อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่แผนซื้อคืนพันธบัตร (บายแบ็ก) ของสกอตต์ เบสเซนต์(Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นถกเถียงในตลาดตราสารหนี้ เมื่อดอกเบี้ยระยะยาวที่พุ่งขึ้นเชื่อมโยงกับความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) ตลาดจึงจับตาว่ามาตรการของกระทรวงการคลังจะยั่งยืนแค่ไหน
คริปโตบรีฟฟิ่ง(Crypto Briefing) รายงานว่า แผนบายแบ็กพันธบัตรของเบสเซนต์กำลังสั่นคลอนตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวปรับตัวขึ้น โดยระบุว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวไต่ขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 20 ปี ภาระต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและแรงกดดันต่อสภาพคล่องในตลาดก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
มีความเห็นในตลาดว่า มาตรการบายแบ็กอาจช่วย ‘บรรเทา’ ภาระสภาพคล่องได้ในระยะสั้น แต่ก็เสี่ยงบั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาดและอาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมในอนาคตสูงขึ้น นักลงทุนบางส่วนมองว่าแม้กระทรวงการคลังจะออกมาตรการเพื่อลดความผันผวนในตลาดพันธบัตร แต่ผู้ลงทุนก็อาจตีความว่าเป็นสัญญาณของ ‘อุปสงค์ที่อ่อนแรง’ เชิงโครงสร้างแทน
ความเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวยังเชื่อมโยงกับความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามต่อไปว่าแผนบายแบ็กนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้ตลาดพันธบัตรและฟื้นความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงได้จริงหรือไม่
ความคิดเห็น 0