เอส เอนเนอร์ยี(095910) เตรียมส่งมอบโมดูลโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่แบบ 'แบ็กคอนแทค' (Back Contact) ให้กับระบบโซลาร์บนหลังคาโรงงานชางนยองของเน็กเซ็นไทร์(002350)
เอส เอนเนอร์ยีระบุเมื่อวันที่ 25 ว่าจะส่งมอบโมดูลแบ็กคอนแทคให้โรงงานชางนยองของเน็กเซ็นไทร์ภายในเดือนกันยายนนี้ โครงการนี้เป็นการ 'รีพาวเวอริง' (Repowering) คือการเปลี่ยนแผงโซลาร์เดิมเป็นโมดูลประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้องขยายพื้นที่หลังคาเพิ่มเติม
บริษัทคาดว่าการเปลี่ยนแผงครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในพื้นที่หลังคาเดิมได้ราว 62.8% สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการโมดูลกำลังผลิตสูงที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มโซลาร์ภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงงานหรือศูนย์กระจายสินค้า ที่มีพื้นที่หลังคาจำกัด
โมดูลแบ็กคอนแทคเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบให้ขั้วไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์อยู่ด้านหลังแผง เพื่อเพิ่มพื้นที่รับแสงด้านหน้าให้มากขึ้น จุดเด่นคือให้กำลังผลิตสูงขึ้นในพื้นที่จำกัด จึงเหมาะกับการติดตั้งบนหลังคาโรงงานภาคอุตสาหกรรมที่หาพื้นที่ใหม่ได้ยาก
บริษัทยังเน้นย้ำว่าการส่งมอบครั้งนี้เป็นโครงการต่อเนื่องจากพื้นที่ติดตั้งเดิม เนื่องจากโรงงานชางนยองของเน็กเซ็นไทร์เคยติดตั้งโมดูลโซลาร์ของเอส เอนเนอร์ยีมาก่อนแล้ว
เอส เอนเนอร์ยีอธิบายว่าประสบการณ์การดำเนินงานหน้างานที่สั่งสมมายาวนาน ประกอบกับความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ นำไปสู่การได้ส่งมอบโมดูลรุ่นใหม่ในครั้งนี้ กล่าวคือผลงานส่งมอบเดิมกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความต้องการเปลี่ยนแผงในพื้นที่เดียวกัน
ตัวแทนจากเอส เอนเนอร์ยีกล่าวว่า "การที่เราได้กลับไปส่งมอบโมดูล BC รุ่นใหม่ให้กับพื้นที่ที่เคยส่งมอบมาก่อน สะท้อนว่าประสบการณ์หน้างานที่สั่งสมมานานและความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงของเราได้รับการยอมรับ" และเสริมว่า "การเพิ่มกำลังการผลิตในหลังคาเดิมได้ถึง 62.8% น่าจะเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริงสำหรับตลาดโซลาร์บนหลังคาภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่จำกัด" คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองของบริษัทต่อศักยภาพของตลาดรีพาวเวอริงในกลุ่มโซลาร์ภาคอุตสาหกรรม
แนวโน้มการขยายพลังงานหมุนเวียนของเน็กเซ็นไทร์เองก็มีความเกี่ยวโยงกัน โดยเน็กเซ็นไทร์ระบุเมื่อวันที่ 24 ว่าได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (PPA) กับเอสเค อินโนเวชัน อีแอนด์เอส (SK Innovation E&S)
โรงงานยางซานจะเริ่มรับพลังงานหมุนเวียนจากพลังงานลมบนบกและโซลาร์รวมกันราว 4 เมกะวัตต์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ส่วนโรงงานชางนยองก็มีแผนขยายระบบโซลาร์บนหลังคาแบบค่อยเป็นค่อยไป ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตให้ได้มากกว่า 10 เมกะวัตต์ภายในปี 2028
รีพาวเวอริงคือการเปลี่ยนหรือปรับปรุงชิ้นส่วนหลักของระบบผลิตไฟฟ้าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ต่างจากการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ตรงที่ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์และพื้นที่เดิมที่มีอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานการที่บริษัทลูกของเอส เอนเนอร์ยีในญี่ปุ่นเริ่มโครงการรีพาวเวอริงโรงไฟฟ้าโซลาร์ขนาด 33 เมกะวัตต์ในจังหวัดฮิโรชิมะ
เอส เอนเนอร์ยียกตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา อาทิ △การส่งมอบโมดูลประสิทธิภาพสูงขนาด 6.0 เมกะวัตต์ให้นิคมอุตสาหกรรมนัมดงในอินชอน △การส่งมอบระบบโซลาร์แบบผสานอาคาร (BIPV) ขนาด 1.5 เมกะวัตต์ให้โซลอารีนา △โครงการรีพาวเวอริงโรงไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่น และ △การส่งมอบโมดูล HJT ในตะวันออกกลาง บริษัทระบุว่าจะใช้การส่งมอบให้โรงงานชางนยองครั้งนี้เป็นกรณีอ้างอิงสำหรับตลาดรีพาวเวอริงหลังคาอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้าค้นหาความต้องการเปลี่ยนแผงต่อเนื่องจากพื้นที่ติดตั้งเดิมที่มีอยู่
ความคิดเห็น 0