัดส่วนและขนาดของฝั่งซื้อกับฝั่งขายในตลาดฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุ (perpetual futures) โดยคิดเป็นมูลค่าดอลลาร์

ดัชนีผลต่างสะสมปริมาณ Taker 90 วันของอีเธอเรียม(ETH) ใช้แยกโซนที่แรงซื้อหรือแรงขายเป็นฝ่ายนำ โดยดูจากผลต่างสะสมระหว่างแรงซื้อและแรงขายด้วยราคาตลาด เมื่อดัชนีเอียงไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน จะสะท้อนทิศทางของอุปทานระยะสั้น แต่ไม่สามารถชี้ชัดลักษณะของโพซิชันได้ด้วยตัวเอง

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณีที่ดัชนีฝั่งอนุพันธ์ส่งผลต่อทิศทางราคามาแล้ว TokenPost เคยรายงานว่าความไม่สอดคล้องกันระหว่างอุปสงค์ในตลาดอนุพันธ์กับตลาดสปอตช่วงเดือนสิงหาคมส่งผลต่อราคาบิตคอยน์(BTC)

ข้อมูลย้อนหลังของ CryptoQuant ระบุว่าในปี 2020, 2022 และช่วงต้นปี 2023 เคยเกิดการพุ่งขึ้นของยอดซื้อสุทธิอย่างรุนแรงในลักษณะเดียวกันก่อนและหลังจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดแต่ละครั้ง ปี 2020 ดัชนีขึ้นก่อนที่ตลาดจะเข้าสู่ขาขึ้น ปี 2022 พบใกล้บริเวณจุดสูงสุดเฉพาะจุด และช่วงต้นปี 2023 ดัชนีขยับขึ้นก่อนตลาดจะฟื้นตัวหลังเหตุการณ์ FTX ล่มสลาย

ดัชนีที่ต้องติดตามต่อคือ Funding Rate และ Open Interest หากยอดซื้อ Taker สุทธิยังอยู่ในระดับสูงพร้อมกับ Open Interest ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะยิ่งสนับสนุนแนวคิดว่าตลาดกำลังสร้างโพซิชันใหม่ และหากปริมาณ Taker ลดลงแต่ราคายังทรงตัวได้ ก็อาจต้องพิจารณาความเป็นไปได้ที่แรงซื้อในตลาดสปอตกำลังขยายตัว

สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ ตลาดฟิวเจอร์สของบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มีแรงซื้อด้วยราคาตลาดเหนือกว่าแรงขายอย่างชัดเจน ส่วนการตีความในขั้นต่อไปยังต้องรอดู Open Interest, Funding Rate และการทรงตัวของราคาประกอบกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1